รายการโหนกระแสวันนี้ ได้เชิญผู้เสียหายทั้งรายเก่าและรายใหม่มาร่วมพูดคุยถึงพฤติกรรมของเพื่อนบ้านรายหนึ่งซึ่งมีอาชีพเป็นทันตแพทย์ หรือที่เรียกกันว่า "หมอฟัน" หลังเคยก่อเหตุวิวาทกับเพื่อนบ้านจนเป็นข่าวดังเมื่อปีก่อน ล่าสุดย้ายไปอยู่หมู่บ้านใหม่ย่านบางนาก็ยังสร้างความเดือดร้อนรำคาญในลักษณะเดิม จนเพื่อนบ้านใหม่ต้องรวมตัวกันมาร้องเรียนผ่านรายการ
ในรายการโหนกระแส ดำเนินรายการโดย หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย ได้เปิดประเด็นถึงเรื่องราวของเพื่อนบ้านมหาภัยรายนี้ ซึ่งเคยเป็นกรณีโด่งดังในอดีต โดยเท้าความถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ ตุ๊ดตู่ อดีตเพื่อนบ้านคู่กรณีที่เคยมาออกรายการแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งในครั้งนั้นตุ๊ดตู่ต้องเผชิญกับพฤติกรรมสุดทนของหมอฟันสาวรายนี้ ทั้งการนำขยะและของเหลือใช้มาสุมไว้ข้างกำแพงจนสูงท่วมหัวและล้มใส่บ้าน ขุดดินลอดรั้ว ปาอุปกรณ์ตัดต้นไม้ใส่ผนังบ้าน รวมถึงการนำสปอตไลท์ส่องเข้าบ้านคนอื่นในเวลากลางคืน และปล่อยสุนัขไล่กัด ซึ่งหลังจากต่อสู้กันมานาน ล่าสุดหมอฟันรายนี้ได้ย้ายออกจากหมู่บ้านเดิมไปเมื่อประมาณเกือบหนึ่งปีที่แล้ว ทำให้ตุ๊ดตู่กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างสงบสุข แต่ความเดือดร้อนกลับถูกส่งต่อไปยังเพื่อนบ้านกลุ่มใหม่ในหมู่บ้านหรูย่านหลังเมกาบางนา
ตุ๊ดตู่ อดีตคู่กรณี เปิดเผยในรายการว่า ตนทราบข่าวการย้ายไปก่อเรื่องของหมอฟันรายนี้ตลอด เพราะมีคนคอยส่งข่าวให้ โดยระบุว่าหลังจากที่ตนเคยโดนหมอฟันรายนี้ฉีดน้ำผสมน้ำยาล้างห้องน้ำยี่ห้อวิกซอลใส่จนต้องเข้าโรงพยาบาล ตนก็ตัดสินใจว่าจะไม่ทนและไม่อ่อนโยนกับคู่กรณีอีกต่อไป หากเขาปาของมา ตนก็ปาคืน หากเขาให้หมามาถ่ายมูลหน้าบ้าน ตนก็เก็บมูลนั้นปาใส่กลับไปทันที เพราะรู้สึกว่าคู่กรณีเป็นถึงแพทย์ ย่อมรู้อันตรายของสารเคมีดีแต่ยังเจตนาทำร้าย ตนจึงตอบโต้ทุกวิถีทางและฟ้องร้องดำเนินคดีทุกวัน จนในที่สุดคู่กรณีทนไม่ไหวและย้ายออกไปเอง โดยทราบว่าไปเช่าบ้านอยู่ที่หมู่บ้านแห่งใหม่และเริ่มก่อเรื่องภายในเวลาไม่ถึงเดือน
ทางด้าน จูน หนึ่งในผู้เสียหายรายใหม่ในหมู่บ้านปัจจุบัน เล่าเหตุการณ์ว่า ตนได้รับ "ตัวซีเคร็ต" หรือหมอฟันรายนี้มาเป็นเพื่อนบ้านโดยไม่รู้ตัว ปัญหาแรกที่เจอคือเรื่องสุนัขของหมอฟันจำนวน 4 ตัว ที่มักจะหลุดออกมาจากบ้านและพุ่งเข้ามาที่บ้านของตน เนื่องจากสุนัขของตนและของคู่กรณีมักจะเห่าใส่กันผ่านประตูกระจก ทำให้สุนัขของหมอฟันตะกุยประตูรั้วหน้าบ้านจนรางประตูหลุดเสียหาย ซึ่งเหตุการณ์สุนัขหลุดเข้ามาในบ้านเกิดขึ้นถึง 6-7 ครั้ง และประตูพังเสียหาย 2 ครั้ง แต่เมื่อแจ้งนิติบุคคลไป ทางคู่กรณีกลับแจ้งผ่านนิติบุคคลมาว่าไม่สะดวกมาขอโทษ แต่ยินดีจ่ายค่าเสียหายให้ ซึ่งตนมองว่าไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ถูกต้อง เพราะสิ่งที่ต้องการคือความรับผิดชอบและการดูแลสัตว์เลี้ยงไม่ให้มารบกวนผู้อื่น
จูน เล่าต่อว่า ตนเริ่มเอะใจว่าเป็นบุคคลเดียวกับที่เป็นข่าวเมื่อเห็นรายการโหนกระแสเทปครบรอบ 1 ปีที่หมอฟันย้ายออก โดยสังเกตเห็น "บันไดลิง" จำนวน 5-6 อันที่วางอยู่ในบ้านของคู่กรณี ซึ่งตรงกับภาพในข่าว จึงมั่นใจทันทีว่าเป็นคนเดียวกัน นอกจากเรื่องสุนัขแล้ว ยังมีปัญหาเรื่องการตัดต้นไม้ใหญ่ที่ล้มขวางถนนในหมู่บ้าน และพฤติกรรมการฉีดน้ำใส่เพื่อนบ้าน โดยเหตุการณ์ที่รุนแรงคือกรณีที่แฟนชาวต่างชาติของจูนเดินไปบอกหมอฟันที่กำลังฉีดน้ำตอนเที่ยงคืนครึ่งว่าให้หยุดเพราะดึกแล้ว แต่กลับถูกหมอฟันรายนี้ฉีดน้ำใส่ตัวจนเปียกโชกและตาแดง รวมถึงโทรศัพท์มือถือก็เปียกไปด้วย
ขณะที่ ปาล์ม และภรรยา เพื่อนบ้านที่มีรั้วติดกับหมอฟันรายนี้ เปิดเผยว่า ในช่วงแรกที่หมอฟันย้ายเข้ามา ตนพยายามผูกมิตรด้วยการนำมะนาวที่ปลูกไว้หลังบ้านไปฝาก ซึ่งตอนนั้นหมอฟันยังพูดจาดีและบอกว่ามาเช่าอยู่เพื่อทดลองเลี้ยงสุนัข แต่หลังจากนั้นไม่นาน พฤติกรรมก็เปลี่ยนไป โดยเฉพาะเรื่องการซักผ้า ซึ่งหมอฟันจะซักผ้าตลอดทั้งวันตั้งแต่ตี 5 โดยมีเครื่องซักผ้าถึง 3 เครื่องตั้งอยู่หลังบ้าน และปล่อยน้ำทิ้งเจิ่งนองเต็มพื้นหญ้าโดยไม่ต่อท่อลงบ่อพัก ส่งกลิ่นเหม็นและมีขนสุนัขปลิวข้ามรั้วมาที่บ้านของตน ทำให้ไม่สามารถตากผ้าหลังบ้านได้
นอกจากนี้ ปาล์ม ยังเล่าถึงเหตุการณ์ที่มีเต็นท์ผ้าใบปลิวข้ามรั้วมาจากบ้านหมอฟันในช่วงที่ฝนตกหนัก ซึ่งเต็นท์ดังกล่าวใช้คลุมเครื่องซักผ้า เมื่อตนไปแจ้งให้ทราบ หมอฟันกลับทำหน้างงและไม่รีบมาจัดการ จนตนต้องให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมาช่วยเก็บกู้คืนให้ อีกทั้งยังมีพฤติกรรมปิดประตูเสียงดังสนั่นในช่วงดึกเพื่อระบายอารมณ์ใส่กำแพงบ้านที่ติดกัน สร้างความรำคาญในการพักผ่อน
ทางด้าน กอล์ฟ เพื่อนบ้านอีกรายที่อยู่ฝั่งตรงข้าม เล่าว่า ตนและภรรยามักจะถูกหมอฟันรายนี้แสดงพฤติกรรมคุกคามด้วยการฉีดน้ำใส่ขณะยืนอยู่หน้าบ้านของตัวเอง หรือเวลาวิ่งออกกำลังกายผ่านหน้าบ้าน ทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรให้ โดยมีคลิปหลักฐานชัดเจนว่าหมอฟันตั้งใจฉีดน้ำพุ่งตรงมาที่ตัวบุคคล นอกจากนี้ หมอฟันยังมีพฤติกรรมชอบพูดคุยกับสุนัขชื่อ "สกาย" กระทบกระเทียบเพื่อนบ้าน โดยใช้คำหยาบคายและดูถูกเหยียดหยาม เช่น "สกายเห็นไหมลูก ควายยืนอยู่หน้าบ้าน" หรือ "อย่าไปยุ่งกับพวกโสโครก พวกไม่มีการศึกษา" ซึ่งสร้างความเจ็บช้ำน้ำใจให้กับเพื่อนบ้านที่ได้ยิน
กอล์ฟ ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า หมอฟันรายนี้มักจะเหยียดหยามคนงานก่อสร้างในหมู่บ้านด้วยถ้อยคำรุนแรง และชอบพูดจาโอ้อวดว่าตนเองร่ำรวย มีเงินซื้อบ้านที่ไหนก็ได้ ไม่ต้องผ่อนเหมือนคนอื่น โดยล่าสุดได้พูดจาดูถูกกอล์ฟขณะกำลังเก็บไฟคริสต์มาสหน้าบ้านว่า "ซื้อบ้านเคยไปดูโครงการอื่นบ้างไหม ถึง 10 ล้านหรือเปล่าก็ไม่รู้" ก่อนจะปิดประตูใส่หน้า
ส่วน อ้วน เพื่อนบ้านที่อยู่เยื้องไปอีกหลัง เล่าเหตุการณ์ระทึกว่า วันหนึ่งลูกชายกำลังขี่จักรยานเล่นหน้าบ้าน จู่ ๆ สุนัข 4 ตัวของหมอฟันก็วิ่งกรูออกมาจะไล่กัด ทำให้ลูกชายตกใจทิ้งรถจักรยานวิ่งหนีเข้าบ้าน ส่วนหมอฟันกลับยืนดูเฉย ๆ แล้วเรียกสุนัขเข้าบ้านหน้าตาเฉย โดยไม่มีการมาถามไถ่หรือขอโทษแต่อย่างใด ทำให้ลูกชายเกิดความหวาดกลัวจนไม่กล้าออกมาเล่นหน้าบ้านอีก อีกทั้งยังมีเหตุการณ์ที่แม่ยายของตนซึ่งเป็นคนแก่ออกมารดน้ำต้นไม้ ก็ถูกหมอฟันลดกระจกรถลงแล้วชูนิ้วกลางใส่โดยไม่มีสาเหตุ
เคเค เพื่อนบ้านในซอยเดียวกัน ก็ได้รับผลกระทบจากการขับรถของหมอฟันรายนี้ โดยระบุว่ามักจะถูกเปิดไฟสูงใส่หน้า หรือบีบแตรลากยาวใส่โดยไม่มีเหตุผล บางครั้งก็ขับรถจี้ท้ายเพื่อกดดัน หรือขับปาดหน้า ซึ่งสร้างความหวาดเสียวและอันตรายในการใช้รถใช้ถนนภายในหมู่บ้านอย่างมาก
เมื่อสอบถามถึงการดำเนินการของนิติบุคคล ผู้เสียหายต่างระบุว่า นิติบุคคลอ้างว่ายังไม่สามารถจัดการอะไรได้มากนัก เนื่องจากโครงการยังขายไม่หมดและกรรมสิทธิ์ยังเป็นของโครงการ บางครั้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็ถูกหมอฟันรายนี้ต่อว่าเช่นกัน โดยล่าสุดทราบว่าเจ้าของบ้านเช่าได้แจ้งยกเลิกสัญญาและให้ย้ายออกตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคมที่ผ่านมา แต่จนถึงปัจจุบันหมอฟันรายนี้ก็ยังเพิกเฉยและไม้ยอมย้ายออก
ทนายสายหยุด ทนายความชื่อดังที่มาร่วมรายการ ให้ความเห็นทางกฎหมายว่า กรณีนี้สามารถแยกดำเนินการได้สองส่วน ส่วนแรกคือนิติบุคคล ซึ่งมีหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยและระเบียบการอยู่อาศัย ต้องบังคับใช้กฎกับเจ้าของบ้านผู้ให้เช่า หากผู้เช่าสร้างความเดือดร้อนรำคาญ นิติบุคคลต้องดำเนินการจัดการ ไม่ใช่ปล่อยให้ลูกบ้านเผชิญชะตากรรมเอง ส่วนที่สองคือผู้เสียหายแต่ละราย สามารถแจ้งความดำเนินคดีได้เองทันที โดยพฤติกรรมดังกล่าวเข้าข่ายความผิดลหุโทษ ฐานก่อความเดือดร้อนรำคาญ
ทนายสายหยุด แนะนำกลยุทธ์ในการจัดการว่า แม้คดีนี้จะมีโทษเพียงแค่ปรับ แต่ผู้เสียหายไม่ควรยอมเปรียบเทียบปรับที่สถานีตำรวจ แต่ควรยืนยันให้พนักงานสอบสวนส่งฟ้องศาล เพื่อให้คู่กรณีต้องเดินทางไปศาล ซึ่งจะสร้างความลำบากและเป็นภาระให้กับผู้ก่อเหตุมากกว่าการจ่ายค่าปรับแล้วจบไป หากผู้เสียหายทุกคนร่วมใจกันแจ้งความแยกเป็นรายกรรม รายวาระ และยืนยันให้ส่งฟ้องศาลทุกคดี จะทำให้คู่กรณีต้องไปศาลแทบทุกวัน ซึ่งเป็นมาตรการทางสังคมและกฎหมายที่กดดันให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ รวมถึงหากมีพฤติกรรมที่ส่อไปในทางอาการทางจิตที่อาจเป็นอันตรายต่อผู้อื่น ก็สามารถใช้ พ.ร.บ.สุขภาพจิต ในการร้องขอให้เจ้าหน้าที่นำตัวไปบำบัดรักษาได้
ในช่วงท้ายของรายการ ตุ๊ดตู่ ได้ฝากข้อคิดถึงเพื่อนบ้านกลุ่มใหม่จากประสบการณ์ตรงว่า "อย่าใจอ่อน" และ "อย่ายอม" เพราะคนประเภทนี้มักจะคิดว่าตนเองเป็นศูนย์กลางและหวาดระแวงคนอื่น หากเรายอม เขาจะยิ่งได้ใจ วิธีเดียวที่จะจัดการได้คือต้องสู้กลับ ไม่ว่าจะด้วยวิธีทางกฎหมายหรือการตอบโต้ในระดับที่เท่าเทียมกัน เพื่อให้เขารู้ว่าเราไม่ใช่เหยื่อที่จะมารังแกได้ง่าย ๆ พร้อมให้กำลังใจผู้เสียหายทุกคนให้ผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปให้ได้
#เพื่อนบ้านมหาภัย #หมอฟัน #ทนายสายหยุด #โหนกระแส