จากกรณีโลกออนไลน์โพสต์ภาพพระนั่งกินชาบู ระบุว่า พระวัดสีชมพู ใน จ.ปทุมธานี ทำแต่เรื่องเสียชื่อเสียง ตกเย็นมาตั้งวงกินชาบูหมูกะทะ กินข้าวเย็น กินเหล้าเบีร์ มั่วสุมเล่นยา จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ เมื่อวันที่ 7 กันยายน ที่ผ่านมา
ล่าสุด วันที่ 13 กันยายน เวลา 10:00 น. ที่วัดทวีการะอนันต์ จ.ปทุมธานี ทนายอนันต์ชัย ไชยเดช ประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม พร้อมพระวัดทวีการะอนันต์ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ นายอำเภอ ตำรวจสภ.คลองหลวง และชาวบ้าน ได้มาประชุมร่วมกัน โดยมีการชี้แจ้งข้อเท็จจริงจากเรื่องที่เกิดขึ้น ว่ามีผู้อยู่เบื้องหลังใส่ร้ายป้ายสี ปล่อยภาพและคลิปนำมาซึ่งความเสื่อมเสียชื่อเสียงของวัดดทวีการะอนันต์
มูลนิธิทนายกองทัพธรรม ในฐานะผู้ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการผลประโยชน์ของวัด จึงต้องออกมาชี้แจ้งข้อเท็จจริงและเตรียมดำเนินคดีกับผู้ที่่ปล่อยข่าวเท็จ โดยเริ่มจากการชี้แจงเรื่อง "พระกินชาบู" พระที่อยู่ในรูปนั่งกินชาบูภายในห้อง ชี้แจงว่า
ภาพดังกล่าวเป็นภาพเก่า เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ช่วงที่โควิดระบาด ทำให้หอฉันเพลถูกยุบไป ไม่สามารถฉันรวมกันได้ จึงได้แยกย้ายมาฉันเพลกันที่ห้อง ยืนยันว่ามีการกินชาบูจริง แต่เป็นช่วงเวลาฉันเพลตามปกติ เนื่องจากมีญาติโยมซื้อมาถวาย และตอนที่เห็นการถ่ายภาพยังมีการพูดคุยว่าหากรูปถูกเผยแพร่ไป คนที่เห็นอาจเข้าใจผิดได้ว่าอยู่ในช่วงเวลาไหน แต่ก็ไม่คิดว่ารูปดังกล่าวจะถูกเผยแพร่ออกไปจริงๆ เนื่องจากเหตุการณ์ผ่านมาหลายปีแล้ว
ต่อมา พระที่อยู่ในรูปและคลิปซึ่งถูกกล่าวหาว่านั่งดื่มเหล้าเบียร์ ชี้แจงว่า พระได้เข้าไปคุยกับ ชายคนหนึ่งเรื่องการดูแลงานศพ ซึ่งระหว่างนั้น ชายคนนี้นั่งกินเบียร์กันอยู่ที่หน้าวัด หลังจากคุยได้ 10 นาที ก็เดินออกมา แต่ไม่คิดว่าจะถูกพระที่ไม่ถูกกันแอบถ่ายรูป แล้วนำไปเผยแพร่ ยืนยันว่าอาตมา ไม่ได้ดื่มเหล้าเบียร์ตามที่มีการกล่าวหา และถูกนำภาพไปเผยแพร่ โดยมีหลักฐานเป็นแชตการสนทนา และ คลิปเสียงที่ได้สนทนากับคนคนหนึ่งที่สึกจากความเป็นพระ ที่วัดทวีการะอนันต์ไปแล้ว และเกี่ยวข้องกับอดีตเจ้าอาวาส ได้พูดถึงเรื่องการบงการจัดฉากเรื่องดังกล่าว ทั้งเรื่องพระกินชาบูและเหล้าเบียร์ จึงยืนยันว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นไม่เป็นความจริง มีการจัดฉากใส่ร้ายให้พระและวัดทวีการะอนันต์ได้รับความเสียหาย
ด้าน ทนายอนันต์ชัย เปิดเผยว่า จะดำเนินคดีกับเพจ ที่นำภาพและข้อมูลอันเป็นเท็จมาเผยแพร่ทำให้เกิดความเสียหาย ส่วนสื่อมวลชนที่ได้ลงข่าวไปก่อนหน้านี้ ขอให้แก้ข่าวที่เกิดขึ้น ตนให้เวลา 3 วัน ในการแก้ข่าว แต่หากไม่มีการดำเนินการใดๆ จะฟ้องสื่ออย่างแน่นอน เพราะจากการตรวจสอบเรื่องที่เกิดขึ้นจากพยานหลักฐาน และพยานบุคคล เรื่องที่ถูกนำเสนอไปเป็นความเท็จทั้งหมด
สำหรับความไม่สงบที่เกิดขึ้นภายในวัดทวีการะอนันต์ มูลนิธิทนายกองทัพธรรมพบว่า อดีตเจ้าอาวาสวัดทวีการะอนันต์ ได้กลับเข้ามาในพื้นที่ ทำให้เกิดความสับสนระหว่างวัดกับชาวบ้าน เพราะมีความพยายามปล่อยข่าวว่าจะกลับมาเป็นเจ้าอาวาส และปลุกปั่นมวลชน จึงได้แจ้งต่อที่ประชุมว่าจะมีการจัดระเบียบใหม่ทั้งหมด พร้อมตั้งไวยาวัจกรและคณะกรรมการรักษาการ เพื่อดูความประพฤพฤติ ใน 90วัน ซึ่งในที่ประชุมไม่ได้มีการคัดค้านการดำเนินการดังกล่าว
ส่วนความคืบหน้าการดำเนินคดีกับ อดีตเจ้าอาวาส มูลนิธิทนายกองทัพธรรม ระบุว่า กรณีที่ไม่เคยนำเงินเข้าวัด ได้ส่งเรื่องนี้ให้กับตำรวจสอบสวนกลาง ซึ่งมีการตั้งสำนวนแล้ว พร้อมทั้งจะมีการตั้งสอบอธิกรณ์อีกด้วย และการแจ้งความ ที่ สภ.คลองหลวง 4ข้อหา คือ ดูหมิ่นเจ้าพนักงาน , หมิ่นประมาท , ทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัว และ หมิ่นประมาทต่อคณะสงฆ์ ตำรวจได้ออกหมายเรียก และพระดำได้มารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว แต่มีการขอให้สอบพยานอีก 4 ปาก