รายการโหนกระแสวันนี้ พูดคุยกรณี น.ส.พลอย (นามสมมุติ) อายุ 34 ปี ผู้เสียหาย ที่เข้าร้องเรียนกับเพจสายไหมต้องรอด หลังถูกเพื่อนสนิทปลอมไลน์เป็นผู้ชายมาหลอกให้รัก และหลอกให้โอนเงินจนหมดตัว
น.ส.พลอย เล่าว่า ตนรู้จักกับ “มิ้นต์” อายุ 32 ปี ผ่านทาง TikTok เพราะมีความสนใจในเรื่องคล้ายๆ กัน ความสัมพันธ์เริ่มต้นจากการที่ไปซื้อขนมในไลฟ์สด TikTok ด้วยกัน แล้วก็พูดคุยทางออนไลน์กันมาตลอด มีการส่งขนมส่งของให้กัน ทำให้รู้สึกเหมือนเป็นเพื่อนสนิทคนสำคัญคนหนึ่ง อัปเดตชีวิตประจำวันและเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้กันฟัง
หลังจากคุยกันประมาณเดือนเศษ ทั้งสองก็ได้นัดเจอหน้ากันครั้งแรกที่งานนิทรรศการเกี่ยวกับแมว ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ หลังจากนั้นก็เริ่มนัดเที่ยวเล่น ดื่มกินสังสรรค์ด้วยกันมาตลอด จนกระทั่งช่วงเดือนสิงหาคม มิ้นต์บอกว่าจะแนะนำผู้ชายคนหนึ่งให้รู้จัก ชื่อนายแม็ก อายุ 27 ปี โดยมีการพูดคุยกันแบบไม่เจอหน้าผ่านทางมิ้นต์อยู่ช่วงหนึ่ง ก่อนจะนัดเจอหน้ากันครั้งแรกที่ร้านเหล้าในช่วงเดือนกันยายน
หลังจากการพบกันครั้งนั้น นายแม็กได้ใช้บัญชีไลน์ของมิ้นต์ติดต่อมา โดยอ้างว่าโทรศัพท์ของตัวเองเสีย จึงต้องใช้บัญชีของมิ้นต์ในการสื่อสาร ต่อมาในวันที่ 12 กันยายน 2568 นายแม็กได้ขอยืมเงิน 1,000 บาท อ้างว่าไม่มีเงินจ่ายสำหรับการสั่งซื้อของ จากนั้นก็ขอให้โอนเงินเพิ่มเติมสำหรับค่าใช้จ่ายต่างๆ ซึ่งตนก็โอนให้มาตลอด โดยนายแม็กจะคอยแสดงความรักและความคิดถึง แต่เมื่อตนพยายามติดต่อ นายแม็กก็จะไม่รับสาย และอ้างว่ามิ้นต์พยายามกีดกัน
ในเดือนตุลาคม 2568 มีคนติดต่อมาอ้างว่าเป็น นายไมค์ พี่ชายของนายแม็ก แจ้งว่านายแม็กถูกทำร้ายและต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล ตนจึงได้พยายามโอนเงินเพื่อช่วยค่ารักษา โดยโอนให้ตั้งแต่ 19 บาท จนถึง 1,800 บาท
ล่าสุดในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 ตนเริ่มสงสัยว่าทำไมยังไม่เคยพบนายแม็กอีกเลย และสังเกตว่าทุกครั้งที่โอนเงินก็เป็นการโอนเข้าบัญชีของมิ้นต์ตลอด เมื่อตรวจสอบพบว่าตนได้โอนเงินไปช่วยนายแม็กประมาณ 20,000 บาท จนเงินในบัญชีหมด จึงตัดสินใจโทรสอบถามที่โรงพยาบาล และพบว่าไม่มีชื่อนายแม็กอยู่ในระบบ ทำให้มั่นใจว่าตนถูกมิ้นต์เพื่อนสนิทหลอกลวง
น.ส.พลอย จึงออกมาร้องขอความเป็นธรรม เนื่องจากหลังจากที่ทราบว่าถูกหลอก ได้เดินทางไปที่สถานีตำรวจเพื่อแจ้งความ แต่เจ้าหน้าที่กลับบอกว่าเป็นการโอนเงินโดยเสน่หาและไม่รับแจ้งความ ทำให้ตนรู้สึกช็อกและผิดหวังเป็นอย่างมาก
ต่อมา มิ้นต์ ได้โฟนอินมาชี้แจงในรายการ โดยยอมรับว่าตนสวมรอยคุยกับพลอย โดยอ้างว่าตัวเป็นเป็นแม็กจริงๆ แต่มิได้เริ่มตั้งแต่แรก มิ้นต์อ้างว่าแม็กคุยกับพลอยจริงในตอนแรก แต่ต่อมาเขาไม่ชอบพลอย และอยากไปคุยกับคนอื่นแทน แต่ตนเป็นห่วงความรู้สึกเพื่อน ก็เลยต้องสวมรอยเป็นแม็ก เพื่อรักษาความรู้สึกของเพื่อน
ส่วนคนชื่อไมค์ ที่อ้างว่าเป็นพี่ชายแม็ก มิ้นต์ยอมรับว่าไม่มีอยู่จริง ตนอุปโลกน์ขึ้นมา สร้างเรื่องเพื่อจะตัดจบ จะได้ไม่ต้องสวมรอยเป็นแม็กมาคุยกับพลอยอีก มิ้นต์ยอมรับว่าเรื่องทั้งหมดตนทำผิดไป และได้บอกพลอยไปหมดแล้วว่า ตนจะรับผิดชอบเรื่องเงินที่เขาโอนมาทั้งหมด และจะโอนเงินคืนให้เขา
มิ้นต์ยังกล่าวว่า ที่ผ่านมา ตนกับพลอยเป็นเพื่อนกัน ตนก็เป็นฝ่ายให้มาตลอด ส่งขนม ส่งของกินให้พลอยมาตลอด ไม่ใช่ว่าเรามาหลอกเขา เรามองเขาเป็นเพื่อน และทำไปเพื่อรักษาความสัมพันธ์จริงๆ แต่หลังจากเรื่องที่เกิดขึ้น มิ้นต์ก็พร้อมจะรับผิดชอบทุกอย่าง เพราะเป็นความผิดของตนเอง
ด้านทนายแก้ว มองว่า เรื่องนี้เป็นความผิดฐานฉ้อโกง โดยการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 (1) ประกอบกับความผิดฐานฉ้อโกง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ซึ่งการกระทำโดยแสดงตัวว่าเป็นบุคคลอื่น ถือเป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระ กฎหมายไม่สนว่าจะโอนเงินมากหรือน้อย แต่สนใจว่าองค์ประกอบความผิดมันครบหรือไม่ ซึ่งดูจากพฤติการณ์แล้ว องค์ประกอบมันครบแล้ว การโอน 1 ครั้ง ก็ผิด 1 กรรม ซึ่งมีโทษจำคุกกรรมละ 5 ปี ต่อให้ทรัพย์สินไม่เยอะ แต่โทษมันหนัก
ต่อมามีการโฟนอิน พ.ต.อ.สิรภพ อนุศิริ ผกก.สภ.บางใหญ่ ชี้แจงกรณีที่ น.ส.พลอย ไปแจ้งความครั้งแรกแล้วตำรวจบอกว่าเอาผิดไม่ได้ เพราะเป็นการให้โดยเสน่หา ว่า ร้อยเวรน่าจะพิจารณาผิดไป วันนั้นผู้เสียหายไม่เจอตน แต่ตอนที่มารอบ 2 ตนเป็นผู้พิจารณาเอง ก็มองว่าเป็นความผิดฉ้อโกงอย่างที่ในรายการว่าไว้จริงๆ พยานหลักฐานที่มีก็น่าจะเอาผิดได้เป็นกรรมๆ ไป หลังจากนี้ก็ให้พนักงานสอบสวน ขอเอกสารบัญชีธนาคารของผู้ต้องหา เพื่อรวมเป็นสำนวนในการดำเนินคดีต่อไป