ความคืบหน้ากรณีสามเณรอายุประมาณ 7 ขวบ มรณภาพจากการจมน้ำ ภายในวัดแห่งหนึ่งในภาคเหนือ โดยเหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 ก.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลและตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิต
โดยนายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง มอบหมายให้นายกฤษณะ พินิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เกาะคา ฝ่ายปกครองอำเภอเกาะคา และสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดลำปาง ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลภายในวัดเพิ่มเติม
จากการตรวจสอบเบื้องต้น เจ้าหน้าที่พบว่าภายในวัดมีพระภิกษุและสามเณรอยู่ประมาณ 20 รูป จึงเตรียมตรวจสอบข้อมูลของพระและสามเณรแต่ละรายว่า เดินทางเข้ามาอยู่ในประเทศไทยและพำนักอยู่ภายในวัดอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบเอกสารหรือใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบประวัติและข้อมูลของพระและสามเณรว่าเดินทางมาจากพื้นที่ใด ก่อนเข้ามาจำพรรษาหรือพักอาศัยอยู่ที่วัดดังกล่าว เพื่อรวบรวมข้อมูลให้ครบถ้วน
นายกฤษณะ พินิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง กล่าวว่า ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังรวบรวมข้อมูลหลายด้าน ทั้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับสามเณร การดำเนินการของวัด รวมถึงข้อมูลของพระและสามเณรที่พำนักอยู่ภายในวัด
ขณะที่ พ.ต.อ.กฤษฎา พงษ์สุวรรณ ผกก.สภ.เกาะคา พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมตรวจสอบข้อมูลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายและสถานะของบุคคล โดยหากพบว่าบุคคลใดไม่มีเอกสารหรือไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศหรือพำนักอยู่ในราชอาณาจักรอย่างถูกต้อง เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ส่วนประเด็นวัดรับพระหรือสามเณรที่อาจไม่มีเอกสารการเดินทางหรือใบอนุญาตเข้าประเทศเข้ามาพำนักได้อย่างไรนั้น เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยยังไม่มีการสรุปว่าพระหรือสามเณรรายใดกระทำผิด
ด้านสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดลำปาง โดยนายคนึงกิจ พรหมนุชานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดลำปาง จะร่วมตรวจสอบข้อมูลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับวัด พระภิกษุ และสามเณร เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปตามขั้นตอนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
สำหรับร่างของสามเณรอายุ 7 ปีที่มรณภาพจากเหตุจมน้ำ ขณะนี้ร่างถูกส่งไปชันสูตรที่โรงพยาบาลเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง รวมถึงตรวจสอบร่องรอยตามร่างกายตามกระบวนการทางการแพทย์และนิติเวช