รายการโหนกระแสวันนี้ เป็นเรื่องราวต่อเนื่อง จากกรณีคุณหมิว มาร้องเรียนถูกเฟิร์น อดีตภรรยาของสามี มาทำร้ายร่างกายต่อหน้าลูก โดยตนเองโดนถึง 3 ครั้ง และครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา สิ่งที่ตนต้องตัดสินใจมาร้องเรียน เพราะแจ้งความแล้ว แต่ตำรวจลงความเห็นเป็นการสมัครใจวิวาท แถมตอนกลางคืน ยังพบชายขับเบนซ์มาบริเวณบ้าน เลยหวั่นเรื่องความปลอดภัย
แต่รายการกลับมีประเด็นแตกไปอีกเมื่อ คุณรุ่ง เจ้าของรถยนต์ที่ปรากฏในข่าว ยืนยันตนคบกับเฟิร์น และให้เฟิร์นยืมรถไป แต่วันเกิดเหตุไม่ใช่ตนเองที่ขับ ส่วนคนที่ขับเฟิร์นอ้างว่าเป็นพี่น้องของเฟิร์น ขณะเดียวกัน คุณเอ ได้โฟนอินในรายการ บอกช่วงคบกับเฟิร์น เคยมีอาการเหมือนถูกวางยาไม่มีสติแล้วทองหายไป
ทำให้วันนี้ รายการโหนกระแส ได้เชิญคุณรุ่งและคุณเอ มาอีกครั้ง โดยคุณรุ่ง เล่าในการคบกันกับเฟิร์น รู้จักผ่านออนไลน์ และตัดสินใจคบมาช่วงลอยกระทงปีที่แล้ว ซึ่งปีนี้ใกล้ฉลองครบ 1 ปีที่คบกัน ตอนคบกัน ตนยอมรับทุ่มเทให้เฟิร์นมาก ยอมออกจากงานที่กทม. เพื่อไปใช้ชีวิตอยู่กับเฟิร์นที่สระบุรี แต่ต่อมาเฟิร์นอ้างว่า ไปทำงานเป็นผู้จัดการอินฟลู และหายจากบ้านที่สระบุรีไป 2 เดือน
ส่วนกรณีที่เป็นข่าวตอนเห็นคลิป ตนเห็นรถยนต์ของตนเอง และยังมีคลิปที่เพจนักสืบบางเพจไปลง ตนยอมรับว่า เห็นตอนตบตี ตนไม่ได้สนใจ ตนเองสนใจแค่ว่า มีคลิปนัวเนีย และผู้ชายคนนั้นเป็นใคร อีกทั้งภาพในคลิป เป็นห้องเช่าที่ตนเป็นคนจ่ายเงินให้กับเฟิร์น พอตนได้สอบถามเฟิร์น วันที่มีการคืนรถยนต์ เฟิร์นอ้างว่า เป็นเพื่อนน้อง ที่มานอนข้างๆ แล้วเฟิร์นเองก็กินยา ทำให้หนูง่วง แต่ตนก็แย้งไปว่า เท่าที่เห็นในคลิปมันผลัดกันนัว ทำให้เฟิร์นบอกว่า สรุปพี่จะทิ้งหนู ไม่ฟังหนูเลย ตนยอมรับว่าตอนนั้นไม่สนใจเฟิร์นแล้ว เพราะตนต้องการแค่รถยนต์คืน
ก่อนหน้านี้ เฟิร์นเคยบอกตนเองว่า ทำงานเป็น เจ้าหน้าที่สาธารณสุข เค้ามีชุดยูนิฟอร์มแขวนในบ้าน แต่ตอนอยู่ด้วยกันลาออกแล้ว
ระหว่างนั้น สามีคุณปลา ชี้แจงมาว่า เห็นภาพในห้อง แล้วบอกว่า นั่นคือห้องที่ผมได้ไป และเอ ยังบอกด้วยว่า เคยได้ไปห้องที่เคยปรากฏในคลิป
คุณเอ 1 ในคนที่ไทม์ไลน์ ที่เคยคบกับเฟิร์น และซ้อนกับคุณรุ่ง เล่าว่า ตัวเองจะแตกต่างจากคุณรุ่ง เป็นสไตล์พ่อพระ เจอกันทางออนไลน์ ตอนนั้นเฟิร์นทักมาตอนกลางคืน บอกว่าปวดหัวให้พาไปหาหมอหน่อย ผมไม่ไป ปฏิเสธไป แล้วทีนี้มาถึงตอนเช้า เค้าก็บอกว่า เรียกวิน เรียกแกร๊ปพาไปส่ง รพ.หน่อย เราก็รู้สึกผิดนิดนึง เออทำไมเราไม่ไปรับ ให้ไปกับวิน จากนั้นก็มีโอเคพูดคุยกันมากขึ้น และการคุยก็เป็นลักษณะการจีบกัน
เค้าบอกผมว่า เค้าเป็นคนมีฐานะ พ่อกับแม่ฝากเงินไว้ให้ตั้งแต่เด็กๆ จนเป็น VIP ของหลายธนาคาร เค้าบอกแบบนั้น และก็มีอพาร์ทเมนต์ปล่อยให้เช่า บ้านปล่อยให้เข้า และก็ซื้อขายจิลเวอรี่ เค้ายังรู้เลยสร้อยคอที่พี่หนุ่มใส่มันมีราคานะ เป็นคาร์เทียร์
แล้วทีนี้มันมีอยู่งานที่ต้องไปมอบรางวัลอินฟลูฯ ซึ่งที่เค้าอ้างกับคุณรุ่งว่าเป็นผู้จัดการอินฟลูนั้น งานนั้นคุณเอก็บอกว่าตัวเองก็ไป เพราะต้องไปแสดงความยินดีกับน้องอินฟลูที่รู้จัก แล้วหลังจากงานจบก็ไปกินข้าว วันนั้นเป็นวันทีผมเสียทองเส้นแรก ประมาณ 2-3 บาท เพราะว่าเป็นของที่บ้าน ตอนนั้นผมไม่รู้ว่าหายไปได้ยังไง เข้าใจว่า เราถอดแล้วลืมเอง ซึ่งคุณเอรู้สึกว่า สร้อยทองของตัวเองหายไป ทำไมเฟิร์นเค้าไม่รู้สึกอะไร มันต้องตกใจสิ แบบ เฮ้ย พี่เอมันหายไปได้ยังไง อยู่ตรงไหน หาสิ แต่ไม่มีเลย ตอนนั้นผมก็คิดว่ามันคงหายจากที่เราเบลอๆ
ส่วนเส้นที่สอง เป็นเลทสร้อยข้อมือ ตอนนั้นกลับมาอยู่ที่สระบุรี อยู่ด้วยกัน ผมไม่ได้เที่ยวกลางคืน แล้วก็มากินข้าวปกติ จากนั้นภาพก็ดับไปเลย ผมไม่รู้เรื่องเลยว่าเกิดอะไรขึ้น ผมไม่ดื่มเหล้า คนที่อยู่ใกล้ๆตัวผมก็บอกว่า ผมดูไม่มีสติ ขับรถชนหน้าชนหลัง แต่ผมไม่รู้ตัวเลย จนมีคนโทรตามลูกน้องผมมาดู ซึ่งลูกน้องบอกว่า ผมดูสะลึมสะลือ แล้วจำลูกน้องตัวเองได้แค่ 2 คน
ตอนลูกน้องไปช่วยจับตัว ก็เอะใจ ว่าเลทที่ข้อมือหายไปไหน เพราะปกติคุณเอจะใส่ติดตัวตลอดเวลา ซึ่งตรงนี้เองตรงกับข้อมูลของคุณรุ่งที่ว่า เลทข้อมือที่คุณเอเอามาโชว์ คือ เส้นเดียวกับที่ เฟิร์นให้ตนเอาไปขาย ที่ร้านแห่งหนึ่งย่านแถวๆชานเมือง กทม. โดยอ้างว่า เป็นทองของผู้หญิงที่เกิดอุบัติเหตุขับรถชนกัน แล้วตบตี แล้วเฟิร์นได้ทองเส้นนี้ และเอามาซ่อนไว้ที่ห้องพักที่สระบุรีก่อนให้ รุ่งเอาไปขายได้เงินมาแสนกว่าบาท ซึ่งพอรุ่งขายได้ ต้องนำเงินสดทั้งหมดให้เฟิร์น เพราะเฟิร์นไม่ยอมรับโอน
และยังมีแหวนอีกวงที่รุ่งเอาไปขายที่ร้านทองของนะโม จ.สระบุรี โดยรุ่งบอกว่าเฟิร์นบอกว่าเป็นของป้าเฟิร์นให้มา มีรอยตัด ซึ่งตรงกับแหวนของคุณเอ ที่ยืนยันแหวนตัวเองมีรอยตัดเช่นกัน
ทนายแก้ว ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล กล่าวถึงกรณีที่ รุ่งและเฟิร์น อาจมีความผิด หากมีการกระทำตามที่มีเล่าจริง รุ่ง เข้าข่ายผิดฐานรับของโจร โทษจำคุก 5 ปี และเฟิร์น เกี่ยวข้องจริงๆ ก็จะมีความผิดฐานลักทรัพย์
ท้ายสุด คุณรุ่งบอกว่า ถ้าเฟิร์นกลับมาหา คิดว่าไม่หรอกครับ ต่างคนต่างอยู่ดีกว่า ไม่อยากไปเกี่ยวข้องแล้ว ถามว่ารักไหม รักครับ แต่ถ้าหลายผัวขนาดนี้ผมก็ไม่เอาครับ ถ้าถามว่าให้โอกาสเค้าหน่อยไหม ไม่ครับ ผมทุ่มเทเพื่อเค้า ผมยอมออกจากงานของพี่สาวคลินิกที่กรุงเทพ แถวๆประชาชื่นเนอะ เพื่อกลับไปเปิดร้านอาหารที่สระบุรีเพื่อจะไปอยู่กับเค้า ลงทุนไปหลายบาท เพื่อไปเปิดร้านอยู่กับเค้า ทำไปทำมา เค้าก็มาบอกไปว่าจะไปเป็นผู้จัดการส่วนตัวให้อินฟลูท่านหนึ่ง แล้วหายไปจากผมสองเดือน ผมกินหญ้ามาแล้ว ตอนนี้ผมต้องกินข้าวนะครับ
จากนี้ทางรายการแนะนำให้ คุณเอ ไปแจ้งความดำเนินคดี เพราะมีคุณเอ ยืนยันว่า ทองของคุณเอที่หายไป เฟิร์นเป็นคนนำมาให้คุณรุ่งไปขาย แม้ว่า คุณรุ่งอาจถูกดำเนินคดีในข้อหารับของโจรด้วย