จากกรณีผู้เสียหายรวมตัวกันเดินทางไปร้องเรียนที่ศูนย์ประสานงานเพจสายไหมต้องรอด อ้างว่าถูกยูทูบเบอร์ชื่อดัง ที่มีผู้ติดตามมากกว่า 10 ล้านคน ทำร้ายร่างกาย และกระทำอนาจาร โดยแต่ละคนเจอเหตุการณ์คล้ายกัน และมีตัวแทนผู้เสียหาย 4 ราย พร้อมเปิดเผยเรื่องราว เพื่อขอความเป็นธรรมตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุด วันอังคารที่ 11 สิงหาคม 2569 เวลา 10.30 น. ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด พร้อม นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ที่ปรึกษามูลนิธิวินวิน ได้พาผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน โดยเบื้องต้นผู้เสียหายจะขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพฤติการณ์ ที่อ้างว่ามีทั้งการทำร้ายร่างกาย พยายามข่มขืน อนาจาร คุกคามทางเพศ การใช้แรงงานเด็ก การค้ามนุษย์โดยแสวงหาผลประโยชน์จากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี และข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการฟอกเงิน
ผู้เสียหาย อายุ 23 ปี ระบุว่า วันนี้มารวมตัวกันเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งเพื่อตัวเองและไม่อยากให้บุคคลอื่นต้องได้รับผลกระทบในลักษณะเดียวกันอีก โดยหวังว่าคดีนี้จะเป็นกรณีตัวอย่างว่า การเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงหรือมีผู้ติดตามจำนวนมาก ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมต่อผู้อื่นได้
กรณีของตนเองที่ถูกทำร้ายร่างกาย และมองว่าพฤติกรรมดังกล่าวไม่เหมาะสม โดยเฉพาะเมื่อผู้ถูกกล่าวหามีบทบาทเป็นนายจ้าง และมีผู้ติดตามจำนวนมาก ซึ่งในจำนวนผู้ติดตามอาจมีเด็กและเยาวชน จึงควรประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดี พร้อมขอให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการอย่างเป็นธรรม
ส่วนความคืบหน้าทางคดีที่ตนเองได้ไปแจ้งความไว้ สภ.เมืองขอนแก่น เบื้องต้นได้ยื่นรายชื่อพยานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว และมีการสอบสวนพยานบางส่วนไปเรียบร้อย ขณะเดียวกันยังมีความกังวลเกี่ยวกับผู้เสียหายบางรายที่เหตุการณ์เกิดขึ้นมานานแล้ว และไม่แน่ใจว่ายังอยู่ในอายุความหรือไม่ จึงอยากให้มีการตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายอย่างเต็มที่
ผู้เสียหาย อายุ 19 ปี เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุไม่ได้ติดตามหรือรับฟังข้อมูลที่ทางคู่กรณีได้โพสต์ลงโซเชียล เนื่องจากยังไม่สามารถรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ แต่ภายหลังพบว่ามีการออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาและระบุว่าไม่ได้มีการลวนลาม โดยตนเองมองว่า ผู้ถูกกล่าวหาน่าจะทราบดีว่าเกิดอะไรขึ้น พร้อมขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง
ส่วนตัวตนยังมีความกังวล เนื่องจากเกิดเหตุภายในบ้านของคู่กรณี อาจทำให้ตัวเองไม่ได้รับความเป็นธรรมรวมถึงกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้จุดเกิดเหตุว่า ไม่แน่ใจว่าขณะเกิดเหตุยังสามารถใช้งานได้หรือไม่ จึงฝากเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยตรวจสอบและดำเนินการอย่างเต็มที่
นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เปิดเผยว่า เบื้องต้นพนักงานสอบสวนจะสอบปากคำผู้เสียหายแต่ละรายว่าเคยพบเจอเหตุการณ์อะไรบ้าง ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนกรณีที่เหตุการณ์เกิดขึ้นมานานแล้ว ต้องตรวจสอบเรื่องอายุความเป็นรายกรณี หากบางเหตุการณ์พ้นอายุความ ก็อาจพิจารณาสอบในฐานะพยาน ขณะเดียวกันยังต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีที่มีการนำเด็กเข้ามาทำงานด้วย
ส่วนข้อกล่าวหาที่อาจเกี่ยวข้องนั้น คุณเอกภพระบุว่า ต้องรอการตรวจสอบข้อเท็จจริงและอายุความเป็นรายกรณี โดยหากมีพฤติกรรมตามที่ผู้เสียหายกล่าวอ้าง อาจต้องพิจารณาประเด็นความผิดเกี่ยวกับการกระทำอนาจารหรือการคุกคามทางเพศ รวมถึงประเด็นอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้บัญชีหรือธุรกรรมทางการเงิน ทั้งหมดต้องให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพยานหลักฐานก่อน
สำหรับกรณีเด็กที่ถูกกล่าวอ้างว่ามีการนำเข้ามาทำงานนั้น เห็นว่าควรประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดขอนแก่น ทั้งหน่วยงานด้านแรงงานและหน่วยงานคุ้มครองเด็ก เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ามีการจ้างงานเด็กหรือมีการแสวงหาประโยชน์จากเด็กหรือไม่ โดยข้อมูลที่กล่าวอ้างเกี่ยวกับการนำเด็กหลบเลี่ยงเจ้าหน้าที่ตรวจสอบนั้น ยังต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเช่นกัน
นอกจากนี้ ยังมีความกังวลเรื่องความปลอดภัยของกลุ่มผู้เสียหาย จึงเตรียมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณามาตรการคุ้มครองพยาน พร้อมย้ำให้ผู้เสียหายให้ข้อมูลตามความเป็นจริง เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมสามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงได้อย่างครบถ้วน
ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ที่ปรึกษามูลนิธิวินวิน หรือ “ครูธัญ” เปิดเผยความคืบหน้ากรณีผู้เสียหายเข้าร้องขอความเป็นธรรมจากเหตุการณ์ที่กล่าวอ้างว่าถูกทำร้ายร่างกาย โดยระบุว่า ขณะนี้กระบวนการดำเนินการผ่านมาเกือบ 2 เดือนแล้ว หลังจาก “ฮัท” ผู้เสียหายรายแรกเข้ามายื่นเรื่องและเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
หลังจากผู้เสียหายเข้ามาร้องเรียน ปรากฏว่ามีผู้เสียหายและผู้ที่อ้างว่าเคยได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกัน ติดต่อเข้ามาให้ข้อมูลหลายราย พร้อมระบุว่ามีหลักฐานเกี่ยวกับเหตุการณ์ ทั้งข้อมูลและคลิปวิดีโอ ซึ่งจะต้องนำเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป
สิ่งหนึ่งที่สังเกตเห็นได้ชัดคือ หลายคนยังอยู่ในภาวะหวาดกลัวและกังวลกับสิ่งที่เกิดขึ้น จึงอยากให้สังคมเข้าใจว่าความรู้สึกดังกล่าวอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบบางรายไม่กล้าออกมาเปิดเผยเรื่องราวหรือดำเนินการในทันที
ขณะเดียวกัน ครูธัญกล่าวถึงกรณี ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ออกมาพูดถึงปัญหาด้านอารมณ์ของตัวเองผ่านคลิป พร้อมกล่าวขอโทษต่อสังคม โดยมองว่าประเด็นดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งที่สังคมควรนำมาพิจารณาประกอบอย่างรอบด้าน แต่ยังจำเป็นต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากทุกฝ่าย
ล่าสุด เวลา 12.12 น. นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เปิดเผยว่า เบื้องต้นพนักงานสอบสวน ได้รับแจ้งความจากผู้เสียหาย 4 คน โดยมีการแยกสอบปากคำ และจะดำเนินการตามกระบวนการรวม 7 ข้อหา ดังนี้ 1. ทำร้ายร่างกาย (ปืนจ่อหัว) 2. พยายามข่มขืน 3. อนาจาร 4. คุกคามทางเพศ 5.ใช้แรงงานเด็ก 6. ค้ามนุษย์โดยแสวงหาผลประโยชน์จากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี 7. ฟอกเงิน