จากกรณี ตชด.414 ชุดเฝ้าตรวจชายแดนที่ 4102 บริเวณช่องหินดาษ ชายแดนไทย-เมียนมา หมู่ที่ 10 ต.รับร่อ อ.ทาแซะ จ.ชุมพร พร้อมด้วย ชปส.กก.ตชด.41 และ ร.ต.อ.ชัยยะ สิทธิจันทร์ หน.ชปส.กก.ตชด.41,พร้อมกำลัง ได้ร่วมจับกุมตัว ชาย อายุ 53 ปี กำนันคนดัง จ.ชุมพร ผู้ต้องหาที่ 1 พร้อมด้วยของกลาง รถยนต์กระบะสี่ประตู สีขาว จำนวน 1 คัน เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงแจ้งว่าต้องถูกจับกุมโดยกล่าวหาว่า
1. “ ดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ หรือเพราะได้กระทำการตามหน้าที่”
2. “ฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานซึ่ง สั่งการตามอำนาจที่กฎหมายให้ไว้”
3. “เป็นเจ้าของหรือผู้ควบคุมยานพาหนะ นำพาหนะเข้ามาหรือออกไปนอกราชอาณาจักร โดยไม่ผ่านช่องทาง ด่านตรวจคนเข้าเมือง เขตท่า สถานี หรือท้องที่ ตามที่ประกาศกำหนด” (มาตรา 23 พ.ร.บ.คนเข้าเมืองฯ)
4. “เข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านช่องทางด่านตรวจคนเข้าเมือง และผ่านการตรวจของพนักงานเจ้าหน้าที่” (มาตรา 62 พ.ร.บ.คนเข้าเมือง)
5. “ร่วมกันนำหรือพาคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรหรือกระทำการด้วย ประการใด ๆ อันเป็นการอุปการะ หรือช่วยเหลือ หรือให้ความสะดวกแก่คนต่างด้าวให้เข้ามาในราชอาณาจักร โดยฝ่าฝืนพระราชบัญญัตินี้” (มาตรา 62 พ.ร.บ.คนเข้าเมือง)
โดยเจ้าหน้าที่ ชุดเฝ้าตรวจชายแดนที่ 4102 สามารถจับกุมได้ที่บริเวณ ช่องหินดาษ(ชายแดนไทย-เมียนมา) หมู่ที่ 10 ต.รับร่อ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร
นอกจากนั้นยังจับกุม ชาย อายุ 47 ปี ผู้ต้องหาที่ 2 ความผิดฐาน “ร่วมกันนำหรือพาคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรหรือกระทำการด้วยประการใดๆอันเป็นการอุปการะหรือช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่คนต่างด้าวให้เข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย,
เป็นเจ้าของหรือผู้ควบคุมยานพาหนะนำพาหนะเข้ามาหรือออกไปนอกราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านช่องทางด่านตรวจคนเข้าเมือง เขตท่า สถานีหรือท้องที่ ตามที่ประกาศกำหนด และเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านช่องทางด่านตรวจคนเข้าเมืองและผ่านการตรวจของพนักงานเจ้าหน้าที่” พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 11,18,23,62,63 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท
ต่อมาเมื่อวันที่ 4 พ.ย.ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน สภ.ท่าแซะ นำตัวกำนันคนดังและ ผู้ต้องหาที่ 2 พร้อมบุคคลต่างด้าวสัญชาติเมียนมาชายหญิงจำนวน 15 คน ฝากขังศาลจังหวัดชุมพร โดยมีครอบครัว คนใกล้ชิดและชาวบ้านรอเฝ้าติดตามและในวันเดียวกัน กำนันคนดังและ ผู้ต้องหาที่ 2 ได้ประกันตัวในชั้นศาล โดยใช้หลักทรัพย์คนละ 200,000 บาท
ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 พ.ย.68 กำนันคนดัง พร้อมด้วยผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านรวม 9 คน ตั้งโต๊ะแถลงข่าวเพื่อชี้แจงอีกมุมของกำนันซึ่งยังมีข้อสงสัยและกำนันยังคงติดใจว่าทำไมตนเองถูกแจ้งข้อกล่าวหาว่า “ร่วมกันนำพาหรือพาคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรฯ” โดยที่ไม่เกี่ยวข้องกับที่ชายอายุ 47 ปี พาบุคคลต่างด้าวชาวเมียนมาชายหญิงและเด็กรวม 37 คน เข้าออกผ่านด่าน
โดยกำนันคนดัง กล่าวชี้แจงว่า เหตุการณ์วันนั้นตนและคณะผู้ใหญ่บ้านเดินทางไปทอดกฐินสามัคคีเชื่อมความสัมพันธ์กับชาวฝั่งเมียนมาที่อยู่ตรงข้ามช่องหินดาษ โดยได้ขออนุญาตเจ้าหน้าที่ ตชด. และโทรศัพท์แจ้งผู้บังคับบัญชาระดับสูงเพื่อขอข้ามแดนไปเพียง 1–2 ชั่วโมง พร้อมมีภาพถ่ายกิจกรรมยืนยันว่ามีเพียงการทอดกฐินและแจกของให้ชาวบ้านฝั่งตรงข้ามเท่านั้น พร้อมยืนยันว่า ตนไม่ได้เกี่ยวข้องกับผู้ที่ถูกกล่าวหาว่านำแรงงานต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักร เพราะผู้ที่ถูกกล่าวหาเดินทางข้ามแดนก่อนตนหนึ่งวัน และชายคนดังกล่าวเป็นเพียงเพื่อนบ้านและเขาก็มีสวนอยู่ในพื้นที่ตำบลเดียวกัน ลูกก็เรียนอยู่ในโรงเรียน ตชด.ฝั่งไทยด้วย
ตนโดนแจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันนำหรือพาคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรฯ” ซึ่งตนให้การปฏิเสธ ถูกส่งตัวมาที่ สภ.ท่าแซะในตอนเช้าถูกขังรวมกับพี่น้องชาวเมียนมา 1 วัน 1 คืน ทราบว่าชาวเมียนมามีพาสปอร์ตมีนายจ้างทุกคน ชาวเมียนมาจำนวน 37 คน มีผู้ใหญ่ 15 คนที่เหลือเป็นเด็ก ญาติมารับกลับเข้าโรงเรียน ตชด.เกือบทุกคน
กำนันคนดังบอกอีกว่า ยังคาใจว่าตนมาติดที่ด่านก่อน ส่วนที่บรรทุกชาวเมียนมาตามมาทีหลัง ซึ่งตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ทำไมตนถูกกล่าวหาว่านำพาแรงงานต่างด้าว ตนโทรขออนุญาตผู้บังคับบัญชาระดับสูงแล้ว ว่าไปทอดกฐินเชื่อมความสัมพันธ์ ซึ่งมีหลักฐานร่วมกิจกรรม ตนคงไม่สิ้นคิดถึงขนาดค้าแรงงานต่างด้าวกลางวันหรอกและเข้าออกฐาน ตชด.ด้วย