มาร่วมตีแผ่กระแสที่แรงที่สุดในสังคม กับรายการโหนกระแสthaich3ช่อง 3 กด 33
ติดต่อเราfacebooktiktokxyoutube
honekrsaaehonekrsaae
thaich3ช่อง 3 กด 33honekrsaae
ข่าวกำลังโหน
โหนทุกข่าว
โหนบันเทิง
โหนไปมู
โหนร้องทุกข์
วีดีโอ
search
ปิด
honekrsaae
honekrsaae
มาร่วมตีแผ่กระแสที่แรงที่สุดในสังคม กับรายการโหนกระแส
thaich3ช่อง 3 กด 33
หน้าหลัก
ข่าวกำลังโหน
โหนทุกข่าว
โหนบันเทิง
โหนไปมู
โหนร้องทุกข์
วีดีโอ
Live
ติดต่อเราfacebooktiktokxyoutube

ช่างตัดผมโหด! ใช้สากทุบหัวหนุ่มวัย 26 ปี อ้างถือมีดเข้ามาไถเงิน เพื่อนเชื่อจงใจลวงไปทำร้ายเพราะเรื่องผู้หญิง


อาชญากรรม
20 เมษายน 2569459
ช่างตัดผมโหด! ใช้สากทุบหัวหนุ่มวัย 26 ปี อ้างถือมีดเข้ามาไถเงิน เพื่อนเชื่อจงใจลวงไปทำร้ายเพราะเรื่องผู้หญิง

ช่างตัดผมโหด! ใช้สากทุบหัวหนุ่มวัย 26 ปี อ้างถือมีดเข้ามาไถเงิน เพื่อนจับพิรุธ ผู้เสียชีวิตถนัดซ้าย ทำไมมีดอยู่มือขวา เชื่อจงใจลวงไปทำร้ายเพราะเรื่องผู้หญิง

 

 

รายการโหนกระแสวันนี้ (20 เม.ย. 2569) พูดคุยเรื่องราวของ ‘ตี๋’ อายุ 26 ปี ถูกลวงไปที่ร้านตัดผมแห่งหนึ่งแล้วโดนเจ้าของร้านคือ ‘นายเอก’ ใช้สากตีหัวจนเสียชีวิต นายเอกอ้างว่าตี๋บุกเข้าไปในร้าน ขอเงิน 20,000 บาท พอไม่ให้ ตี๋เลยใช้มีดปลายแหลมข่มขู่พยายามทำร้าย จึงต้องต่อสู้เพื่อป้องกันตัว

 

คุณแม่ของตี๋ เล่าว่า ปกติน้องเป็นคนค่อนข้างเรียบร้อยกว่าเด็กผู้ชายคนอื่น เพราะเขาจะอยู่กับแม่ กับฝั่งทางคุณตาคุณยาย และคุณป้า วันเกิดเหตุแม่ไม่ทราบเลยว่าน้องจะไปที่ร้านนี้

 

ตูน เพื่อนสนิทของตี๋ เล่าว่า ตี๋มีความสัมพันธ์กับผู้หญิงคนหนึ่งชื่อ ‘เกด’ คบกันมาประมาณปีเศษ แต่เลิกรากันไปเกือบปีแล้ว และไม่ได้ติดต่อกันเลย จนกระทั่งตี๋มาเล่าให้ตูนฟังว่า มีเพื่อนที่ไปตัดผมที่ร้านเอก แล้วเอกฝากมาบอกตี๋ว่า ให้ไปเอาโทรศัพท์ iPhone 15 Pro Max ของเกด เกดฝากไว้ให้ ซึ่งตี๋บอกว่าถ้าให้ก็เอา เพราะจะเอาไปขาย ตูนยังได้บอกตี๋ว่า ของฟรีไม่มีในโลก และถ้าจะไปตูนจะไปเป็นเพื่อน

 

ตูนเลยไปที่ร้านตัดผมเป็นเพื่อนตี๋ในวันที่ 15 เม.ย. ตูนเดินเข้าไปก่อน แล้วไปกอดทักทายกับเอก ส่วนตี๋เดินตามหลังมาแล้วถามเรื่องโทรศัพท์ แต่เอกบอกว่าหลังสงกรานต์ค่อยนัดกันอีกที

 

หลังจากกลับมา ตี๋ได้พูดว่าเขารู้สึกผิดสังเกตที่เอกอ้างเรื่องวันหยุด ทั้งที่โทรศัพท์ก็อยู่กับเอก และสงสัยว่าทำไมต้องไปบอกคนอื่นให้เขามาเอาของ พอเข้าไปเอาจริง ๆ กลับไม่ให้ ซึ่งเหตุการณ์ตอนตี๋เล่นั้นกล้องวงจรปิดบันทึกเอาไว้ได้ แต่ยังไม่เคยเปิดเผยมาก่อน

 

ต่อมาวันที่ 17 เม.ย. ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุ ตี๋โทรหาตูนตอนช่วงเย็น แต่ตูนหลับเลยไม่ได้รับสาย ตูนคิดว่าตี๋น่าจะโทรมาเรื่องที่จะไปร้านอีกรอบ เพราะปกติมีอะไรตี๋จะเล่าให้ฟังทุกวัน เมื่อตื่นตูนทักแชตไปถามว่าอยู่ไหน แต่ตี๋ไม่ตอบอีกเลย

 

ในที่เกิดเหตุ ตำรวจพบมีดปลายแหลมอยู่ในมือข้างขวาของตี๋ แต่คุณแม่และเพื่อนยืนยันว่า ตี๋เป็นคนถนัดมือซ้ายมาตั้งแต่เด็ก เขียนหนังสือก็ใช้มือซ้าย ตูนบอกว่าถ้าตี๋จะมีเรื่อง เขาจะเดินดิ่งเข้าไปเลย ไม่เดินนิ่ง ๆ แบบนั้น และ ‘หมอหมู’ ให้ความเห็นว่าเป็นไปได้สูงที่จะมีคนเอามาวางยัดไว้ในมือ เพราะคนถนัดซ้ายจะจับมือขวาไม่ถนัดและไม่มีแรง

 

คุณสถาพร เล่าตามที่พยานได้เล่าให้ฟังว่า พยานนั่งทำผมอยู่ในร้านและเห็นตี๋เดินเข้ามาโดยไม่ได้ถืออาวุธ พอเดินถึงกลางร้าน นายเอกก็ยิ้มแย้มเดินเข้ามากอดคอตี๋แล้วลากเข้าไปหลังร้านซึ่งเป็นโซนห้องครัว พยานมองผ่านกระจกเงาเห็นว่านายเอกจับตี๋กดลงกับพื้น แล้วมีผู้หญิงชื่อ ‘นิ่ม’ (เมียคนที่ 1) ซึ่งถือเหล็กรออยู่แล้ว เข้ามารุมตี  พยานถาม ‘มล’ (เมียคนที่ 2) ที่กำลังทำผมให้พยานอยู่ว่าจะให้แจ้งตำรวจไหม แต่มลบอกว่าไม่ต้อง เป็นการทะเลาะกันเฉย ๆ ก่อนจะวิ่งเข้าไปช่วยรุมด้วย

 

คุณสถาพรเล่าต่อว่า ตนไปถึงที่เกิดเหตุตอนประมาณ 17.30 น. เห็นรถของน้องตี๋จอดอยู่ และพบร่างน้องตี๋นอนอยู่ข้างหลังร้าน ตอนนั้นเห็นนายเอกนั่งนิ่ง ๆ ไม่ได้โดนล็อกกุญแจมือ มีตำรวจคุยอยู่ ซึ่งตนมองว่าเป็นการพูดคุยที่ค่อนข้างสนิทสนม และไม่ใช่สายตรวจแน่นอน เพราะสายตรวจที่ไปที่เกิดเหตุจดรถติดไฟแดงอยู่กับตน

 

บอม เพื่อนอีกคนของตี๋ เล่าว่า เมื่อ 1-2 เดือนที่แล้ว เคยไปตัดผมที่ร้านเอก ซึ่งเคยไปประจำเพราะเป็นร้านเก่าแก่กว่า 20 ปี เอกชอบคุยโม้เรื่องมีเงิน มีเมียเยอะ และมีพฤติกรรมชอบชวนดูผู้หญิงที่เดินผ่านร้านแล้วพูดทำนองว่า “หุ่นดีว่ะ น่าจับทำเมีย” และเอกเคยถามบอมว่า “ถ้าแฟนมีชู้หรือนอกจะทำยังไง” บอมบอกว่าก็เลิก เอกจึงพูดต่อว่า “ถ้าเป็นพี่ พี่จะฆ่า” และยังพูดทำนองว่าเขามีแผนล่อให้เข้ามาเอาของในร้าน แล้วจะอ้างว่าคนนั้นบุกรุกร้าน

 

นอกจากนี้ยังมีแหล่งข่าวระบุว่า นายเอกมักจะอ้างว่ามีเมีย 28-29 คน และชอบจีบผู้หญิงในติ๊กต็อก เกดเคยคบกับตี๋และเลิกกันไปปีเศษแล้ว เกดมักถูกเอกซ้อมทารุณกรรมจนซี่โครงหัก จนล่าสุดแฟนคนปัจจุบันของเกิดได้แนะนำให้เกดหนี นอกจากนี้ยังมีลูกค้าคนหนึ่งที่เคยไปตัดผมก่อนเกิดเหตุไม่นาน ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า เอกเคยพูดเรื่องเมียมีชู้ บอกว่าจะฆ่าทิ้ง พูดจนลูกค้ารู้สึกกลัว ไปตัดผมร้านนั้นแค่ครั้งเดียวแล้วไม่ไปอีก กระทั่งมาเกิดเหตุ

 

‘หมอหมู’ รศ.นพ. วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวช ให้ความเห็นเรื่องบาดแผลของนายเอกที่อ้างว่าถูกผู้เสียชีวิตทำร้ายว่า บาดแผลไม่น่าจะเกิดจากการต่อสู้ โดยปกติลักษณะของการจ้วงแทง หากมีการต่อสู้กันจริง คนที่ถูกแทงจะต้องยกแขนขึ้นบัง ทำให้ต้องมีหลายบาดแผลที่มีทั้งลึกและไม่ลึกไม่เท่ากัน แต่แผลที่เห็นที่หน้าอกและแขนของนายเอกมีลักษณะเป็นรอยจิ้มตื้น ๆ ที่มีน้ำหนักใกล้เคียงกัน ซึ่งหากเป็นการยื้อกันจริง รอยจิ้มต้องมีความแรงและบาดแผลต้องลึกกว่านี้

 

อีกทั้งลักษณะการถือมีดที่อยู่ในมือผู้เสียชีวิตพบว่า คมมีดหันเข้าหาตัว ซึ่งเป็นวิธีจับแบบมืออาชีพ แต่ถ้าเผชิญหน้ากันจะปาดให้โดนท้องนายเอกในท่านั้นได้ยากมาก บาดแผลที่หน้าท้องนายเอกเป็นรอยขีดสองเส้นขนานกัน ที่มีความยาวและความตื้นใกล้เคียงกัน ซึ่งในขณะต่อสู้ไม่มีใครยืนนิ่งให้กรีดแบบนั้น

 

นอกจากนี้ หมอหมูตั้งประเด็นเรื่องมีดในมือผู้เสียชีวิตว่า ปกติหากถูกตีศีรษะรุนแรง มีดควรจะหลุดจากมือ เว้นแต่เสียชีวิตทันทีที่อาจเกิดการเกร็งของกล้ามเนื้อ แต่ในกรณีนี้ตามคลิปน้องไม่ได้เสียชีวิตทันที อีกทั้งในรูปยังเป็นการกำแบบหลวม ๆ ซึ่งตามแรงโน้มถ่วงมีดต้องหล่นจากมือไปแล้ว

 

และที่สำคัญคือ ตำแหน่งการจับพบว่าตัวกันมีดขึ้นมาอยู่กลางฝ่ามือและคมมีดอยู่แนบฝ่ามือ ซึ่งไม่ใช่ตำแหน่งที่คนจะกำเพื่อต่อสู้เพราะคมมีดจะบาดมือตัวเอง นิ้วมือแต่ละนิ้วก็แค่เกาะอยู่หลวม ๆ ไม่ได้กดลงไป และลักษณะข้อมือของน้องในภาพมีลักษณะกระดกขึ้นซึ่งเป็นการฝืนธรรมชาติ เพราะคนเสียชีวิตต้องทิ้งตัวตามแรงโน้มถ่วงและข้อมือต้องพับลง บาดแผลที่แขนและจมูกของนายเอกก็เป็นเพียงรอยจิ้มและรอยขีดเล็ก ๆ ซึ่งถ้าเป็นการแทงหรือฟันด้วยมีดขนาดใหญ่นั้นต้องทะลุหรือรุนแรงกว่านี้มาก

 

เพื่อนขอผู้เสียชีวิตยังได้เปิดภาพให้หมอหมูดู หมอหมูตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า บาดแผลของตี๋ที่ท้ายทอยมีลักษณะเหวอะจนเห็นปากแผลชัดเจน เป็นลักษณะขอบเรียบ สากไม่สามารถทำให้เกิดแผลเช่นนี้ได้ เชื่อว่าอาจมีอาวุธมากกว่าหนึ่งชนิด และยังมีแผลที่แก้มเป็นรอยวงกลมช้ำเหมือนโดนก้นขวดหรือโดนค้อน ซึ่งสอดคล้องกับที่เกดเคยเล่าว่าโดนเอกใช้ค้อนทุบ

 

ทางกลุ่มเพื่อนของผู้เสียชีวิตเชื่อว่า มีการจัดฉากเอามีดมาใส่มือขวาของตี๋หลังเสียชีวิต เพราะตี๋ถนัดซ้าย ซึ่งหมอหมูกล่าวว่า ตนเองก็ถนัดซ้าย คนถนัดซ้ายจะหยิบกำอะไรก็จะใช้ซ้ายก่อน เพราะหากใช้มือขวาจะเหมือนไม่มีแรง ไม่ถนัด ยิ่งหากคนจะไปทำร้ายหรือต่อสู้แบบที่นายเอกกล่าวอ้าง ทำไมถึงใช้มือข้างที่ตัวเองไม่มีแรง นายเอกพยายามอ้างว่าน้องไปจี้เงิน 20,000 บาท แล้วโดนแทงจึงเอาสากตี แต่บาดแผลน้องอยู่ข้างหลังทอยและหลังคอทั้งหมด แสดงว่าน้องโดนทุบจากข้างหลังขณะหันหลังอยู่ ไม่ได้เป็นการเผชิญหน้ากัน

 

พยานที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า หลังจากทั้งสามรุมตี๋แล้ว มลเดินออกมาเรียกพยานให้เข้าไปเป่าผมต่ออีก 2-3 นาที เพื่อหาทางปิดร้าน และข่มขู่พยานว่าอย่าไปพูดกับใคร ก่อนออกจากร้านพยานหันไปมองเห็นร่างของตี๋ ยืนยันว่าในมือไม่มีมีด

 

ด้านเกด ให้ข้อมูลผ่านทางโทรศัพท์ว่า รู้จักกับนายเอกตั้งแต่อายุ 14-15 ปี โดยน้าพามาทำงาน และมลซึ่งก็เป็นญาติกันแนะนำให้มาอยู่ด้วยเพราะเหงา ต่อมาตนถูกนายเอกขืนตอนอายุ ประมาณ 15 และตั้งครรภ์ตอนอายุ 19 ตนต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยความหวาดกลัวและถูกทำร้ายร่างกายมาตลอด ล่าสุดก่อนหนีไป สปป. ลาว ตนถูกต่อยปากและใช้ค้อนทุบหลังจนขยับตัวไม่ได้

 

ยืนยันว่าไม่เคยฝากโทรศัพท์ไว้ให้ตี๋ และไม่ได้ติดต่อกันเลยหลังจากเลิกรากันไปเป็นปี เชื่อว่านายเอกน่าจะโกรธแค้นและเข้าใจผิดว่าตี๋มีส่วนรู้เห็นในการพาตนหนี จึงสร้างเรื่องโทรศัพท์มาล่อตี๋ไปทำร้าย

 

เพื่อนของตี๋ยังเล่าเพิ่มเติมว่า ตอนแรกร้านของนายเอกไม่ได้อยู่ตรงนี้ แต่อยู่อีกทีหนึ่ง ซึ่งนายเอกเคยมีพฤติกรรมล่อคนมาเพื่อเคลียร์ ประมาณว่ามีผู้ชายมาจีบเมีย ก็แทงกันแต่นายเอกสู้ไม่ได้ โดนเขาแทงบาดเจ็บ แล้วนายเอกก็ไปแจ้งความเรียกเงินเป็นล้าน จนย้ายมาเปิดร้านใหม่ได้

 

นอกจากนี้ เพื่อนของผู้เสียชีวิตยังขอให้ตรวจสอบดาบตำรวจคนหนึ่ง ที่เข้าไปถึงที่เกิดเหตุก่อนคนอื่น และพูดคุยกับนายเอก โดยไม่ได้จับนายเอกใส่กุญแจมือ ว่ามีการแนะนำอะไรกันหรือไม่

 

ซึ่ง ‘ทนายสายหยุด’ ก็ตั้งข้อสังเกตว่า โดยปกติเวลาเกิดเหตุแบบนี้ ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงคือ ร้อยเวร พนักงานสอบสวน แต่ก็มองอีกมุมว่า ต้องให้ความเป็นธรรมให้ตำรวจชี้แจงด้วย อาจจะเป็นการนั่งคุยกล่อมไว้ก่อน และผู้ก่อเหตุอยู่ในร้าน ไม่ได้มีพฤติกรรมหลบหนี จึงอาจจะไม่ได้ใส่กุญแจมือ

 

สุดท้าย คุณแม่ของตี๋กล่าวว่า ตอนนี้ต้องรอทางตำรวจสอบสวน เพราะทั้งคู่ไม่เคยมีเรื่องกันมาก่อน แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ดูเหมือนเป็นการรุมตีกันจนทำให้น้องตาย ไม่ใช่การทะเลาะวิวาทแบบที่เรื้อรังกันมา คุณแม่ยังตั้งข้อสังเกตว่าหากเป็นการต่อสู้กันจริง ทางฝั่งนายเอกน่าจะได้รับบาดเจ็บมากกว่านี้ เพราะนายเอกอ้างว่าน้องมีอาวุธ แต่ผลปรากฏว่าร่างกายน้องมีทั้งรอยเย็บ รอยตี และรอยแผลเยอะเต็มตัวไปหมด ซึ่งเทียบไม่ได้เลยกับบาดแผลของนายเอก สุดท้ายแม่ยืนยันว่าต้องให้ดำเนินคดีกับเขาให้ถึงที่สุดเพราะน้องเสียชีวิตไปแล้ว

 

ด้านคุณป้า กล่าวทิ้งท้ายว่า ต้องการให้ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด และอยากให้ได้รับโทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิตทั้ง 3 คน เพราะเป็นคดีที่จงใจและโหดร้ายมาก

 


แท็กที่เกี่ยวข้อง
#ช่างตัดผม#ฆาตกรรม#หึงหวง#สากทุบหัว