นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงการส่งคำชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญในคดีบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด ว่า ในส่วนที่สำนักงานต้องรับผิดชอบ ในฐานะเป็นผู้ถูกกล่าวหา ศาลรัฐธรรมนูญมีหนังสือมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้วให้ กกต. ส่งคำชี้แจงของพยานที่ กกต.กล่าวอ้างกลับไปยังศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วัน ขณะนี้จึงอยู่ในระยะเวลาที่พยานกำลังทำคำชี้แจงกลับมา ซึ่งพยานมีจำนวน 5 คน เป็นนักกฎหมาย หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ 4 คน ส่วนอีกหนึ่งคนเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี
เมื่อถามว่าประเด็นข้อต่อสู้ของ กกต.คือเรื่องความลับใช่หรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า เราต่อสู้กับความจริง เราเอาความจริงมาสู้
ส่วนที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.มีหนังสือขอเอกสารที่เกี่ยวข้องกับคดีบาร์โค้ดรวม 20 รายการนั้น สำนักงานสามารถให้ได้หรือไม่ นายแสวงกล่าวว่า ตนยังไม่ได้เห็นหนังสือแต่ทราบว่าท่านได้ขอเอกสาร แต่ต้องดูหลักเกณฑ์การขอหนังสือเอกสาร ซึ่งจะรู้ว่าใครที่สามารถขอเอกสารได้บ้าง หรือบางเอกสาร กกต.ก็มีการเปิดเผยมาแล้ว เช่นเอกสารการจัดซื้อจัดจ้างต่าง ๆ เปิดเผยให้ประชาชนทราบไปแล้ว ซึ่ง กกต.ยืนยันเหมือนเดิมว่าเราอยู่ในสายตาของประชาชน และทำตามกฎหมายต้องรอดูว่าผลของคดีจะเป็นอย่างไร
เมื่อถามถึงความคืบหน้ากรณี กกต.แจ้งดำเนินคดีกับประชาชน 6 ราย เพราะผ่านมา 3 เดือนแล้วยังไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหา นายแสวง กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ กกต.ได้แจ้งความไว้ ขณะนี้อยู่ในชั้นของพนักงานสอบสวน ดำเนินการเพื่อที่จะร้องทุกข์กล่าวโทษ
ส่วนที่มีการมองว่าการแจ้งความดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของพยานหลักฐานที่จะใช้ชี้แจงต่อศาลว่ากกต.พยายามทำให้การเลือกตั้งเป็นความลับ นายแสวง กล่าวว่า เรื่องคดีไม่น่าจะเปลี่ยน การดำเนินการเป็นเรื่องของความพยายามที่จะปกป้องสิ่งที่เราทำ คือกระบวนการการเลือกตั้ง ไม่ใช่ปกป้องตัวเองจึงแจ้งความ เพราะ กกต. มีหน้าที่ทำให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เมื่อมีอะไรมากระทบต่อกระบวนการก็ต้องดำเนินการ ไม่ใช่เป็นเพราะว่าเขามาหมิ่นประมาท กกต.
นายแสวง ยังกล่าวถึงกรณีที่นายสมชัย และคณะจะไปแจ้งความดำเนินคดีกับ กกต. ในสัปดาห์หน้า ฐานหมิ่นประมาททำให้เสียชื่อเสียงว่า กกต.ก็ถูกฟ้องเป็นประจำอยู่แล้ว ส่วนที่กลุ่ม we watch เรียกร้องขอให้ถอนฟ้องประชาชนที่ประท้วงการเลือกตั้งในเขต 1 ชลบุรี นั้น อย่างที่ตนได้ชี้แจงเป็นเรื่องของการปกป้องกระบวนการในการเลือกตั้งที่เป็นของประชาชน ไม่ใช่ของ กกต. ซึ่ง กกต. มีหน้าที่ทำให้การเลือกตั้งเต็มไปด้วยความเรียบร้อย และประชาชนทุกคนควรอยู่ภายใต้กฎหมาย