ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ ได้เผยแพร่ภาพภารกิจ พร้อมข้อความว่า “แม่ลูกต้องปลอดภัย🤍” โดยเป็นภารกิจต่อเนื่อง ตั้งแต่รถกู้ชีพเข้าช่วยทำคลอดฉุกเฉิน ไปจนถึงการใช้รถยานเกราะ BTR-3S นำส่งคุณแม่และทารกแรกเกิดจากโรงพยาบาลสนามถึงโรงพยาบาลกบินทร์บุรี ท่ามกลางมวลน้ำและกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569
ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ รพ.กบินทร์บุรี พบผู้ช่วยพยาบาล รพ.กบินทร์บุรี เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิสัจจะแห่งประเทศไทย กบินทร์บุรี ผู้ช่วยครูผู้สอนกู้ชีพขั้นพื้นฐาน สว่างบำเพ็ญ ปราจีนบุรี อาสาแต่งหน้าศพแห่งประเทศไทย ผู้ช่วยพยาบาลมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี
หญิงอุ้มเด็กที่ปรากฏในคลิปวีดีโอได้เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า วันเกิดเหตุเป็นวันที่ 2 ก.ย.ได้รับการประสานจาก อบต.วังดาล ว่ามีหญิงใกล้คลอดและกำลังเดินทางมาด้วยรถกู้ชีพ แต่ระหว่างทางทารกได้คลอดออกมาแล้ว ก่อนนำตัวคุณแม่และทารกมายังโรงพยาบาลสนาม ซึ่งตั้งอยู่ภายในโรงเรียนมารีวิทยา ต.เมืองเก่า
เมื่อจำเป็นต้องส่งต่อทั้งแม่และเด็กมายังโรงพยาบาลกบินทร์บุรี เจ้าหน้าที่จึงต้องอาศัยรถยานเกราะล้อยางแบบพยาบาล BTR-3S ของทหาร ฝ่ากระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว ใช้เวลาประมาณ 40 นาที จึงสามารถนำทั้งสองชีวิตเดินทางมาถึงโรงพยาบาลได้อย่างปลอดภัย
เธอเล่าด้วยความประทับใจว่า วันนั้นทุกหน่วยงานช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่ ทั้งทหาร เจ้าหน้าที่กู้ภัย บุคลากรทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล ทุกคนต่างทำหน้าที่ของตัวเองอย่างดีที่สุด เพื่อให้คุณแม่และทารกปลอดภัย “เด็กแข็งแรงดีค่ะ ถือว่าโชคดีมากที่วันนั้นมีพี่ๆ ทหารและเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานอยู่ตรงนั้น ทุกคนช่วยกันอย่างเต็มที่ เป็นภาพความทรงจำที่ดีและน่าประทับใจมาก”
ปัจจุบันคุณแม่ได้เดินทางกลับบ้านแล้ว ขณะที่ทารกยังอยู่ในการดูแลของแพทย์ที่โรงพยาบาลกบินทร์บุรี โดยคุณพ่อได้ตั้งชื่อเล่นให้ลูกสาวว่าน้องมารี มีน้ำหนักแรกเกิดกว่า 3 กิโลกรัม
ด้านคุณพ่อของน้องมารี เล่าว่า เมื่อวันที่ 2 กันยายน เวลาประมาณ 11.50 น.ภรรยาเริ่มมีอาการเจ็บท้อง จึงโทรศัพท์แจ้งสายด่วน 1669 และได้รับการประสานรถกู้ชีพจาก อบต.วังดาล ให้เข้ามารับตัว ระหว่างเดินทางออกจากบ้านได้ประมาณ 3-4 กิโลเมตร เมื่อมาถึงบริเวณหน้าอนามัยบ้านพรมแสง น้ำคร่ำของภรรยาได้แตกและศีรษะของทารกโผล่ออกมา
ขณะนั้นเจ้าหน้าที่พยาบาลที่อนามัยพรมแสง ได้ยินเสียงจากรถกู้ชีพจึงเลี้ยวรถกลับมา ขณะที่พยาบาลกำลังจะไปทานข้าว จึงรีบเข้าช่วยเหลือและทำคลอดฉุกเฉินบนรถกู้ชีพ จนสามารถช่วยให้เด็กหญิงลืมตาดูโลกได้อย่างปลอดภัย
สำหรับชื่อเล่นน้องมารี คุณพ่อเผยว่า ตั้งใจตั้งชื่อนี้เพื่อเป็นที่ระลึกถึงโรงพยาบาลสนามภาย ในโรงเรียนมารีวิทยา สถานที่ซึ่งเต็มไปด้วยความประทับใจจากน้ำใจของเจ้าหน้าที่และหลายหน่วยงานที่ร่วมกันช่วยเหลือครอบครัวในช่วงวิกฤตน้ำท่วม ส่วนชื่อจริงของหนูน้อยคือสิริวรินทร์ ซึ่งเป็นชื่อที่นำชื่อของคุณพ่อและคุณแม่มารวมกัน
จากเสียงร้องแรกเกิดบนรถกู้ชีพ สู่การเดินทางฝ่ากระแสน้ำด้วยรถยานเกราะ BTR-3S ภารกิจครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย แต่คือการพาสองชีวิตให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่อันตรายที่สุดไปด้วยกัน และคำว่า “แม่ลูกต้องปลอดภัย” จึงไม่ใช่เพียงข้อความใต้คลิป แต่คือภารกิจที่เจ้าหน้าที่ทุกคนร่วมกันทำให้สำเร็จ