มาร่วมตีแผ่กระแสที่แรงที่สุดในสังคม กับรายการโหนกระแสthaich3ช่อง 3 กด 33
ติดต่อเราfacebooktiktokxyoutube
honekrsaaehonekrsaae
thaich3ช่อง 3 กด 33honekrsaae
ข่าวกำลังโหน
โหนทุกข่าว
โหนบันเทิง
โหนไปมู
โหนร้องทุกข์
วีดีโอ
search
ปิด
honekrsaae
honekrsaae
มาร่วมตีแผ่กระแสที่แรงที่สุดในสังคม กับรายการโหนกระแส
thaich3ช่อง 3 กด 33
หน้าหลัก
ข่าวกำลังโหน
โหนทุกข่าว
โหนบันเทิง
โหนไปมู
โหนร้องทุกข์
วีดีโอ
Live
ติดต่อเราfacebooktiktokxyoutube

‘นุช มั่วบ้านงาน’ โผล่กลางวงสัมภาษณ์ ‘ตาหน่วง’


ข่าวโซเชียล
21 กันยายน 25691,134
‘นุช มั่วบ้านงาน’ โผล่กลางวงสัมภาษณ์  ‘ตาหน่วง’

รายการโหนกระแสวันนี้ (21 ก.ย. 2569) หนุ่ม กรรชัย ได้เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเอง เมื่อวันที่ 17 ก.ย. ที่ผ่านมา ที่ได้เดินทางไปขึ้นศาล ในวันนั้นมีผู้หญิงคนหนึ่งชื่อ ‘คุณนุช’ ซึ่งเป็น LGBTQ+ เข้ามาปะปนอยู่ในวงทนายความและร่วมยืนอยู่ตรงกลางวงสัมภาษณ์สื่อมวลชน ซึ่งในตอนแรก หนุ่ม กรรชัย คิดว่าเธอเป็นหนึ่งในทีมงานทนายความ แต่เมื่อไปสอบถามทนายความทุกคนกลับไม่มีใครรู้จัก โดยต่างฝ่ายต่างเข้าใจผิดว่าเธอเดินทางมากับทนายอีกคนหนึ่ง จนกระทั่งวันเสาร์ที่ 19 ก.ย. คุณบุ๋ม ปนัดดา ได้ส่งข้อความมาถามว่าเหตุใดจึงปล่อยให้ผู้หญิงคนนี้เข้ามาอยู่ในวงสัมภาษณ์ และแจ้งว่าคุณนุชเคยทำเรื่องที่ไม่ถูกต้องไว้กับทีมงานของตน หนุ่ม กรรชัย จึงได้โพสต์ข้อความชี้แจงผ่านโซเชียลมีเดียว่าไม่ได้มีความเกี่ยวข้องหรือรู้จักเป็นการส่วนตัว

 

หลังจากโพสต์ชี้แจง ได้มีข้อมูลและเบาะแสหลั่งไหลเข้ามาจำนวนมาก โดยเฉพาะเพจดาว 8 แฉก ที่ได้ขุดคุ้ยประวัติ ภาพถ่ายที่คุณนุชเคยถ่ายคู่กับบุคคลต่าง ๆ และติดตามข้อมูลของผู้เสียหาย ทางเพจจึงได้ส่งข้อมูลและประสานนำกลุ่มผู้เสียหายมาร่วมรายการ ซึ่งผู้เสียหายที่มาร่วมรายการประกอบด้วย คุณอุ น้องชายของคุณแอน แฟนเก่าของคุณนุช, คุณเอ ผู้เสียหายที่สูญเงินไปจำนวน 5 ล้านบาท, และผู้เสียหายหญิงอีกท่านหนึ่งคือ คุณบี แฟนเก่าถัดจากคุณแอน ซึ่งถูกทวงเงินไป 100,000 บาท หลังจากเลิกกัน

 

คุณบีมีอาการแพนิค เนื่องจากเคยถูกคุณนุชนำรูปถ่ายคู่กับคนดังมาเปิดให้ดูพร้อมขู่ว่าจะให้คนเหล่านี้มาเล่นงาน ขณะที่ คุณอุ เล่าว่า คุณแอน พี่สาวของตนซึ่งเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งเมื่อปลายปีที่แล้ว เคยตกอยู่ในความเครียดและหวาดกลัว เพราะถูกคุณนุชนำรูปนักการเมืองและบุคคลสำคัญมาขู่ว่าจะนำมาเล่นงานคุณอุเช่นกัน

 

หนุ่ม กรรชัย ได้สอบถามกลุ่มทนายความทั้ง 3 คน คือ ทนายตุ๋ย, ทนายแก้ว, และทนายไพศาล ว่ารู้จักคุณนุชหรือไม่ โดยทนายตุ๋ย เล่าว่า เคยพบคุณนุชเมื่อประมาณ 3-4 เดือนก่อนที่ศาล เธอเข้ามาทักว่าเป็นเพื่อนของคุณลูกหมี ขอถ่ายรูป และขอเบอร์โทรศัพท์ไป และมาเจออีกครั้งคือวันที่ 17 ก.ย. ซึ่งไม่ได้สนใจเธอเพราะมุ่งทำคดี แต่ทราบว่าคุณนุชได้ไปพูดคุย ขอแลกเบอร์ และแลกไลน์กับทีมงานทนายของตน รวมถึงทีมงานของทนายไพศาล โดยมีการตีเนียนเรียกว่า “อาจารย์ตุ๋ย” ตามที่น้อง ๆ ทีมงานเรียนตน และเห็นเธอนั่งอยู่ข้างทนายแก้วในห้องพิจารณาคดี

 

ด้านทนายแก้วปฏิเสธว่า ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัว แต่เข้าใจเอาเองว่าเธอคงเป็นทนายความสักทีมหนึ่ง เพราะแต่งกายใส่ชุดสูท ถือเอกสาร ทำท่าทางจดบันทึก และได้แบ่งขนมกินด้วยกัน โดยทนายแก้วเข้าใจว่าเธอเดินทางมากับทนายไพศาล

 

ส่วนทนายไพศาล เล่าว่า เมื่อเดินเข้าห้องพิจารณาคดีก็เห็นคุณนุชนั่งติดกับทนายแก้ว และเธอได้ทักทายตนว่า “พี่ไพศาลหายป่วยแล้วเหรอครับ” ทำให้ตนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นทีมงานของทนายแก้ว จากนั้นเมื่อออกมาหน้าห้องพิจารณาคดี คุณนุชได้ไปนั่งคุยกับทีมงานของทนายตุ๋ย และแนะนำตัวเองกับทนายไพศาลว่าชื่อ ทนายนุช

 

สำหรับเหตุการณ์ที่ร้านข้าวมันไก่ในช่วงพักเที่ยง ทนายไพศาลและทนายแก้ว เล่าว่า คุณนุชได้ไปนั่งรับประทานอาหารกับทีมงานของทนายแก้ว และคุณจิ๊บ ภรรยาของทนายไพศาล โดยคุณนุชเป็นคนยกโถต้มมะนาวดองมาให้ทนายแก้ว และถามคุณจิ๊บว่า “พี่ตุ๋ยหายไปไหน ทั้งที่อุตส่าห์มาด้วยกัน” ทุกอย่างมันเลยดูเนียน ดูเจือสมกันไป เหมือนเขารู้จักคนนู้นคนนี้ดี

 

เมื่อถึงช่วงการสัมภาษณ์สื่อมวลชน หนุ่ม กรรชัย ได้กวักมือเรียกทนายแก้วและทนายกุ้งให้เข้ามาร่วมวง แต่คุณนุชกลับเดินแทรกเข้ามาเป็นคนสุดท้ายและยืนอยู่ด้านหลัง ตนจึงขยับให้ ก่อนนุชจะค่อย ๆ แทรกขึ้นมา ซึ่ง หนุ่ม ดรรชัย ก็ยอมรับว่าตอนนั้นงง ๆ นิดหน่อย

 

เพื่อความเป็นธรรม ทางรายการได้เปิดคลิปเสียงการสนทนาระหว่าง อี้ แทนคุณ กับ คุณนุช ซึ่งในคลิปเสียง คุณนุชชี้แจงว่า ตนเองรู้จักกับคุณลูกหมีและทนายกุ้งอยู่แล้ว วันนั้นไปศาลเพื่อยื่นขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ เมื่อเจอคุณลูกหมีก็มีการชักชวนให้ไปฟังคดีที่ห้อง 601 ซึ่งเป็นเคสของ หนุ่ม กรรชัย เพื่อเก็บเกี่ยวความรู้ทางกฎหมาย คุณนุชอ้างว่าได้พูดคุยกับทนายตุ๋ย ทนายไพศาล และที่จับแขน หนุ่ม กรรชัย ลงมาเพราะฝนตก ส่วนการเข้าไปยืนหลังไมค์สัมภาษณ์ เธออ้างว่า หนุ่ม กรรชัย เรียก “น้อง ๆ มานี่” และทุกคนแหวกทางให้ยืน พร้อมระบุว่าตนมีเบอร์ของทุกคน เคยปรึกษาคดีกับทนายแก้ว และเป็นศิษย์หลวงพ่อเดียวกับคุณลูกหมี จึงงงที่ทุกคนบอกว่าไม่รู้จัก จนต้องรีบปิดเฟซบุ๊กแลอินสตาแกรม

 

หลังจากฟังคลิปเสียง หนุ่ม กรรชัย ได้นำคลิปวิดีโอเหตุการณ์จริงขณะเรียกสัมภาษณ์มาเปิดพิสูจน์ ซึ่งพบว่าตนเองเรียกชื่อชัดเจนว่า “กุ้งมาดิ แก้วมาดิ” ไม่ได้เรียกคุณนุช ด้านทนายแก้ว ชี้แจงว่า อาจเคยมีประชาชนโทรมาปรึกษาคดีจำนวนมาก จึงจำไม่ได้ แต่ไม่ได้มีความรู้จักเป็นการส่วนตัว ขณะที่ทนายไพศาล เล่าเพิ่มเติมว่า หลังเสร็จคดีตนได้โทรศัพท์หาคุณนุช ซึ่งเธอบอกว่ากำลังยุ่งและจะลงไปข้างล่างพร้อม หนุ่ม กรรชัย และเธอยังแนะนำกับตนรวมถึงทีมงานของทนายตุ๋ยว่าเป็นทนายนุชจริง

 

หนุ่ม กรรชัย เริ่มต้นเล่าว่า ตนเองเข้าใจผิดคิดว่าคุณนุชเป็นคนของทนายคนใดคนหนึ่งและเป็นทนายความด้วย เนื่องจากตอนที่ตนเองเบิกความเสร็จและลงมาจากบัลลังก์ ได้เข้าไปพูดคุยกับเธอเพราะเห็นเธอนั่งติดอยู่กับทนายแก้ว โดยถามเธอว่าตนเองพูดโอเคไหม ซึ่งเธอบอกว่าดีมาก และเมื่อมีหลักฐานจากฝั่งตรงข้าม เธอก็ตอบว่าหลักฐานแบบนี้โดนแน่

 

หนุ่ม กรรชัย จึงถามทนายแก้วว่า นั่งอยู่ด้วยกันทำไมไม่ห้าม ทนายแก้วชี้แจงว่าเข้าใจว่าเธอมีความรู้และมองไปในทิศทางเดียวกันจึงไม่ได้สะกิดห้าม แต่สังเกตว่าเธอมีอาการตื่นเต้นเกินไป

 

หนุ่ม กรรชัย ถามคุณบีว่า เป็นคนที่เคยคบหากับคุณนุชใช่หรือไม่ คุณบียืนยันว่าคบหากับคุณนุชตั้งแต่วันที่ปลายเดือน พ.ย. ปีที่แล้ว และเพิ่งเลิกรากันไปเมื่อเดือน ก.ค.

 

คุณบีเล่าต่อว่า ตนเองไม่สามารถออกไปใช้ชีวิตข้างนอกหรือไปทำงานได้ เนื่องจากถูกคุณนุชข่มขู่และทวงเงิน เมื่อ หนุ่ม กรรชัย ถามว่าทำอย่างไรตอนเห็นภาพคุณนุชยืนอยู่ข้างตน คุณบีบอกว่าตอนนั้นกำลังทอดไก่ทำออเดอร์ให้ลูกค้าอยู่ แล้วมีรุ่นพี่ส่งข่าวมาถามว่าคุณนุชมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้ด้วยหรือ ตนจึงไปดูข่าวและบอกว่าไม่น่าจะเกี่ยวข้องหรือรู้จักกับ หนุ่ม กรรชัย

 

คุณบีสังเกตสไตล์การเดินของคุณนุชในข่าวว่าเดินตามหลังทนายแก้ว และเล่าว่าเคยเจอคุณนุชในงานวันเกิดบริษัทของพี่จิ๊บ JIB เมื่อเปิดภาพงานดังกล่าว ทนายแก้วระบุว่าคุ้น ๆ ว่าคุณนุชมาขอถ่ายรูปด้วย คุณบีเสริมว่าคุณนุชได้ไปขอถ่ายรูป ขอเบอร์โทรศัพท์ และขอไลน์จากทนายแก้ว ตนจึงเข้าใจว่าน่าจะมีการติดต่อกัน และตนก็ไม่ทราบมาก่อนว่าคุณนุชจะเดินทางไปที่ศาล พอเห็นภาพคุณนุชอยู่กับ หนุ่ม กรรชัย ตนจึงนำเรื่องไปบอกแม่บุ๋ม ปนัดดา เนื่องจากตนเป็นหนึ่งในทีมงานมูลนิธิองค์กรทำดี โดยยืนยันว่าคุณนุชไม่ได้เกี่ยวข้องกับ หนุ่ม กรรชัย พร้อมทั้งนำสำนวนการแจ้งความไปให้ดู

 

คุณนุนำรูปถ่ายคู่กับบุคคลอื่นมาแอบอ้าง และข่มขู่ว่าจะนำมาเล่นงานหากไม่คืนเงินค่ากินอยู่ โดยทั้งสองคนเคยคบหาและพักอาศัยอยู่ด้วยกันที่คอนโดที่คุณบีเป็นคนเช่าในราคาเดือนละ 7,500 บาท ซึ่งคุณนุชจะมาพักทุกประมาณ 7 ถึง 15 วัน และเวลาออกไปข้างนอกจะอ้างว่าไปทำงานหรือกลับบ้านที่สาทร ระหว่างคบหากัน คุณนุชอ้างว่ารู้จักคนดังทุกคนที่มีรูปถ่ายคู่ด้วย ทั้งการไปกินข้าว ดื่มไวน์ เที่ยว และทำบุญ โดยคนที่อ้างว่าสนิทบ่อยที่สุดคือเลขาของคุณกบ อดีตผู้จัดการของคุณเสก โลโซ ซึ่งได้คอนแทกต์มาจากงานวันเกิดบริษัทพี่จิ๊บ

 

นอกจากนี้ คุณนุชยังเคยไปร่วมงานศพแม่ของคุณโต้ง และคุณวัน อยู่บำรุง และไปนั่งข้างคุณแม่อุไร คุณแม่สามีชมพู่ อารยา หลังกลับจากงาน ภรรยาของคุณวัน อยู่บำรุง ได้โทรศัพท์มาสอบถามคุณบีว่า คุณนุชมากับคุณแม่อุไรหรือไม่ ซึ่งคุณบีตอบว่าไม่ได้มาด้วยกัน และระบุว่าคุณนุชนำภาพบุคคลต่าง ๆ ที่พบในงาน ทั้งทนายเจมส์, เป๊ก สัญชัย และดาราอีกหลายคนไปแอบอ้างว่าสนิทสนมเป็นน้องรัก

 

สำหรับสาเหตุความขัดแย้ง คุณบีเล่าว่าเกิดจากช่วงงานระดมกำลังแพ็กของช่วยน้ำท่วมหาดใหญ่ของมูลนิธิฯ ทีมงานสังเกตเห็นคุณนุชพยายามพุ่งเข้าประชิดตัว บุ๋ม ปนัดดา จึงให้คุณบีไปพูดเตือนว่าอย่าทำพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และการเข้าไปเตือนทำให้ทั้งสองคนเกิดการทะเลาะมีปากเสียงกัน คุณนุชจึงสั่งห้ามคุณบีไปยุ่งเกี่ยวกับมูลนิธิฯ หรือช่วยงาน บุ๋ม ปนัดดา อีก หากจะทำต่อต้องเลิกรากันและต้องคืนเงินทั้งหมดที่คุณนุชเคยจ่ายให้ตั้งแต่วันแรก

 

ยอดเงินที่คุณนุชทวงตามสลิปโอนคือประมาณ 50,000 กว่าบาท ซึ่งรวมถึงค่ากินอยู่ ค่าเช่าห้อง ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเทอร์เน็ต สบู่ และยาสีฟัน นอกจากนี้ คุณนุชยังนำเรื่องนี้มาข่มขู่ และไปทวงเงินส่วนต่างค่ามัดจำห้องพักจากลูกสาวของคุณบีเป็นจำนวน 7,700 บาท

 

คุณบียอมรับว่ายังคงหวาดกลัวคุณนุช เพราะถูกขู่ว่ารู้จักคนดังและทนายความหลายคน หากไม่ยอมจ่ายเงินที่คุณนุชคิดเพิ่มเป็นแสนกว่าบาท จะนำกลุ่มทนายความมาเล่นงาน พร้อมทั้งนำรูปถ่ายคู่กับบุคคลสำคัญ เช่น คุณอนุทิน คุณเอก สายไหม, นายกสภาทนายความ และแม่ทัพกุ้ง ส่งไปข่มขู่ลูกสาวของคุณบีว่าอย่าทำให้ป๋าโมโห จนทำให้คุณบีต้องยอมขอโทษแทนลูก

 

ทนายกุ้ง ได้เดินทางมาร่วมรายการเพิ่มเติม และชี้แจงว่า ย้อนไปช่วงประมาณปลายปี 2568 คุณลูกหมีได้ชวนตนเองไปทำบุญทอดกฐินที่วัดแห่งหนึ่งใน จ. ปทุมธานี โดยมีอาจารย์เดชา (ทนายเดชา) เดินทางไปด้วย ในวันนั้นมีคุณลูกหมี ทนายกุ้ง และอาจารย์เดชา ร่วมงานอยู่ด้วยกัน คุณนุชได้เข้ามาขอถ่ายรูปเซลฟี่ และเข้ามาพูดคุยอ้างว่ารู้จักกับคุณเฮง โคตรอินดี้ ที่ทำคอนเสิร์ต ทนายกุ้งเห็นว่าคุณเฮงเป็นเพื่อนของตนพอดี แต่ก็ไม่ได้พูดคุยอะไรกันมาก เพียงแค่สอบถามว่าทำเกี่ยวกับอะไร ซึ่งเธอตอบว่าทำเกี่ยวกับคอนเสิร์ต จากนั้นก็ไม่ได้คุยอะไรกันต่ออีก หลังจากนั้นไม่นาน ทนายกุ้งได้พบกับคุณนุชที่ศาลอีกครั้ง เธอเข้ามาถามว่ามาทำอะไร ทนายกุ้งตอบไปว่ามาทำคดีให้เพื่อน แล้วก็ทักทายกันแค่นั้น โดยไม่เคยคุยเป็นการส่วนตัวเลย

 

หนุ่ม กรรชัย ถามย้ำว่าในวันเกิดเหตุที่ศาล คุณนุชได้เดินทางมาพร้อมกับทนายกุ้งหรือไม่ ทนายกุ้งยืนยันว่าไม่ได้มาด้วยกัน ตนเองเดินทางมากับคุณลูกหมีเพียงสองคน ขณะกำลังจูงมือเดินข้างถนน คุณนุชได้ตะโกนเรียก ตนจึงหันไปทักทายตามปกติแล้วเดินผ่านไป ในช่วงที่นั่งอยู่กับคุณลูกหมี คุณนุชไม่ได้เข้ามาพูดคุยด้วย แต่เดินไปคุยกับทนายความคนอื่น ๆ และไปคุยกับคุณจิ๊บ ซึ่งในขณะนั้น ทนายไพศาลได้พูดขึ้นมาว่า ‘ทนาย LGBTQ’ ทำให้เข้าใจผิดคิดว่าคุณนุชเป็นทีมงานของทนายตุ๋ย และได้แนะนำให้หนุ่ม กรรชัย รู้จัก นอกจากนี้ ทนายแก้วยังได้นำช็อกโกแลตของหนุ่ม กรรชัย ยื่นให้คุณนุชนด้วย

 

หนุ่ม กรรชัย สอบถามต่อถึงความสัมพันธ์ระหว่างคุณนุชกับคุณลูกหมี ทนายกุ้งเล่าว่า คืนวันเกิดเหตุหลังจากเห็นคุณนุชปรากฏตัวอยู่ในวงสัมภาษณ์ ตนเองรู้สึกตกใจมากเมื่อหันไปเห็นเธอ จึงรีบเดินออกมาแล้วโทรศัพท์หาคุณลูกหมีเป็นคนแรก คุณลูกหมียืนยันว่าจำคุณนุชได้เนื่องจากเป็นลูกศิษย์วัดเดียวกัน รู้จักกันเฉพาะในวัด แต่ไม่ได้มีความสนิทสนมกันเป็นการส่วนตัว แม้จะเคยถ่ายรูปด้วยกันหลายครั้งก็ตาม คุณลูกหมีได้เตือนทนายกุ้งว่าให้ระวังคนคนนี้

 

จากนั้น ทนายกุ้งได้โทรศัพท์หาคุณเดือน ภรรยาของทนายตุ๋ย เพื่อเล่าเหตุการณ์และเตือนว่า คุณนุชอาจจะเดินทางมาที่ศาลอีกในวันรุ่งขึ้น ซึ่งในวันถัดมา ทนายตุ๋ยระบุว่าคุณนุชเดินทางมาที่ศาลจริง และได้พบกับคุณเดือน โดยเธอเดินมาสบตาและยกมือไหว้ ทนายตุ๋ยจึงทำเพียงยักหน้ารับเพราะเริ่มสงสัยหลังจาก หนุ่ม กรรชัย ได้สอบถามมาก่อนหน้านี้ คุณนุชอยู่ได้สักพักแล้วก็ออกไป

 

หนุ่ม กรรชัย เล่าเสริมว่า ในคืนวันเกิดเหตุตนได้โทรศัพท์ไปถามทนายกุ้งว่า คนที่ยืนข้าง ๆ ตนคือใคร ซึ่งทนายกุ้งก็หัวเราะเพราะต่างคนต่างไม่รู้จัก ทนายกุ้งระบุว่า ทุกคนต่างเข้าใจผิดว่าคุณนุชเดินทางมากับทนายไพศาล เพราะเธอเข้าไปคุยกับทนายไพศาลและคุณจิ๊บอย่างสนิทสนม อีกทั้งทนายกุ้งยังได้ให้เธอช่วยถือแฟ้มเอกสารไดอารีทนายความ จึงทำให้ดูน่าเชื่อถือเหมือนเป็นทีมงาน นอกจากนี้ คุณนุชยังได้ไปพูดกับคุณจิ๊บในทำนองว่าทำทนายตุ๋ยจึงไม่มารับประทานอาหารด้วยกัน ทั้งที่อุตส่าห์เดินทางมาด้วยกัน ทำให้คนอื่น ๆ ยิ่งเข้าใจผิดว่าเธอมากับทนายตุ๋ย หนุ่ม กรรชัย จึงถามสรุปว่าจริง ๆ แล้วเธอสนิทกับใคร ซึ่งมีการพูดหยอกล้อว่า น่าจะสนิทกับคุณจิ๊บ ภรรยาของทนายไพศาลที่สุด

 

ทนายไพศาลชี้แจงว่า คุณจิ๊บไม่ได้รู้จักกับคุณนุชมาก่อน เพียงแต่เป็นคนอัธยาศัยดี พูดคุยไปเรื่อย และตนเองเคยลงสมัคร สส. จึงคุ้นเคยกับการพบปะผู้คน โดยในวันนั้นคุณจิ๊บได้แลกไลน์กับคุณนุชไปด้วย

 

กลับมาที่ผู้เสียหาย คุณเอ ที่ถูกหลอกเงินจำนวน 5 ล้านบาท คุณเอ เล่าว่า ตนเองทำธุรกิจบริษัทโฆษณาเป็นเอเจนซี่ โดยคุณนุชเข้ามาจ้างงานและทำหน้าที่เป็นคนกลางไปรับเงินมาจากอีกฝ่าย เพื่อนำมาจ่ายให้ตน ฝ่ายลูกค้าได้จ่ายเงินจำนวน 5 ล้านบาทให้คุณนุชครบถ้วนทุกเดือนอย่างต่อเนื่อง แต่คุณนุชกลับไม่ยอมนำเงินดังกล่าวมาจ่ายให้กับคุณเอ

 

คุณเอ ระบุว่า ตนเองเป็นตัวต้นเรื่องของทุกคน เนื่องจากแฟนคนแรกของคุณนุชช่วงเกิดเรื่องทำบริษัทโฆษณา โดยคุณนุชมีหนังสือรับรองเกี่ยวกับการทำโฆษณา และอ้างว่าตนเองมาจากผู้บริหารของ sanook.com

 

ตนเองทำงานโฆษณาให้คุณนุชตามปกติ ซึ่งในปีแรกคุณนุชก็จ่ายเงินมาเป็นปกติ แต่เริ่มมีปัญหาในปีที่สอง คุณนุชทำหน้าที่เป็นผู้หาลูกค้าโฆษณามา แล้วนำมาให้คุณเอเพื่อนำไปซื้อและลงสื่อทั่วไป โดยคุณนุชเป็นผู้ไปรับเงินจากลูกค้ามา แล้วจะต้องนำมาจ่ายให้แก่คุณเอ ในปีแรกมียอดเงินประมาณ 3 ล้านบาท ซึ่งคุณเอต้องจ่ายเงินค่าสื่อให้ทางรายการทุกเดือน แต่คุณนุชขอจ่ายเงินให้คุณเอทุก 6 เดือน ทำให้คุณเอต้องสำรองจ่ายไปก่อน ต่อมาในปีที่สอง มียอดโฆษณาเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 4 ถึง 5 ล้านบาท คุณเอจึงขอเปลี่ยนการจ่ายเงินเป็นทุก 3 เดือน แต่เมื่อถึงกำหนดวางบิล คุณนุชกลับไม่จ่ายเงินและเลื่อนการจ่ายออกไปเป็น 6 เดือนตามเดิม ยอดรวม 2.5 ล้านบาท พร้อมทั้งอ้างว่าคุณเอทำผิดสัญญา แม้คุณเอจะนำสินค้าไปลงสื่อให้เรียบร้อยแล้วทุกอย่าง

 

เมื่อทนแบกรับค่าใช้จ่ายจากการสำรองจ่ายไม่ไหว จึงแจ้งยกเลิกสัญญาและให้คุณนุชไปเคลียร์กับลูกค้าเอง คุณเอ ได้ตัดสินใจติดต่อไปหาลูกค้าโดยตรง ไม่ผ่านคุณนุช เนื่องจากเมื่อทวงถามเงินจำนวน 5 ล้านบาทจากคุณนุช เธอมักอ้างเรื่องสัญญากับลูกค้าและปฏิเสธที่จะจ่าย คุณเอ จำชื่อผู้บริหารใหญ่ที่เคยได้ยินได้ จึงติดต่อไปหาลูกค้าตัวจริง และพบความจริงจากลูกค้าว่า ทางบริษัทได้จ่ายเงินค่าโฆษณาให้แก่คุณนุชทุกเดือนหลังการวางบิล ไม่เคยค้างชำระ นอกจากนี้ คุณเอ ยังพบอีกว่า หากตนเองต้องได้รับเงินเดือนละ 200,000 บาท คุณนุชกลับไปเรียกเก็บเงินจากลูกค้าสูงถึงเกือบเดือนละ 1,000,000 บาท

 

ส่วนต่างของเงินมีจำนวนมาก และความจริงปรากฏว่าคุณนุชรับเงินจากลูกค้าไปทั้งหมดแล้ว แต่ไม่เคยนำมาจ่ายให้คุณเอเลย ฝั่งลูกค้าเองก็เสียความรู้สึกอย่างมาก เพราะเดิมทีมีความสนิทสนมและเรียกคุณนุชว่าลูก จากการไปเที่ยวทริป พาไปโรงพยาบาล และเข้าหาถึงบ้าน จึงไว้วางใจซื้อโฆษณาผ่านคุณนุช

 

ตนเองได้พยายามเจรจา ยืดเวลา และยกมือไหว้ขอร้องคุณนุชต่อหน้าผู้ไกล่เกลี่ยบนศาล แต่คุณนุชก็ยังปฏิเสธที่จะจ่าย โดยคุณนุชอ้างว่าคุณเอทำผิด และอ้างว่าลูกค้าไม่พอใจ พร้อมทั้งเสนอแลกเปลี่ยนให้ไปลงสื่อโฆษณาจาก sanook ที่เธออ้างว่าเป็นพาร์ทเนอร์ แต่คุณเอปฏิเสธเนื่องจากตนเองไม่ได้ทำความผิดใด ๆ

 

หนุ่ม กรรชัย สอบถามว่า ในขณะนั้นคุณนุชมีทนายความหรือไม่ ซึ่งคุณเอ ตอบว่าเธอมีทนายความ แต่ตัวเธอเองยังไม่ได้เรียนกฎหมาย โดยเธอเพิ่งมาเรียนกฎหมายหลังจากแพ้คดีตน

 

หนุ่ม กรรชัย ถามต่อว่าคุณนุชมีหลักฐานเรื่องที่อ้างว่าลูกค้าไม่พอใจหรือไม่ คุณเอ ตอบว่าไม่มีหลักฐานใด ๆ เป็นเพียงการพูดปากเปล่า และในวันขึ้นศาล คุณเอ ได้ขออนุญาตนำลูกค้ามาขึ้นศาลในฐานะพยาน ซึ่งลูกค้าได้นำหลักฐานการจ่ายเงินทั้งหมดมาแสดงต่อศาล แต่ทางฝั่งคุณนุชไม่ยอมมาเผชิญหน้าในวันนั้น คดีดังกล่าวเป็นการดำเนินคดีทางแพ่งตามคำแนะนำของทนายความในขณะนั้นเมื่อ 10 ปีก่อน เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้คุณเอเกิดความเครียดอย่างหนัก ถึงขั้นเคยคิดจะวิ่งให้รถชนเนื่องจากเดือดร้อนมาก และต้องเสียเพื่อนฝูงไปเนื่องจากปัญหาที่เกิดขึ้น จนต้องหายหน้าไปจากโซเชียลมีเดียเป็นเวลา 10 ปี

 

ศาลได้พิพากษาคดีแพ่งถึงชั้นฎีกา ให้บริษัทของคุณนุชชดใช้เงินแก่คุณเอเป็นจำนวน 5 ล้านกว่าบาท อย่างไรก็ตาม ศาลพิพากษาให้เฉพาะตัวบริษัทของคุณนุชชดใช้ และยกฟ้องในส่วนตัวของคุณนุช เนื่องจากฟ้องในนามบริษัทที่มีกรรมการเพียงคนเดียว เมื่อคดีถึงที่สุด คุณเอ ได้ดำเนินการบังคับคดีและสืบทรัพย์ แต่กลับพบเงินในบัญชีของบริษัทเพียง 4,000 บาท ทำให้ไม่สามารถยึดทรัพย์อะไรได้

 

ด้วยความเครียด คุณเอ ได้โพสต์ข้อความบ่นลงใน Facebook คุณนุชนำโพสต์ดังกล่าวไปฟ้องคดีอาญาข้อหาหมิ่นประมาท เรียกค่าเสียหายจากคุณเอเป็นเงินสูงถึง 30 ล้านบาท โดยอ้างว่าทำให้บริษัทสูญเสียลูกค้า แต่เนื่องจากไม่ได้ส่งงบการเงินจึงไม่สามารถพิสูจน์ได้

 

คุณเอต้องเดินทางขึ้นศาลสู้คดีหมิ่นประมาททุกชั้นศาล โดยในวันที่ขึ้นศาล คุณนุชได้เกณฑ์บอร์ดี้การ์ดแต่งตัวมีสัญลักษณ์ พร้อมด้วยบุคคลต่าง ๆ มาที่ศาล และแสดงท่าทางขึงขังใส่คุณเอ หลังจากคุณเอชนะคดีแพ่งนัดแรก ทั้งสองฝ่ายก็ไม่ได้คุยกันอีกเลย จนกระทั่งเช้าวันที่ หนุ่ม กรรชัย โพสต์รูปภาพและข่าว คุณเอ จึงได้ส่งข่าวให้เพื่อนดูทันที คุณเอ ยืนยันว่า เงินจำนวน 5 ล้านบาทนั้นตนเองไม่ได้รับคืนแม้แต่บาทเดียว เพราะสืบทรัพย์ไม่พบทรัพย์สินใด ๆ เลย

 

กรณีของคุณอุ ซึ่งเป็นน้องชายของคุณแอน คุณอุเล่าว่า ตนเองเป็นน้องชายของคุณแอน ซึ่งเป็นเพื่อนกับคุณนุชมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมโรงเรียนเดียวกัน จึงรู้จักคุณนุชมาตั้งแต่เด็ก จากนั้นต่างคนต่างแยกย้ายกันไปเติบโต จนกระทั่งกลับมาเจอกันอีกครั้งเมื่อปี 2563 ในช่วงที่คุณแม่ของคุณอุป่วยและเสียชีวิต หลังจากนั้นไม่นานคุณแอนป่วยเป็นมะเร็งเต้านม คุณนุชจึงเข้ามาคอยดูแล เอาอกเอาใจ และดามใจในช่วงที่คุณแอนกำลังอ่อนแอ จนได้คบหาดูใจเป็นแฟนกัน

 

ปกติแล้ว บ้านหลังที่เกิดเหตุเป็นบ้านของคุณแอนเอง ซึ่งซื้อและผ่อนชำระด้วยเงินของคุณแอนจากการทำงานเป็นผู้จัดการธนาคาร โดยอาศัยอยู่ร่วมกับคุณอุและคุณพ่อ ต่อมาคุณนุชได้ย้ายเข้ามาอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ด้วยกัน เรื่องราวความขัดแย้งเริ่มเกิดขึ้นเมื่อคุณนุชพยายามผลักไสหลานที่คุณแอนเลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็กให้กลับไปอยู่กับแม่แท้ ๆ โดยอ้างว่าไม่จำเป็นต้องนำคนอื่นมาเลี้ยง คุณแอนซึ่งกำลังป่วยและอยู่ในช่วงรับคีโมจึงยอมเชื่อและส่งหลานกลับไป แต่หลังจากนั้น คุณนุชกลับพาหลานของตนเองจำนวน 2 คน เข้ามาอาศัยอยู่ในบ้านของคุณแอนนานเป็นเดือน

 

การที่หลานของคุณนุชเล่นกันส่งเสียงดัง ทำให้พ่อของคุณอุซึ่งมีอายุมากแล้วถามคุณอุว่าเมื่อไหร่คุณนุชจะพาหลานกลับบ้าน คุณอุจึงนำเรื่องนี้ไปสอบถามคุณแอน ทำให้เกิดภาวะตึงเครียดขึ้นภายในบ้าน ในส่วนของค่าใช้จ่ายภายในบ้านทั้งหมด คุณแอนเป็นผู้รับผิดชอบจ่ายเพียงฝ่ายเดียว โดยที่คุณนุชไม่ได้ช่วยจ่ายแต่อย่างใด นอกจากนี้ คุณอุเคยไปช่วยยืนเป็นบอร์ดี้การ์ดให้คุณนุชตามคำชวนไปขึ้นศาล โดยที่คุณนุชนำไปอ้างกับผู้อื่นว่าคุณอุเป็นบอร์ดี้การ์ดส่วนตัว

 

ต่อมา เมื่อหลานของคุณนุชยังไม่ออกไปจากบ้าน คุณอุเกิดความโมโหจึงได้ด่าทอและทะเลาะกับคุณแอน เพื่อไล่ให้คุณนุชและหลานออกไป คุณนุชได้นำเรื่องนี้ไปพูดปลุกปั่นจนทำให้คุณแอนมีปัญหากระทบกระทั่งกับคุณอุ คุณอุซึ่งเป็นห่วงพี่สาวจึงตัดสินใจย้ายออกไปอาศัยที่บ้านหลังเล็กของคุณพ่อที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 1 กิโลเมตรแทน หลังจากคุณอุย้ายออกไป คุณนุชได้พยายามกีดกันไม่ให้คุณแอนติดต่อหรือเดินทางมาหาคุณอุที่บ้านหลังเล็ก

 

ในส่วนของคุณพ่อซึ่งยังคงอาศัยอยู่ที่บ้านหลังใหญ่ ตรงบริเวณที่มีการต่อเติมให้พักอาศัย คุณนุชพยายามจะขับไล่พ่อออกไป โดยอ้างว่าส่วนต่อเติมมีรอยร้าวและบ้านทรุดจะถล่มลงมา คุณนุชแสดงพฤติกรรมดึงสายทีวีออก ไม่ให้พ่อดูทีวี อ้างว่าเป็นทีวีของคุณแอนและตนเอง พร้อมทั้งใช้คำหยาบคาย มึง กู ไอ้เหี้x ไอ้สัxว์ พูดจายั่วโมโหพ่อ นอกจากนี้ คุณนุชยังถ่ายคลิปวิดีโอเหตุการณ์ยั่วโมโหพ่อ จนพ่อเกิดบันดาลโทสะต่อยคุณนัช คุณนุชจึงนำไปเป็นหลักฐานเพื่อนำไปแจ้งความดำเนินคดี

 

คุณนุชได้นำคลิปวิดีโอดังกล่าวไปแจ้งความและฟ้องร้องพ่อของคุณอุในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับอันตรายสาหัส พร้อมเรียกร้องค่าเสียหายเป็นเงินสูงถึง 6 ล้านบาท ในชั้นศาล องค์คณะศาลทั้ง 3 ท่านได้ดูคลิปวิดีโอพฤติกรรมของคุณนุช แล้วพิพากษายกฟ้องในข้อหาทำร้ายร่างกายสาหัส เนื่องจากเห็นว่าเป็นการบันดาลโทสะจากการถูกยั่วยุ และลงโทษปรับเฉพาะกรณีชกเป็นเงิน 1,000 บาท ลดกึ่งหนึ่งเหลือ 500 บาท อย่างไรก็ตาม คุณนุชได้ยื่นอุทธรณ์ต่อ และเมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น คุณนุชก็ยังคงยื่นฎีกาต่ออีก

 

ในระหว่างขั้นตอนการอุทธรณ์ คดีความดังกล่าวสร้างความเครียดและอาการให้แก่คุณแอนอย่างหนัก ประกอบกับโรคมะเร็งลุกลามไปยังกระดูก และเสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 10 พ.ย. ซึ่งก่อนเสียชีวิต คุณแอนได้เลิกราและไล่คุณนุชออกจากบ้านไปเนื่องจากเหตุการณ์ทำร้ายพ่อ นอกจากนี้ คุณอุได้ตรวจสอบแชตไลน์ของคุณแอนพบว่า คุณนุชตั้งใจเข้ามายั่วโมโหพ่อ

 

หนุ่ม กรรชัย ได้เปิดภาพบาดแผลหัวแตกของคุณแอน ซึ่งคุณอุระบุว่า คุณแอนเคยถูกคุณนุชทำร้ายร่างกาย ชกจนหัวแตกในช่วงที่กำลังป่วยเป็นมะเร็งอยู่ แต่ตอนนั้นคุณแอนไม่กล้าบอกใคร โดยคุณบีเสริมว่าเคยมีผู้หวังดีส่งภาพนี้มาให้ดูเพื่อเตือนให้ระวังตัวจากคุณนุช

 

จากนั้น คุณเอ ได้เล่าเพิ่มเติมถึงลูกค้ารายใหญ่ที่เคยรักและเอ็นดูคุณนุชเหมือนลูก เมื่อลูกค้ารายนี้ทราบความจริงว่าถูกคุณนุชหลอกลวงเรื่องเงินโฆษณา 5 ล้านบาท ทำให้เกิดความเครียดอย่างหนัก จนกระทั่งขณะเดินทางไปทำบุญถวายสังฆทานที่วัด ได้เกิดอาการสโตรก เสียชีวิตลงที่วัดทันที โดยที่คุณนุชไม่เคยเดินทางไปร่วมงานศพของลูกค้ารายนี้เลยแม้แต่น้อย

 

หนุ่ม กรรชัย และกลุ่มทนายความเริ่มพูดคุยถึงพฤติกรรมของคุณนุชว่าไม่น่าจะเข้ามาอยู่ในระบบได้ พร้อมตั้งข้อสังเกตเรื่องการนำภาพถ่ายคู่กับคนมีชื่อเสียงไปใช้อวดหรือข่มขู่คุณแอน ว่ารู้จักทนายและคนมีสี บ้างก็ขู่ว่าจะมาทำร้ายคุณอุ จนทำให้คุณแอนเกิดความหวาดกลัว

 

จากนั้น ทางรายการได้ติดต่อหาคุณนุช ซึ่งคุณนุชได้รับสายแลกล่าวขอโทษหนุ่ม กรรชัย, ทนายแก้ว, ทนายตุ๋ย, ทนายไพศาล และทนายกุ้ง โดยชี้แจงว่าการเข้าไปยืนหลังไมค์สัมภาษณ์ในวันนั้นเกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์และขอโทษอย่างจริงใจ

 

คุณนุชชี้แจงความสัมพันธ์กับทนายความแต่ละคน โดยระบุว่า เคยเจอทนายกุ้งหลายครั้งที่วัดแถวปทุมธานี ร่วมกับคุณลูกหมีและทนายเดชา มีการถ่ายรูปคู่กันแต่ไม่ได้สนิทสนมเป็นการส่วนตัว

 

ส่วนทนายแก้ว คุณนุชอ้างว่าเคยโทรศัพท์ไปปรึกษาเรื่องคดีพรากผู้เยาว์ของลูกของคุณคุณบี ซึ่งทนายแก้วยอมรับว่าหากมีการโทรมาก็คงให้คำแนะนำไปตามปกติ แต่จำไม่ได้

 

ด้านพี่ตุ๋ยได้ชี้แจงแทรกว่า คุณนุชเคยวิ่งเข้ามาขอถ่ายรูปโดยอ้างว่าสนิทกับคุณลูกหมี และขอเบอร์โทรศัพท์ไป ซึ่งหากเจตนาเพียงจะถ่ายรูป ก็ไม่น่าจะต้องอ้างว่าสนิทกับใคร

 

ทนายตุ๋ยและทนายไพศาลได้ถามย้ำเรื่องที่คุณนุชไปบอกคนอื่นว่าเป็นทนายความ ซึ่งคุณนุชอ้างว่า ทนายไพศาลเป็นคนแซวเรียกตนว่าทนายนุชก่อน ตนเพียงแค่ยิ้มหัวเราะ แต่ยอมรับว่าตอนนั้นไม่ได้ปฏิเสธ พร้อมอ้างว่าตนได้บอกกับทนายตุ๋ยแล้วว่าจะมาขอเรียนเอาความรู้ แต่ทางทนายตุ๋ยและทนายไพศาลได้แย้งว่า ในห้องพิจารณาคดี คุณนุชได้เออออรับคำว่าเป็นทนายความจริง ซึ่งถือเป็นการพูดไม่ตรงกับหลักฐานและพยานที่มีอยู่หลายคนในเหตุการณ์

 

ทนายไพศาลยังได้กล่าวถึงพฤติกรรมนำรูปถ่ายคนดังไปแอบอ้างจนสร้างความเสียหาย และส่งผลกระทบต่อผู้เสียหายหลายราย คุณนุชจึงปฏิเสธว่าการโพสต์รูปคู่คนดังทำไปเพราะความชื่นชอบส่วนตัว ไม่ได้มีเจตนาข่มขู่ใคร แต่หนุ่ม กรรชัย และทนายความได้ทวงถามถึงกรณีของคุณอนุทิน ที่คุณนุชนำรูปไปอ้างกับลูกคุณบีและส่งข้อความไปในทำนอง คุณนุชอ้างว่าจำไม่ได้เพราะตนชอบถ่ายรูปส่งให้คุณบีดูเป็นปกติอยู่แล้ว

 

คุณนุชได้ชี้แจงเรื่องความสัมพันธ์กับคุณบี โดยยอมรับว่าคบหากันจริง จุดเริ่มต้นคุณบีขอยืมเงินออกไปเช่าคอนโดเดือนละ 7,500 บาทเ พื่อทำงานขายประกัน ตนจึงจ่ายค่ามัดจำ ค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าอินเทอร์เน็ตให้ ต่อมาเมื่อคุณบีเปลี่ยนมาขายส้มตำไก่ทอดและมีปัญหาเงินกู้นอกระบบที่ต้องจ่ายดอกเบี้ยวันละ 250 บาท ตนก็เคยโอนเงิน 5,000 บาทไปช่วยล้างหนี้ให้ รวมถึงจ่ายค่ามัดจำห้องพักให้ลูกสาวของคุณบีด้วย คุณนุชชี้แจงว่าตนต้องการทวงเงินคืนในส่วนที่เป็นเงินยืมจำนวนแสนกว่าบาท แต่ทนายแก้วและหนุ่ม กรรชัย ได้โต้แย้งว่า การคบหาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในฐานะคนรัก เงินที่ให้อีกฝ่ายย่อมถือเป็นการให้โดยเสน่หา อีกทั้งคุณนุชยังนำเงินยิบย่อยรวมถึงค่าสบู่ยาสีฟัน รวมเป็นยอด 100,000 กว่าบาท แล้วจงใจพิมพ์แชตไลน์ระบุคำว่า “เจ้าหนี้-ลูกหนี้” ซึ่งทนายแก้วมองว่าเพื่อสร้างหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์ไว้ใช้ฟ้องร้อง แต่จริง ๆ  ล้วทุกอย่างต้องมีหลักฐานพิสูจน์

 

ทนายแก้วมองว่า นี่คือการนำความรู้ทางกฎหมายไปใช้ยั่วยุและเบียดเบียนผู้อื่น เช่น เหตุการณ์ยั่วยุพ่อของคุณอุ รวมถึงการนำรูปถ่ายคู่กับนายกสภาทนายความไปแอบอ้าง

 

ในประเด็นเรื่องภาพถ่ายคู่กับเจ้าสัวธนินท์ คุณนุชยอมรับว่าตนไปเจอเจ้าสัวธนินท์ที่สมาคมแต้จิ๋ว แล้วเข้าไปสวัสดีแนะนำตัวว่าเป็นหลานอาม่า แต่ไม่ได้นามบัตรมาตามที่กล่าวอ้างในโพสต์ และยอมรับว่าข้อความ “มีอะไรโทรหาอากงนะ” ตนเป็นคนพิมพ์เขียนขึ้นมาเองทั้งหมด

 

กับคุณเป๊ก สัญชัย คุณนุชอ้างว่า เมื่อเจอหน้ากันอีกฝ่ายจะเข้ามาทักทาย กอด และเรียกว่า “ไอ้น้อง” เสมอ

 

หนุ่ม กรรชัย สอบถามคุณนุชถึงกรณีเงิน 5 ล้านบาทของคุณเอว่า ศาลสั่งให้ชดใช้แล้วแต่เหตุใดยังไม่ยอมจ่าย และสืบทรัพย์พบเงินในบัญชีเหลือเพียง 4,000 บาท คุณนุชชี้แจงว่า ในคดีแพ่งศาลสั่งให้ตนเองจ่ายเงิน 2 ล้านบาท และยอมรับว่ายังไม่ได้จ่ายเงินดังกล่าว โดยทางคุณเอและทนายความยืนยันว่า ยอดเงินรวมดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เป็นเงินประมาณ 5 ล้านบาท คุณนุชอ้างเหตุผลที่ยังไม่จ่ายว่า หลังจากเกิดคดีความ ฝ่ายคุณเอได้โพสต์หมิ่นประมาทและระบุชื่อบริษัทของตน ส่งผลให้ถูกลูกค้ายกเลิกงานทั้งหมด ชื่อเสียงเสียหาย คุณนุชจึงได้ฟ้องคดีอาญาหมิ่นประมาทเรียกค่าเสียหาย 30 ล้านบาท ซึ่งศาลพิพากษาว่าฝ่ายคุณเอมีความผิดและให้ชำระเงิน 100,000 บาท เมื่อ หนุ่ม กรรชัย เสนอให้หักลบชำระหนี้ส่วนต่างกัน คุณนุชปฏิเสธโดยอ้างว่าเรื่องไปไกลเกินกว่าจะยอมความได้แล้ว

 

ทนายกุ้งได้สอบถามคุณนุชถึงกรณีที่เคยอ้างกับตนเมื่อครั้งพบกันที่วัดว่า สนิทสนมและทำคอนเสิร์ตร่วมกับพี่เฮง โคตรอินดี้ แต่เมื่อไปตรวจสอบกับพี่เฮงกลับพบว่าไม่เคยร่วมงานกัน คุณนุชชี้แจงว่า ตนเพียงแต่เข้าไปช่วยวิ่งขายงานสปอนเซอร์ให้เท่านั้น

 

ถัดมา ทนายไพศาลได้ถามถึงเงิน 5 ล้านบาทที่รับมาจากลูกค้า ว่าเหตุใดจึงไม่นำไปจ่ายให้แก่คู่ค้า และได้นำเงินไปใช้ในกิจการของบริษัทหรือไม่ คุณนุชปฏิเสธที่จะตอบคำถามโดยอ้างว่าจำไม่ได้เนื่องจากเป็นเรื่องนานแล้ว ทำให้กลุ่มทนายความเตือนถึงข้อกฎหมาย ทั้งความผิดฐานข่มขู่ตามมาตรา 309 ความผิดฐานฉ้อโกงตามมาตรา 341 และ 343 พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ รวมถึงการตรวจสอบเส้นทางเงินของบริษัทเพื่อดำเนินคดีอาญาหากมีการยักย้ายถ่ายเท

 

หนุ่ม กรรชัย ได้สอบถามถึงยอดหนี้สินระหว่างคุณนุชกับคุณบี ตามข้อความที่คุณบุ๋ม ปนัดดา ส่งมาสอบถาม คุณนุชอ้างว่าคุณบีเป็นหนี้ตนอยู่ประมาณ 100,000 กว่าบาท แต่คุณบีชี้แจงรายละเอียดว่า ยอดหนี้จริงอยู่ที่ประมาณ 54,000 บาท ส่วนยอดเงินอื่น ๆ นั้นเป็นสิ่งที่กินใช้ร่วมกันหรือให้โดยเสน่หาขณะคบหากัน หนุ่ม กรรชัย ระบุว่าทางคุณบุ๋ม ปนัดดา จะเป็นผู้ชำระเงินจำนวนนี้แทนคุณบีให้

 

ทางทนายตุ๋ย ได้เสนอให้คุณนุชโอนสิทธิเรียกร้องหนี้ 54,000 บาทนี้ ไปชำระหนี้บางส่วนให้แก่คุณเอ แต่คุณนุชระบุว่าขอเวลาตัดสินใจก่อน

 

เมื่อพูดถึงคดีความของพ่อคุณแอน คุณนุชอ้างว่าคดีอยู่ในชั้นฎีกา จึงขอไม่พูดในที่สาธารณะ แต่กลุ่มทนายความมองว่พฤติกรรมของคุณนุชที่พูดจาไม่เหมาะสมใส่พ่อของคุณแอน ยั่วยุถ่ายคลิป และยื่นฟ้องเรียกเงิน 6 ล้านบาท ทั้งที่คุณแอนป่วยเป็นมะเร็ง ถือเป็นเรื่องที่ไม่น่ารักอย่างยิ่ง

 

หนุ่ม กรรชัย ได้ทวงถามเรื่องที่คุณนุชนำชื่อตนเองไปแอบอ้างว่าทำงานร่วมกันหรือเป็นทีมทนายความให้ ผอ. โรงเรียน ฟังต่อหน้า บุ๋ม ปนัดดา คุณนุชปฏิเสธว่าไม่เคยพูดแอบอ้าง และคุณนุชยังยอมรับว่าตนเองเคยทำงานที่เว็บไซต์ sanook.com ในตำแหน่งเซลล์ขายโฆษณา จากนั้น หนุ่ม กรรชัย จึงเปิดแถลงการณ์ชี้แจงจาก sanook.com ที่ยืนยันว่าคุณนุชเป็นเพียงอดีตพนักงานขาย ไม่เคยเป็นผู้บริหารตามที่เคยไปกล่าวอ้าง

 

คุณนุช ได้เอ่ยปากกล่าวขอโทษทุกคนในรายการด้วยความจริงใจ แต่ทนายตุ๋ยได้ย้อนกลับกลับมา การขอโทษตอนนี้มันทันหรือ?

 

ในระหว่างรายการ ผู้จัดการของคุณปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล ได้ติดต่อมาขอให้คุณนุชลบรูปถ่ายคู่ออก หนุ่ม กรรชัย และทนายความจึงเตือนให้คุณนุชลบรูปถ่ายคู่กับบุคคลอื่น ๆ ทั้งหมดที่ไม่ได้สนิทจริงออกจากโซเชียลมีเดีย เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้อื่นเข้าใจผิดและนำไปแอบอ้าง ซึ่งคุณนุชรับปากว่าจะดำเนินการลบให้

 

ส่วนประเด็นของคุณวัน อยู่บำรุง ที่โพสต์ถามเรื่องความสนิทสนม คุณนุชยอมรับว่าไม่ได้สนิทสนม เพียงแต่เคยเจอหน้า 2-3 ครั้ง ประเด็นเรื่องการอ้างว่าคบหากับคุณลูกหมีและเป็นคนหาทนายความให้ คุณนุชก็ปฏิเสธว่าไม่เคยพูดเช่นกัน

 

สำหรับคดีความฟ้องร้องพ่อของคุณแอน ทางรายการได้แจ้งข้อมูลล่าสุดว่า ศาลมีคำสั่งไม่รับฎีกาแล้ว ทำให้คดีสิ้นสุดลงตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

 

ทนายแก้วและกลุ่มทนายความได้แนะนำให้คุณเอร้องเรียนต่อกรมสรรพากร เพื่อตรวจสอบเส้นทางเงินของบริษัทคุณนุช และดำเนินคดีอาญาข้อหาโกงเจ้าหนี้ ส่วนคุณบีและคุณอุ สามารถดำเนินคดีฟ้องกลับในข้อหาแจ้งความเท็จเพื่อกลั่นแกล้งให้ได้รับโทษอาญาหนักขึ้นตามมาตรา 174

 

หนุ่ม กรรชัย ได้กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เลวร้ายอีกเรื่องหนึ่งที่คุณนุชทำ คือการทำให้น้องชายของคุณแอนต้องออกจากบ้าน ทั้งที่น้องชายกำลังลำบากและต้องฟอกไตอยู่ ถัดมา มีการพูดถึงประเด็นทรัพย์สินที่ยังคงค้างอยู่ในห้องของคุณบี โดยอีกฝ่ายไม่ยอมมาขนย้ายออกไปสักที จึงได้มีการฝากแจ้งผ่านรายการให้เดินทางมาเอาทรัพย์สินคืนไปภายใน 15 วัน หากไม่มาเอาตามกำหนดถือว่ายึด พร้อมทั้งระบุว่าได้เดินทางไปลงบันทึกประจำวันไว้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว

 

ในช่วงท้าย กลุ่มทนายยังได้พูดคุยแซวทนายตุ๋ยเรื่องที่โดนเด็กเบียดแทรกเข้ามาระหว่างการยืนสัมภาษณ์จนตกเฟรม ทำเอาขำกันทั้งรายการ ทนายแก้วบอกว่าจะทำยังไง เพราะอีกฝ่ายเบียด กระแซะ ๆ อยู่อย่างนั้น ก็ต้องหลบให้


แท็กที่เกี่ยวข้อง
#นุชมั่วบ้านงาน#แอบอ้าง