ตำรวจบุกช่วยระทึก นักศึกษาหนุ่มถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ลวงให้เปิดห้องพักรีสอร์ตขังตัวเองเพื่อโอนเงิน ญาติไหวตัวทันจับสัญญาณ GPS แจ้งเจ้าหน้าที่ระงับเหตุหวุดหวิด ขณะที่เพื่อนร่วมสถาบันอีกรายตกเป็นเหยื่อ สูญเงินเก็บก้อนสุดท้าย
พ.ต.อ.สมเกษม จารักษ์ ผกก.สภ.เมืองกำแพงเพชร ได้รับแจ้งเหตุมีนักศึกษาถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกให้โอนเงิน โดยได้หลบหนีออกจากบ้านพักและขาดการติดต่อ จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนเร่งลงพื้นที่ตรวจสอบรีสอร์ตแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร เพื่อเข้าช่วยเหลือนักศึกษาระดับชั้น ปวช. อายุ 19 ปี รายดังกล่าว
สืบเนื่องจากผู้เสียหายถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ แจ้งข้อกล่าวหาว่าพัวพันการฟอกเงิน และลวงให้ไปเปิดห้องพักในรีสอร์ตเพื่อวิดีโอคอลพูดคุย ก่อนจะหลอกให้โอนเงินในบัญชี แต่โชคดีที่ทางญาติของผู้เสียหายสังเกตเห็นความผิดปกติและติดตามหาตัว โดยแกะรอยจากสัญญาณจีพีเอสผ่านอีเมลจนทราบพิกัด ก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้าไปช่วยเหลือได้ทันท่วงที โดยผู้เสียหายอยู่ในภาวะหวาดกลัว เนื่องจากมิจฉาชีพข่มขู่ห้ามเปิดประตูห้อง มิฉะนั้นจะถูกยิง
นักศึกษาผู้เสียหายเปิดเผยว่า ช่วงเวลาประมาณ 16.30 น. ขณะกำลังจะเดินทางไปวิทยาลัย ได้มีโทรศัพท์หมายเลขแปลกโทรเข้ามา ให้แอดไลน์ไอดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และสั่งให้คุยกันที่บ้านโดยห้ามวางสาย ต่อมาเพื่อนได้ทักข้อความมาหา ทางมิจฉาชีพจึงสั่งให้ตนไปเปิดห้องพักที่รีสอร์ต พร้อมส่งสลิปการจ่ายเงินค่าห้องให้ดูทางไลน์ โดยอ้างว่าจะโอนเงินคืนให้ภายหลัง
จากนั้นบุคคลที่อ้างว่าเป็นตำรวจได้ทำการบันทึกเสียงเพื่อประกอบสำนวนส่งศาลในคดีบัญชีม้า โดยระบุยอดเงินฟอก 50,000 บาท พร้อมส่งแบบฟอร์มให้ตนเข้าแอปพลิเคชันธนาคารเพื่อบันทึกหน้าจอ และตรวจสอบเส้นทางการเงิน ก่อนจะสั่งให้รวบรวมเงินจากทุกบัญชีมาไว้ในบัญชีเดียว แล้วโอนไปยังบัญชีปลายทางที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ เป็นจำนวนเงิน 25,000 บาท แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนเข้ามาระงับเหตุได้ทันก่อนที่จะมีการกดโอนเงิน
ด้านบิดาของผู้เสียหายกล่าวว่า รู้สึกกังวลใจมากที่ติดต่อลูกชายไม่ได้ โดยลูกไม่ยอมรับสายและบล็อกเบอร์ติดต่อทุกช่องทาง จึงตัดสินใจเดินทางเข้ามาในตัวเมืองกำแพงเพชรและแจ้งความให้ตำรวจช่วยติดตาม เมื่อทราบพิกัดจากจีพีเอส เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าช่วยเหลือได้สำเร็จ ตนต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองกำแพงเพชร ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน พบว่ามีนักศึกษาระดับชั้น ปวส. จากวิทยาลัยเดียวกัน ตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในลักษณะเดียวกัน โดยผู้เสียหายรายนี้ถูกมิจฉาชีพอ้างเป็นดีเอสไอ หลอกให้โอนเงินไป 2 ครั้ง รวมเป็นเงิน 7,384 บาท ซึ่งเจ้าตัวเปิดเผยด้วยความเสียใจว่าเป็นเงินจากกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) และเงินเก็บจากการรับจ้างเขียนแบบที่สะสมไว้หายไปจนหมด จึงได้เข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดี
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจฝากเตือนประชาชนว่า หน่วยงานรัฐทุกแห่งไม่มีนโยบายให้ประชาชนโอนเงินเพื่อตรวจสอบบัญชีหรือแก้ปัญหาคดีความ หากมีการแอบอ้างเป็นหน่วยงาน เช่น ตำรวจ ดีเอสไอ ปปง. หรือธนาคาร ให้รีบวางสายและติดต่อกลับไปยังเบอร์ตรงของหน่วยงานนั้น ๆ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที