จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ ร่วมกับผู้ใหญ่บ้าน และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านในฐานะฝ่ายปกครองท้องที่ บุกตรวจต้นกุฏิพระลูกวัดแห่งหนึ่งในตำบลตาจง อ.ละหานทราย หลังได้รับร้องเรียนจากชาวบ้านว่าพระในวัดมีพฤติกรรมมั่วสุมเสพยาเสพติด ดื่มเหล้า และแอบเล่นชู้กับเมียชาวบ้าน
โดยผู้ร้องเป็นสามีของหญิงที่พระลูกวัดแอบมีสัมพันธ์ฉันชู้สาว ซึ่งมีหลักฐานเป็นข้อความการสนทนา และคลิปขณะที่พระลูกวัดมีเพศสัมพันธ์กับภรรยาชาวบ้าน แล้วส่งคลิปเยาะเย้ยสามี จึงได้นำไปเป็นหลักฐานแจ้งความตำรวจ และร้องเรียนพระผู้ใหญ่
ซึ่งจากการตรวจค้นกุฏิ พระ อายุ 37 ปี ไม่พบยาเสพติดหรืออุปกรณ์ในการเสพยาเสพติด แต่เจอกางเกงในผู้หญิง 1 ตัว ซุกปะปนอยู่กับจีวร ส่วนกุฏิพระลูกวัดอีกรูป อายุ 35 ปี ที่ถูกร้องเรียนว่ามั่วสุมเสพยาเสพติด ก็ไม่พบยาเสพติดหรืออุปกรณ์การเสพ แต่เจอขวดเหล้าเบียร์และข้าวของกระจายเกลื่อนกุฏิ จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจปัสสาวะพระลูกวัดทั้ง 2 รูป พบปัสสาวะเป็นบวก มีสารเสพติดในร่างกาย จึงได้นำตัวไปให้เจ้าอาวาสทำการสึกจากการเป็นพระ ก่อนจะนำตัวไปโรงพักเพื่อแจ้งข้อหาเสพสารเสพติด และส่งบำบัดตามขั้นตอน
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ชาวบ้านต่างเห็นใจสามีของฝ่ายหญิงที่ยังพร้อมจะให้อภัยหากภรรยากลับใจแล้วเลิกกับอดีตพระ แต่เสียความรู้สึกเพราะชาวบ้านต่างเลื่อมใส ออกมาทำบุญกับวัดแห่งนี้มาโดยตลอด แต่กลับได้ผลลัพธ์ที่ชาวบ้านต่างไม่ค่อยสบายใจ และอยากถามถึงวัดอื่นๆว่ามีลักษณะแบบนี่ด้วยหรือไม่ หรือเป็นเรื่องปกติในสังคมพระไปแล้ว
ชาวบ้านคนหนึ่ง เป็นชาย อายุ 77 ปี บอกว่า ตนอยู่บ้านนี้มาตั้งแต่เกิดไม่เคยมีเรื่องแบบนี้มาก่อน ยอมรับว่าชาวบ้านต่างรับไม่ได้ จนไม่อยากจะไปทำบุญ ส่วนตัวอยากฝากถึงผู้ทึ่คิดจะมาบวช ขอให้ตัดทางโลกได้ก่อนจึงเข้ามา เพราะหากเกิดเรื่องจะทำให้ศาสนาเสื่อมเสีย ที่ผ่านมายอมรับว่าชาวบ้านระแคะระคายแต่ไม่มีหลักฐาน
ด้าน พระลูกวัด อีกรูปก็บอกว่า ยอมรับว่าไม่รู้มาก่อน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากมีเรื่องยอมรับว่าวัดเงียบ ไม่มีชาวบ้านออกมาทำบุญ อาจคงต้องใช้เวลาที่ชาวบ้านจะทำใจได้