ที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลเชียงเครือ อำเภอเมืองสกลนคร รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสกลนคร พร้อมด้วยนายกเทศมนตรีตำบลเชียงเครือ ปลัดอำเภอเมืองสกลนคร ฝ่ายความมั่นคง เจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสกลนคร กรมกิจการเด็กและเยาวชน และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านเชียงเครือ ได้ร่วมกันประชุมหารือเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหา
กรณีเด็กชายวัย 3 ขวบ เกาะท้ายรถบรรทุกน้ำแข็ง ระยะทางกว่า 10 กิโลเมตร จากตำบลเชียงเครือไปยังประตูเมืองสกลนคร จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรสถานีตำรวจภูธรเมืองสกลนคร สังเกตเห็นและให้การช่วยเหลือได้อย่างปลอดภัย พร้อมทั้งติดตามหาผู้ปกครองจนทราบว่าเป็นหญิง อายุ 32 ปี ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวได้สร้างความตื่นตระหนกและเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมถึงการปล่อยปละละเลยบุตร
จากเหตุการณ์ดังกล่าว ที่ประชุมได้พิจารณาเห็นควรให้ดำเนินการแยกแม่และลูกออกจากกัน เนื่องจากประเมินว่าผู้ปกครองยังขาดศักยภาพในการเลี้ยงดูและอาจเข้าข่ายการปล่อยปละละเลย โดยสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสกลนคร มีอำนาจตามกฎหมายในการรับตัวเด็กไปอยู่ในความอุปการะและดูแล 3 เดือน และหากมีความจำเป็นสามารถขยายระยะเวลาในการดูแลเพิ่มเติมได้
ด้านนายกเทศมนตรีตำบลเชียงเครือ เปิดเผยภายหลังจากการประชุมร่วมกันได้ข้อสรุปว่า ทางสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสกลนคร จะรับตัวเด็กชายวัย 3 ขวบ ไปดูแลยังบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสกลนครเป็นการชั่วคราว ในขณะที่ผู้เป็นแม่จะถูกนำตัวไปเข้ารับการรักษาอาการป่วยโรคไทรอยด์ เนื่องจากไม่มีอาชีพและรายได้ที่มั่นคง โดยมีอาชีพเพียงเก็บผักบุ้งขายเพื่อประทังชีวิต เจ้าหน้าที่จึงมีความจำเป็นต้องรับตัวเด็กไปดูแลเพื่อความปลอดภัย
ทั้งนี้ จากการสอบถามผู้เป็นแม่ ทราบว่าในวันเกิดเหตุได้ลงไปเก็บผักบุ้งบริเวณริมหนองหารเพื่อนำไปจำหน่ายมาเลี้ยงชีพ ต่อมาลูกชายได้หายตัวไป จึงออกตามหากับชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง จนกระทั่งเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลเชียงเครือได้พบเห็นภาพเหตุการณ์จากสื่อสังคมออนไลน์และประสานรับตัวเด็กกลับมาส่ง
ที่ผ่านมาทางเทศบาลตำบลเชียงเครือได้ให้ความช่วยเหลือโดยการสร้างบ้านพักอาศัย เนื่องจากไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง พร้อมทั้งที่ผ่านมามีการดูแลช่วยเหลือด้านสวัสดิการมาอย่างต่อเนื่อง