ชาย อายุ 50 ปี เจ้าของร้านรับส่งพัสดุแห่งหนึ่ง ในซอยวัดใหญ่บางปลากด ตำบลบางปลากด อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ นำคลิปภาพจากกล้องวงจรปิดภายในร้านเข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชน หลังหลานชายถูกเพื่อนบ้านบุกเข้ามาใช้อาวุธทำร้ายร่างกายถึงภายในร้านจนได้รับบาดเจ็บ พร้อมระบุว่าเกรงจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากผู้ก่อเหตุยังคงข่มขู่อย่างต่อเนื่อง
ภาพจากกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกเหตุการณ์ขณะชาย อายุ 32 ปี ผู้ก่อเหตุ เปิดประตูเดินเข้ามาภายในร้าน ก่อนตรงเข้าไปบริเวณเคาน์เตอร์แล้วใช้อาวุธคล้ายตะไบเหล็กแทงชาย อายุ 31 ปี หลานชายเจ้าของร้าน ซึ่งกำลังนั่งทำงานอยู่หลายครั้ง จากนั้นยังชกต่อยซ้ำอย่างรุนแรง ระหว่างเกิดเหตุผู้บาดเจ็บพยายามต่อสู้และแย่งอาวุธไว้ได้ แต่สู้แรงไม่ไหวจึงวิ่งหนีออกจากร้าน ผู้ก่อเหตุยังวิ่งกลับไปหยิบมีดจากบ้าน ก่อนตามออกไปเพื่อจะทำร้ายซ้ำอีก เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา
ผู้บาดเจ็บ เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุตนนั่งทำงานอยู่ตามปกติ ก่อนจะเห็นผู้ก่อเหตุเดินเข้ามาภายในร้าน จากนั้นอีกฝ่ายก็ลงมือทำร้ายทันที โดยไม่มีการพูดคุยหรือมีปัญหากันมาก่อน ระหว่างลงมือผู้ก่อเหตุยังพูดลักษณะท้าทายว่า “เก๋าเหรอมึง เอาเหรอ” ซึ่งตนก็ไม่เข้าใจว่าเกิดจากสาเหตุใด เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อน
ด้าน เจ้าของร้านและเป็นอาของผู้บาดเจ็บ เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้ช่วงเทศกาลสงกรานต์พระประแดง ตนก็เคยถูกผู้ก่อเหตุทำร้ายร่างกายมาแล้ว ขณะกำลังเล่นน้ำอยู่จู่ ๆ ผู้ก่อเหตุก็เดินเข้ามาถามว่า “เฮียชอบเปลี่ยนเสียงเหรอ” ก่อนจะลงมือทำร้าย ซึ่งตนก็ไม่เข้าใจว่าหมายถึงอะไร และจนถึงทุกวันนี้ร่องรอยการบาดเจ็บของตนก็ยังไม่หายดี
เจ้าของร้านกล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาทั้งสองครอบครัวรู้จักกันดีและไม่เคยมีปัญหาขัดแย้ง แต่ระยะหลังผู้ก่อเหตุเริ่มมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป คล้ายคนหูแว่วและมีอาการคล้ายหลอนยาเสพติด โดยกล่าวหาว่าตนไปมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับแฟนสาวของผู้ก่อเหตุ หนักสุดคือหาว่าตนไปมีอะไรกับแม่ของผู้ก่อเหตุอีกด้วย ทั้งที่ตนก็มีแฟนอยู่แล้วและเรื่องทั้งหมดก็ไม่เป็นความจริงแม้แต่น้อย
หลังเกิดเหตุการณ์หลานถูกทำร้ายเมื่อวันที่ 10 พ.ค.69 ตนได้ไปแจ้งความและตรวจร่างกายแล้ว แต่ตำรวจบอกว่า ดำเนินการเรื่องบุกรุกได้ยากเพราะร้านเป็นพื้นที่สาธารณะ ใครก็เข้าออกได้ ส่วนเรื่องทำร้ายร่างกายก็ต้องว่ากันไปตามความผิด ทำให้ตนรู้สึกงงและกลัวว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม ตอนนี้ครอบครัวต้องอยู่อย่างหวาดระแวง กลัวจะถูกทำร้ายซ้ำจนต้องตัดสินใจปิดร้านชั่วคราว ทำให้ขาดรายได้เดือดร้อนอย่างหนัก อีกทั้งยังถูกข่มขู่อยู่ตลอดเวลา จึงอยากวอนสื่อมวลชนและเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยจัดการคดีนี้ให้เด็ดขาด