รายการโหนกระแสวันนี้ (9 ก.ค. 2569) พูดคุยเรื่องความเดือดร้อนของคนกลุ่มใหญ่ที่มีมูลค่าความเสียหายรวมเป็นหลักสิบล้านบาท หลังผู้จัดสรรที่ดินหรือนายหน้าหญิงอายุ 50 กว่าปี ใช้วิธีนำที่ดินแปลงเดียวกันไปหลอกขายซ้ำซ้อนให้คนหลายคน ในลักษณะให้ผ่อนชำระ สุดท้ายเมื่อผู้ซื้อผ่อนหมดแล้วกลับไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้ เพราะที่ดินถูกนำไปจำนองไว้ก่อนแล้ว นอกจากนี้ยังมีการนำที่ธรณีสงฆ์ของวัดไปขาย โดยอ้างกับผู้ซื้อว่าได้เคลียร์กับวัดและพระครูอนุญาตแล้ว ผู้เสียหายพยายามแจ้งความกับตำรวจ ร้องเรียนผู้ว่าราชการจังหวัด และศูนย์ดำรงธรรม แต่เรื่องยังเงียบ จึงต้องมาร้องเรียนกับเพจสายไหมต้องรอด ข้อมูลเบื้องต้นระบุว่าตอนนี้รวบรวมผู้เสียหายได้ 30 กว่าคน แต่ในระบบจริง ๆ น่าจะมีเป็นร้อยคน แต่บางคนไม่กล้าเปิดเผยตัว
คุณเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ตั้งข้อสังเกตถึงเรื่องการขายที่ดินวัด ซึ่งทนายสายหยุด เพ็งบุญลู ยืนยันว่า ที่ธรณีสงฆ์ไม่สามารถนำมาขายได้เด็ดขาด หากใครซื้อขายจะมีความผิดถึงขั้นติดคุก แต่สามารถให้เช่าได้
ผู้ก่อเหตุชื่อว่า น้ำเย็น เป็นคน จ. สุรินทร์ ที่มาอยู่กับญาติและประกอบอาชีพเป็นนายหน้าที่ดินในเขต จ. นครนายก คุณเจน หนึ่งในผู้เสียหาย เล่าว่า เธอเคยซื้อที่ดินกับน้ำเย็นมาก่อนครั้งหนึ่งที่ อ. ปากพลี และได้โฉนดมาเรียบร้อยจึงเกิดความไว้ใจ ต่อมาคุณเจนทราบว่าสามีของน้ำเย็นป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย จึงเดินทางไปเยี่ยมที่แปลงที่ดิน ซึ่งมีวิวเขาสวยงาม น้ำเย็นได้เสนอขายที่ดินแปลงดังกล่าวให้คุณเจน 100 ตารางวา ราคา 200,000 บาท โดยให้วางเงินจองไว้ก่อน 30,000 บาท และทำสัญญาจะซื้อจะขายระบุเป็นที่ดินล็อก A3 ที่มีการถมดินและติดตั้งระบบไฟฟ้า-ประปาพร้อม
คุณเจนซื้อที่ดินเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนรวมเป็น 1 ไร่ กับอีก 4 ตารางวา ผ่านสัญญาทั้งหมด 3 ฉบับ ในราคารวม 480,000 บาท ในระหว่างช่วงเวลาที่ตกลงกัน น้ำเย็นมักจะติดต่อมาขอเบิกเงินส่วนที่เหลือล่วงหน้าอยู่บ่อยครั้ง ครั้งละ 50,000 ถึง 100,000 บาท โดยอ้างว่าต้องนำเงินไปพาสามีไปหาหมอรักษาโรคมะเร็ง จนในที่สุดคุณเจนได้จ่ายเงินไปจนครบทั้งหมด 480,000 บาท แต่เมื่อถึงกำหนดโอนกรรมสิทธิ์ น้ำเย็นกลับเลื่อนนัดออกไปเรื่อย ๆ จากเดือน ธ.ค. 2568 เป็น ม.ค. 2569 โดยอ้างว่ายังขายล็อกที่เหลือไม่หมด จึงยังโอนไม่ได้ เมื่อคุณเจนขอยกเลิกสัญญาและขอเงินคืน น้ำเย็นก็อ้างว่าไม่มีเงินให้
คุณเจนจึงไปคัดโฉนดที่กรมที่ดินด้วยตัวเอง และพบว่าที่ดินผืนใหญ่ทั้งหมด 9 ไร่ แบ่งเป็น 2 โฉนด คือ 5 ไร่ และ 4 ไร่ ข้อมูลหลังโฉนดระบุว่า น้ำเย็น ได้นำที่ดินไปทำสัญญาขายฝากไว้กับบุคคลคนหนึ่งตั้งแต่วันที่ 15 ก.ค. 2568 ซึ่งเป็นเวลาก่อนที่คุณเจนจะทำสัญญาซื้อที่ดินถึงสองเดือน แม้จะมีการแจ้งความดำเนินคดี แต่น้ำเย็นกลับบอกว่าให้แจ้งไปเลยเดี๋ยวจะไปเคลียร์เอง และเมื่อเช้านี้ก่อนเริ่มรายการ น้ำเย็นยังทักมาหาคุณเจนว่าไม่ต้องมาออกรายการ หนุ่ม กรรชัย เพราะจะทำให้เธอหาเงินมาคืนลำบาก และรับปากว่าจะโอนเงินคืนให้ทันที แต่สุดท้ายก็ไม่มีการโอนจริง
คุณเจนได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ. ปากพลี ตั้งแต่เดือน มี.ค. ในข้อหาฉ้อโกง ซึ่งคดีนิ่งเงียบมานาน 4 เดือน จนกระทั่งเมื่อวานนี้ เจ้าหน้าที่เพิ่งโทรมาแจ้งว่ามีการออกหมายเรียกแล้ว
คุณอ้อ ผู้เสียหายอีกราย เล่าว่า รู้จักน้ำเย็นผ่านนายหน้า และตนต้องการซื้อที่ดินในนครนายกเพราะติดคลองน้ำและสามารถผ่อนชำระได้ เธอทำสัญญาซื้อที่ดิน 1 ไร่ ราคา 650,000 บาท วางมัดจำไป 100,000 บาท ต่อมาน้ำเย็นเสนอขายเพิ่มอีก 2 งาน 16 ตารางวา ในราคา 300,000 บาท โดยแถมพื้นที่ 16 ตารางวาให้ฟรี คุณอ้อจึงตกลงและวางมัดจำเพิ่มอีก 100,000 บาท
ระหว่างการผ่อนชำระ คุณอ้อได้เข้าไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ ปลูกต้นไม้ และเตรียมลงเสาบ้าน เพราะเห็นว่าน้ำเย็นมีการทำถนนและลงเสาไฟจริงจึงเกิดความเชื่อมั่น แต่ทางน้ำเย็นขอว่าให้เป็นบ้านแบบน็อกดาวน์ไปก่อน เพราะยังผ่อนอยู่
ระหว่างนั้นน้ำเย็นก็ใช้วิธีเดียวกันคือ ขอเบิกเงินล่วงหน้าอ้างว่าเดือดร้อนเรื่องค่ารักษาพยาบาลสามี คุณอ้อนำรถเข้าไฟแนนซ์และกู้ธนาคาร เพื่อนำเงินมาจ่ายให้น้ำเย็นจนครบทั้งหมด 950,000 บาท แต่เมื่อถึงเวลานัดโอนที่กรมที่ดิน น้ำเย็นกลับเลื่อน บ่ายเบี่ยง และไม่มาตามนัด คุณอ้อจึงไปคัดโฉนดและพบว่า เป็นที่ดินแปลงเดียวกันกับของคุณเจน และยิ่งไปกว่านั้นคือ ที่ดินถูกนำไปขายฝาก อีก 10 กว่าวัน จะพ้นกำหนด ปัจจุบันกรรมสิทธิ์หลุดไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งจากข้อมูลพบว่า น้ำเย็นนำที่ดินไปขายฝากทันทีตั้งแต่วันแรกที่เธอได้ชื่อว่าเป็นเจ้าของที่ดิน
ทางทีมงานราการได้พยายามติดต่อหาน้ำเย็น แต่ปรากฏว่าติดต่อไม่ได้ หนุ่ม กรรชัย ได้ฝากถึงน้ำเย็นว่าให้รับโทรศัพท์ เพื่อที่จะได้มาชี้แจงให้กับทางผู้เสียหาย และเพื่อให้ประชาชนเป็นพยานว่าน้ำเย็นจะเอายังไงกับเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งคุณเอกภพเสริมว่า หากมารับโทรศัพท์พูดคุยกันก็อาจจะทำให้เรื่องหนักกลายเป็นเบาหรือทุเลาลงได้
คุณอ้อ ซึ่งสูญเงินไปกว่า 950,000 บาท ระบุว่า ตนเองลำบากมากเพราะต้องนำรถเข้าไฟแนนซ์และกู้เงินธนาคารมา เธอยังเล่าความอัดอั้นว่าถูกสามีด่าทุกวัน หลังเกิดเรื่องเธอได้ไปแจ้งตำรวจแล้ว แต่มีความรู้สึกว่าเรื่องมันนานเกินไป แม้ตำรวจจะบอกว่ากำลังทำเรื่องและจะออกหมายจับ แต่หลังจากนั้นเรื่องก็เงียบหายไป จนเพิ่งจะมีการติดต่อมาเมื่อ 2-3 วันก่อน
คุณอ้อเผยว่า ยังมีค่าใช้จ่ายจุกจิกอื่น ๆ เช่น ค่าถมดิน และค่าบ้านน็อกดาวน์ รวมแล้วเสียหายเป็นล้าน เธอจ่ายค่าถมดินเองเพราะต้องการเตรียมพื้นที่สำหรับเพาะปลูกและเข้าไปทำประโยชน์ในที่ดินนั้น โดยในระหว่างที่วางเงินมัดจำไป 200,000 บาท เธอได้ถามน้ำเย็นว่าเข้าไปปลูกพืชผักได้ไหม ซึ่งน้ำเย็นก็อนุญาต เธอจึงเข้าไปอยู่จริงเป็นเวลาหนึ่งปีแล้ว แต่ปัจจุบันต้องออกมาเพราะเจ้าของที่ดินคนใหม่มาติดป้ายห้ามบุกรุก เนื่องจากที่ดินถูกนำไปขายฝากและกรรมสิทธิ์ขาดไปตั้งแต่วันที่ 8 พ.ค. 2569 กรณีนี้เหมือนเป็นการไปถมดินในที่ดินขนาด 1 ไร่ 2 งาน 16 ตารางวาให้คนอื่นฟรี ๆ
คุณเมย์ ผู้เสียหายอีกราย เล่ว่า เธออยู่ที่นครนายกอยู่แล้ว และบ้านอยู่ใกล้กับพื้นที่ที่จะซื้อมาก แม่ของเธอเห็นประกาศขายที่ดินในอินเทอร์เน็ตจึงได้ติดต่อกัน และน้ำเย็นก็ได้มาหาที่บ้านเพื่อพาไปดูที่ดินและทำสัญญา เธอเห็นว่าที่ดินอยู่ใกล้บ้าน ราคาไม่แพง และตกลงซื้อ 2 แปลง รวมเป็น 1 ไร่ ในราคาแปลงละ 350,000 บาท สัญญาระบุให้จ่ายก่อนครึ่งหนึ่งคือ 350,000 บาท โดยคุณเมย์ซื้อร่วมกับพี่สาวที่อยู่ต่างประเทศ ตกลงกันว่าเมื่อพี่สาวกลับมาในเดือน ก.ค. จะจ่ายส่วนที่เหลือและโอนให้ทันที แต่เมื่อถึงเวลาน้ำเย็นกลับบ่ายเบี่ยง ซึ่งเป็นช่วงที่สามีของน้ำเย็นเสียชีวิตพอดี ตอนแรกคุณเมย์จึงไม่ได้เอะใจเพราะคิดว่าเขายุ่งเรื่องงานศพและเกิดความสงสาร
หลังจากน้ำเย็นผัดผ่อนมาเรื่อย ๆ จนคุณเมย์คิดว่าไม่ได้ที่ดินแน่แล้ว จึงขอเงินคืนทั้งหมด 380,000 บาท แต่น้ำเย็นคืนมาเพียง 145,000 บาทแล้วก็เงียบหายไป เหตุการณ์นี้เริ่มตั้งแต่ปี 2567 โดยคุณเมย์สังเกตเห็นความผิดปกติจากโฉนดว่า ชื่อเจ้าของคือคุณยุพิน ไม่ตรงกับชื่อของน้ำเย็น เมื่อสอบถามน้ำเย็นก็อ้างว่าเป็นพี่น้องกันและพาไปหาคุณยุพิน ซึ่งคุณยุพินก็ได้เซ็นสัญญาและเอกสารยืนยันว่า อนุญาตให้น้ำเย็นเป็นคนขายที่ดินแปลงนี้ได้ คุณเมย์จึงยอมจ่ายเงินไป แต่สุดท้ายปรากฏว่าคุณยุพินกลับเอาที่ดินแปลงเดียวกันนี้ไปขายให้คนอื่น
ทนายสายหยุดตั้งข้อสังเกตว่า น้ำเย็นอาจจะทำสัญญาจะซื้อจะขายกับคุณยุพินไว้ก่อน เพื่อนำมาแบ่งขายต่อ
ในประเด็นที่ดินขนาด 3 ไร่ของคุณยุพินนั้น คุณเมย์ซื้อเพียง 1 ไร่ และได้มีการชี้มุมที่ดินที่จะแยกโฉนดไว้แล้ว ทนายสายหยุดมองว่าหากเป็นไปตามที่พูด คุณยุพินอาจจะมีส่วนรู้เห็นหรือร่วมกันกระทำผิดเพราะเป็นคนเซ็นสัญญาเอง โดยลักษณะคือคุณเมย์จ่ายเงินให้น้ำเย็น และน้ำเย็นต้องนำเงินไปจ่ายให้คุณยุพินอีกที นอกจากนี้ยังพบข้อมูลว่า มีการขายที่ดินซ้ำซ้อนให้กับป้าอู๊ด ซึ่งเป็นผู้ป่วยมะเร็งด้วย
คุณเอกภพและหนุ่ม กรรชัย ต่างเห็นพ้องว่าเรื่องนี้เป็นมหากาพย์ที่มีผู้เสียหายจำนวนมาก รวมถึงมีการพยายามนำที่ธรณีสงฆ์ไปขาย ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องทำงานให้รวดเร็ว เพื่ออายัดทรัพย์สินก่อนที่จะมีการผ่องถ่ายออกไปหมด
สำหรับประเด็นที่น้ำเย็นมักอ้างว่าต้องนำเงินไปรักษาสามีที่เป็นมะเร็ง คุณเอกภพให้ข้อมูลว่า สามีของน้ำเย็นก็เป็นนายหน้าเหมือนกัน นอกจากนี้การรักษามะเร็งที่โรงพยาบาลนครนายกนั้นรักษาฟรี แต่น้ำเย็นมักจะโทรมาขอเบิกเงินล่วงหน้าจากผู้เสียหายโดยอ้างเรื่องสามีเข้าโรงพยาบาลด่วน และเสนอส่วนลดให้หากยอมโอนเงินมาให้ก่อน
ทนายสายหยุดสรุปว่า น้ำเย็นได้ประโยชน์สองต่อ คือได้ทั้งเงินจากการขายฝาก และเงินจากผู้เสียหาย
คุณบาส เล่าว่า เขารู้จักกับน้ำเย็นเนื่องจากน้ำเย็นนำที่ดินมาจำนองไว้กับเขา ที่ดินแปลงดังกล่าวเป็นของเพื่อนน้ำเย็น ซึ่งก่อนหน้านี้เคยนำมาจำนองแล้วไถ่ถอนออกไป แต่ยังจ่ายเงินไม่ครบ
คุณบาสให้ข้อมูลว่า น้ำเย็นมาจำนองที่ดินไว้ มีการทำธุรกรรมที่กรมที่ดินในยอด 600,000 บาท หลังจากนั้นประมาณ 1 เดือน น้ำเย็นกับเพื่อนที่เป็นเจ้าของที่ดินได้มาขอเงินเพิ่มอีก 300,000 บาท โดยไม่ได้ทำสัญญาที่กรมที่ดิน แต่รับปากว่าจะนำเงินมาคืนพร้อมกันเพราะมีการจำนองที่ดินไว้เดิมอยู่แล้ว
เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 10 เดือน น้ำเย็นนัดไถ่ถอนที่ดินที่กรมที่ดิน และบอกคุณบาสว่าจะจ่ายเงินให้ครบทั้งยอด 900,000 บาท เมื่อคุณบาสถามว่าจะเอาเงินจากไหนมาจ่าย น้ำเย็นอ้างว่ามีนายทุนมารับช่วงซื้อฝากต่อ หลังจากคุณบาสเซ็นเอกสารเรียบร้อย น้ำเย็นจ่ายเงินให้เพียง 750,000 บาท และบอกว่าอีก 150,000 บาทจะไปเอาที่บ้านมาให้ คุณบาสรอจนกรมที่ดินปิด แต่น้ำเย็นก็ไม่นำเงินมาให้
เมื่อคุณบาสทวงถาม น้ำเย็นอ้างว่าจะนำรถไปเข้าไฟแนนซ์เพื่อเอาเงินมาคืน แต่หลังจากนั้นเมื่อถามอีกน้ำเย็นก็ยังไม่มีเงินให้ และโยนความรับผิดชอบไปให้คุณจิ๋มซึ่งเป็นเพื่อนและเป็นเจ้าของที่ดินแปลง 197 โดยบอกให้คุณบาสไปตามกับคนนั้นเอง แต่เมื่อคุณบาสไปตามกับเจ้าของที่ดิน เจ้าของที่ดินกลับบอกว่าไม่ได้ใช้เงินส่วนนี้ น้ำเย็นเป็นคนเอาเงินไปทั้งหมด และน้ำเย็นจะเป็นคนรับผิดชอบเอง ทั้งคู่โยนความรับผิดชอบกันไปมาจนไม่มีคำตอบให้
นอกจากนี้ยังมีการอ้างว่า จะมีคนมาซื้อที่ดินแปลง 197 เพิ่ม เพื่อนำเงินมาคืนคุณบาส ทั้งที่คุณบาสทราบข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ว่า ที่ดินแปลงนี้ไม่สามารถแบ่งแปลงเพิ่มได้อีก ที่ดินดังกล่าวแบ่งไปแล้ว 9 แปลง และไม่สามารถแบ่งเพิ่มได้อีกเพราะต้องเข้าจัดสรร แต่ผลปรากฏว่าน้ำเย็นยังนำไปขายให้คนอื่นต่อ ซึ่งเป็นเหตุให้คุณบาสได้มาเจอกับกลุ่มผู้เสียหายที่ซื้อที่ดินส่วนนี้
คุณบาสให้ข้อมูลว่า น้ำเย็นเป็นคนสุรินทร์ ตอนที่ย้ายมาอยู่แรก ๆ มากันสองคนผัวเมียแบบไม่มีอะไรเลย จนชาวบ้านแถวนั้นเมตตาให้ที่อยู่อาศัย ต่อมาเมื่อเริ่มจับที่ดินขายและเริ่มมีเงิน น้ำเย็นก็ใช้จ่ายเงินสดในการจ้างงานทั้งหมด น้ำเย็นจ้างคนงานมาทำงานในที่ดินและถูกเรียกว่า ‘มาดามเย็น’ ผู้เสียหายอีกรายเสริมว่า คนที่เรียกน้ำเย็นว่ามาดามนั้นเป็นถึงสมาชิก อบต. ทำให้พวกเธอเกิดความมั่นใจและเชื่อถือว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร สมาชิก อบต. คนดังกล่าวยังทำหน้าที่ขับรถพาไปทำธุระต่าง ๆ และดูเหมือนเป็นผู้ช่วยมือขวาของมาดามเย็น
ในรายการมีการพูดถึงภาพมาดามเย็นขณะกำลังนั่งนับเงินโชว์ น้ำเย็นเป็นผู้พิการที่ใส่ขาเทียมข้างซ้าย และนอกจากชื่อน้ำเย็นแล้ว เธอยังเปลี่ยนชื่อไปเรื่อย ๆ เป็น น้ำหวาน และล่าสุดใช้ชื่อว่า ฟ้าใส
ระหว่างรายการออกอากาศ คุณเอกภพแจ้งข่าวว่า ได้คุยกับคนที่รับซื้อฝากที่ดินแปลง 9 ไร่ ซึ่งขณะนี้กำลังดูรายการโหนกระแสอยู่ นายทุนคนดังกล่าวระบุว่า พร้อมให้โอกาสน้ำเย็นมาไถ่ที่ดินคืน และยังไม่ได้ยึดที่แปลงนี้อย่างเด็ดขาด ดังนั้นต้องให้ตำรวจนำตัวน้ำเย็นมา เพื่อดูว่ามีทรัพย์สินอะไรไปไถ่ที่ดินคืน เพื่อนำมาคืนให้ผู้เสียหาย เจ้าของที่ดินคนใหม่บอกว่า ยินดีให้น้ำเย็นนำเงินมาเคลียร์เพื่อเอาที่ดินกลับไปกระจายให้ผู้เสียหายตามที่แต่ละคนซื้อไว้ อย่างไรก็ตาม ปัญหาสำคัญคือตอนนี้น้ำเย็นอยู่ที่ไหน และที่ดินที่เธอนำมาแบ่งขายนั้น เธอไม่ได้ขายให้คนละแปลงตามปกติ แต่กลับขายที่ดินแปลงเดียวกันซ้ำซ้อนให้คนหลายคน บางแปลงมีคนซื้อถึง 3 คน
ผู้เสียหายให้ข้อมูลว่า เคยไปร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดมาแล้ว แต่เรื่องกลับเงียบหาย คุณเอกภพอธิบายว่า จริง ๆ แล้วหน่วยงานนี้มีประโยชน์ และมีท่านผู้ว่าราชการจังหวัดกำกับดูแล ซึ่งมีอำนาจสั่งการประสานหน่วยงานต่าง ๆ ได้ แต่ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละจังหวัดจะเอาจริงเอาจังแค่ไหน หากศูนย์ดำรงธรรมในพื้นที่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ผู้เสียหายก็คงไม่ต้องเดินทางมาหาเขา
คุณพร หนึ่งในผู้เสียหาย เล่าว่า เธอเห็นประกาศขายที่ดินผ่านทางเฟซบุ๊ก และได้ติดต่อนัดดูหน้างานกับคนที่ชื่อ ‘ออม’ เมื่อไปถึงออมได้ให้ ‘อ้อม’ ซึ่งเป็นแม่ และแฟนของอ้อมพาไปดูที่ดินแปลงแรก แต่คุณพรเห็นว่าเป็นที่นาที่ต้องถมดินเยอะและต้องทำสะพานข้ามฝั่ง จึงบอกว่าไม่ตอบโจทย์เพราะอยากได้ที่ดินพร้อมปลูกบ้านให้ลูก ทางออมและอ้อมจึงเสนอให้ไปดูที่ดินอีกแห่งใน ต. เกาะหวาย อ. ปากพลี ซึ่งเป็นที่ดินของน้ำเย็น โดยเป็นที่ดินแปลง 197 ในซอย 7 ล็อก 1
ที่ดินแปลงที่เธอซื้อเป็นแปลงใหญ่ขนาด 3 ไร่ ที่มีลักษณะเป็นตัวแอล (L) โดยน้ำเย็นอ้างว่าจะยกที่ดินส่วนหนึ่งให้เป็นทางสาธารณประโยชน์ แต่ภายหลังคุณเจนพบความจริงจากการไปคัดโฉนดเมื่อเดือน มิ.ย. ว่า น้ำเย็นได้นำที่ดินส่วนที่เป็นทางสาธารณะนั้นไปขายฝากไว้กับนายทุนด้วย
คุณพรเล่าว่า ในวันที่ไปดูที่ดิน คุณพรถูกโน้มน้าวให้จองทันที เธอจึงโอนเงินจองให้น้ำเย็นไป 20,000 บาท หลังจากนั้นน้ำเย็นแจ้งว่าหากมีเงินก้อนอีก 120,000 บาทให้รีบนำมาจ่ายภายใน 1-2 อาทิตย์ รวมเป็นเงิน 140,000 บาทสำหรับที่ดิน 100 ตารางวา เดิมน้ำเย็นเสนอราคา 300,000 บาท แต่เมื่อคุณพรบอกว่าไม่มีเงิน น้ำเย็นจึงลดราคาให้ทันที เหลือเพียง 140,000 บาท ซึ่งคุณพรยอมรับว่าตอนนั้นเหมือนถูกสะกดจิตด้วยคำพูดของน้ำเย็นเพื่อหาเงินมาจ่าย คุณพรถึงขั้นนำรถที่เพิ่งส่งหมดไปเข้าไฟแนนซ์ใหม่
ในระหว่างที่คุณพรกำลังเล่าเรื่องรถ คุณอ้อซึ่งเป็นผู้เสียหายอีกรายถึงกับน้ำตาคลอ เพราะเธอเองก็ต้องนำรถไปเข้าไฟแนนซ์เพื่อซื้อที่ดินเช่นกัน และยังต้องผ่อนต่อไปอีก 5-6 ปี โดยที่บ้านก็ไม่ได้และยังต้องส่งเงินให้ธนาคาร แถมยังถูกสามีดุด่าทุกวัน
จากนั้นเป็นการพูดคุยกับคุณตูน ผู้เสียหายกลุ่มที่ซื้อที่ดินซอย 7 แปลงเดียวกัน โดยคุณตูนระบุว่า ตอนแรกเธอซื้อที่ดินแปลงหนึ่งในซอย 7 สำเร็จและได้โฉนดมาแล้ว จึงเกิดความไว้ใจ ต่อมาน้ำเย็นเสนอขายที่ดินแปลงที่ 2 ขนาด 172 ตารางวาในราคา 450,000 บาท โดยอ้างว่าร้อนเงินมาก และลดราคาให้เหลือเพียง 200,000 บาทหากโอนเงินให้ทันทีในวันนั้น เธอจึงให้แฟนนำทองไปจำนำเพื่อหาเงินมาจ่ายให้น้ำเย็น เพราะความสงสารที่เห็นว่าน้ำเย็นพิการขา และสามีเพิ่งเสียชีวิต เมื่อถึงเวลานัดโอนน้ำเย็นกลับบ่ายเบี่ยงว่ายังขายที่ดินไม่ครบ จนสุดท้ายรับปากจะคืนเงินให้ 200,000 บาท พร้อมค่าเสียเวลาอีก 50,000 บาทแต่ก็เงียบหายไป
ความจริงมาปรากฏเมื่อพบว่า ที่ดินขนาด 172 ตารางวาแปลงนี้ (โฉนดเลขที่ 2712) ถูกนำไปขายซ้ำว้อนให้กับคนถึง 3 คน คือ คุณตูนในราคา 200,000 บาท, คุณปุ้มในราคา 150,000 บาท และคุณต้อมในราคา 150,000 บาท เมื่อนำสัญญามาเทียบกันพบว่าเป็นลายมือเดียวกัน เขียนรายละเอียดเหมือนกันทุกประการ ต่างกันเพียงราคาและวันที่ทำสัญญาซึ่งห่างกันเพียงเดือนเดียว ผู้เสียหายทั้ง 3 คนเพิ่งมาเจอกันที่รายการ และทราบว่าตนเองทำสัญญาซื้อที่ดินแปลงเดียวกัน
ด้านความคืบหน้าทางคดี คุณบาสให้ข้อมูลว่า ผู้ใหญ่บ้านแจ้งในที่ประชุมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอปากพลีว่า ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดระบุว่าน้ำเย็นถูกจับกุมแล้ว แต่ทางน้ำเย็นยังมีการนัดโอนที่ดินกับคนอื่นอยู่เลย ทนายสายหยุดให้ข้อสังเกตว่า อาจจะเป็นการถูกจับในคดีอื่น แล้วได้ประกันออกมา ขณะที่ ผอ. ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครนายก แจ้งว่ายังไม่ได้รับเรื่องร้องเรียนจากกลุ่มผู้เสียหายเหล่านี้เลย ซึ่งทางคุณเจนยืนยันว่าได้ส่งเรื่องผ่านระบบออนไลน์ไปแล้ว
พ.ต.อ. ณรงค์ศักดิ์ วงศ์กาญจนสิน ผู้กำกับการ สภ. ปากพลี ชี้แจงทางโทรศัพท์ว่า ขณะนี้ได้ออกหมายจับน้ำเย็นเรียบร้อยแล้ว และกำลังส่งชุดสืบสวนตามล่าตัว ยอมรับว่าน้ำเย็นรู้ตัวและกำลังหลบหนี สาเหตุที่ช่วงแรกคดีดูไม่คืบหน้าเพราะมองว่าเป็นเรื่องผิดสัญญาทางแพ่ง แต่เมื่อพบหลักฐานว่ามีการขายที่ดินซ้ำซ้อน และนำที่ดินไปขายฝากก่อนมาขายต่อ จึงเข้าข่ายคดีอาญาฐานฉ้อโกง ซึ่งเมื่อพิสูจน์ทราบก็ได้ดำนินการทันที
ส่วนประเด็นเรื่องท่านผู้ว่าฯ นั้น นายสรรเสริญ คำทอง นายอำเภอปากพลี ได้ชี้แจงว่า ตนเองเป็นคนแจ้งในที่ประชุมว่าน้ำเย็นถูกควบคุมตัวที่เรือนจำในคดีอื่น เพื่อให้ชาวบ้านระวังตัว แต่ไม่ได้หมายความว่าถูกจับในคดีล่าสุดนี้ ซึ่งน้ำเย็นได้ประกันตัวออกมาในภายหลัง
จากนั้น ทางรายการได้ต่อสายถึง ‘คุณนนท์’ นายทุนผู้รับซื้อฝากที่ดินแปลง 9 ไร่ และ 6 ไร่ จากน้ำเย็น โดยคุณนนท์ระบุว่า รับที่ดินไว้ในราคาประมาณ 5.5 ล้านบาท และ 2.8 ล้านบาท เขาไม่ทราบมาก่อนว่าน้ำเย็นนำที่ดินไปเร่ขายให้ชาวบ้านหลายคน คุณนนท์เล่าว่าเคยนัดให้น้ำเย็นมาไถ่ถอนที่ดินถึงกรมที่ดิน แต่น้ำเย็นกลับไม่มาตามนัดถึง 2 ครั้ง และเขายังพบว่าน้ำเย็นพยายามจะขุดหน้าดินขาย จนเขาต้องไปลงบันทึกประจำวันไว้ คุณนนท์ยืนยันว่า ยินดีให้น้ำเย็นหรือผู้เสียหายนำเงินมาไถ่ถอนคืนในราคาเดิม เพราะสงสารคนที่เก็บเงินมาทั้งชีวิตเพื่อซื้อที่ดิน
คุณเอกภพ ระบุว่า ตนเองได้มีการพูดคุยประสานงานกับคุณเอ เจ้าของเพจเรื่องจริงนครนายก ซึ่งคุณเอได้ประสานต่อไปยังท่าน สส. ปิยวัฒน์ กิตติทเนศวร ในพื้นที่ปากพลีเรียบร้อยแล้ วเพื่อติดตามเรื่องนี้ โดยคุณเอกภพเน้นย้ำตามที่ได้คุยกับท่าน ผกก. สภ. ปากพลี เมื่อช่วงเช้าว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องเร่งติดตามตัวน้ำเย็นมาให้ได้ เพื่อตรวจสอบและอายัดทรัพย์สิน เพราะหากได้ตัวมาแล้วแต่ไม่มีทรัพย์สินเหลืออยู่เลย ผู้เสียหายก็จะไม่ได้อะไรคืน นอกจากนี้ยังได้ฝากให้ทีมทนายของเพจสายไหมต้องรอด คือทนายนุ๊กและทนายเสก ช่วยติดตามเคสนี้อย่างใกล้ชิด และอาจจะต้องเข้าไปช่วยชาวบ้านฟ้องร้องเพิ่มเติม หากพบว่าทรัพย์สินที่ยึดมาได้นั้นไม่เพียงพอต่อความเสียหายทั้งหมด
ในประเด็นเรื่องธรณีสงฆ์ คุณเอกภพให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า น้ำเย็นมีการนำที่ดินที่อ้างว่าเป็นของวัดมาขายให้ลูกค้าด้วย โดยมีกรณีของคุณป้าอู๊ดที่ต้องการซื้อที่ดินเพื่อเป็นของขวัญวันแต่งงานให้ลูก ซึ่งน้ำเย็นไม่ได้แจ้งป้าอู๊ดเลยว่าที่ดินมีปัญหาเรื่องเป็นที่ธรณีสงฆ์ แต่สุดท้ายเมื่อผ่านไปเพียงอาทิตย์เดียว กลับมีป้ายของวัดมาปักห้ามบุกรุกในพื้นที่ดังกล่าว อีกทั้งยังมีประเด็นเรื่อง ทางสาธารณประโยชน์ ที่น้ำเย็นอ้างว่าจะยกที่ดินส่วนหนึ่งให้เป็นทางเข้าออก แต่กลับแอบนำที่ดินส่วนนั้นไปขายฝากไว้กับนายทุน จนกลุ่มผู้เสียหายต้องรวบรวมเงินกันเองเพื่อไปไถ่ถอนจากนายทุน และยกให้เป็นทางสาธารณะ เพื่อให้ที่ดินแปลงข้างในที่บางคนได้โฉนดไปแล้วมีทางเข้า-ออก
ทนายสายหยุด ได้ให้ข้อมูลด้านกฎหมายว่า การขายที่ดินในครั้งแรกขณะที่ผู้ขายยังมีกรรมสิทธิ์อยู่อาจจะยังไม่ถือเป็นการฉ้อโกง เพราะเป็นการทำสัญญาจะซื้อจะขายตามปกติ แต่พฤติกรรมที่ถือเป็นการฉ้อโกงทันที คือการนำที่ดินแปลงเดิมที่ขายให้คนแรกไปแล้วมาขายซ้ำซ้อนให้คนที่สองและคนที่สาม รวมถึงกรณีที่ที่ดินหลุดจากการขายฝากไปแล้ว หรือรู้ตัวว่าติดขายฝากในราคาสูงจนไม่สามารถไถ่ถอนได้แน่นอน แต่ยังนำมาขายให้ชาวบ้าน พฤติการณ์เหล่านี้แสดงถึงเจตนาโกงตั้งแต่วันแรก
ทนายสายหยุดยังได้ให้คำแนะนำกับประชาชนว่า ไม่ควรซื้อที่ดินในลักษณะผ่อนตรงกับเจ้าของ หรือแบ่งขายเองโดยที่ยังไม่มีการโอนกรรมสิทธิ์ เพราะมีความเสี่ยงสูงที่ผู้ขายจะนำที่ดินแปลงเดียวไปวนขายหรือหาประโยชน์ซ้ำซ้อน ทางที่ดีควรซื้อแบบโอนกรรมสิทธิ์ให้เรียบร้อยแล้วไปดำเนินการจำนองกับบุคคลภายนอกหรือธนาคารด้วยตนเองจะปลอดภัยกว่า
สุดท้าย คุณเอกภพได้ฝากถึงประชาชนที่อาจจะตกเป็นเหยื่อของนายหน้าน้ำเย็นในพื้นที่อื่น ๆ เช่น สภ. เมืองนครนายก หรือ สน. ทุ่งสองห้อง ให้รีบไปแจ้งความร้องทุกข์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่รวบรวมข้อมูลและอายัดทรัพย์สินมาเฉลี่ยคืนให้ผู้เสียหายทุกคนอย่างทั่วถึง และเตือนเป็นอุทาหรณ์สำหรับผู้ที่กำลังจะซื้อที่ดินว่า ห้ามดูเพียงรูปถ่ายโฉนดที่ผู้ขายนำมาโชว์ เพราะอาจเป็นโฉนดที่ถ่ายไว้ก่อนจะนำไปขายฝาก หรืออาจเป็นโฉนดปลอม วิธีที่ชัวร์ที่สุดคือต้องนำเลขโฉนดไปตรวจสอบสถานะล่าสุดที่กรมที่ดินในพื้นที่นั้น ๆ ด้วยตนเอง ก่อนจะมีการจ่ายเงินหรือทำสัญญาใด ๆ