บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า เมื่อคณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนได้ร่วมกันประกอบพิธีรับสรีระสังขารพระภิกษุ 7 รูป (จากทั้งหมด 10 รูป) ที่มรณภาพจากอุบัติเหตุ เด็กชายวัย 11 ขวบ ขับรถกระบพุ่งชนคณะธุดงค์ที่ จ. มุกดาหาร โดยได้มีการเคลื่อนร่างกลับมายังวัดน้ำขุ่น อ. น้ำขุ่น จ. อุบลราชธานี เพื่อประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลร่วมกันอย่างสมเกียรติ
ในวันนี้ (3 ก.ค. 2569) เวลา 16.16 น. ขบวนรถกู้ภัยจากมูลนิธิสายธารสะพานบุญ โดยมี พระเทพวราจารย์ เจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานี (มหานิกาย) และเจ้าอาวาสวัดศรีวนาราม เป็นประธานเดินจูงสรีระสังขารพระภิกษุ 7 รูป ได้แก่
1. พระภิกษุโยธิน วรรณศรี (น้ำขุ่น อุบลราชธานี)
2. พระภิกษุรชต ทองบุราณ (น้ำขุ่น อุบลราชธานี)
3. พระภิกษุนิคม อังกาบ (จ. ชุมพร)
4. พระภิกษุศักดา สีลา (น้ำขุ่น อุบลราชธานี)
5. พระภิกษุสำรวย ระวัง (น้ำขุ่น อุบลราชธานี)
6. พระภิกษุชัยสอน นันทะสิงห์ (น้ำขุ่น อุบลราชธานี)
7. พระภิกษุสาคร คลังสูงเนิน (น้ำขุ่น อุบลราชธานี)
เข้าในศาลา ตามอายุพรรษา จากนั้นได้มีการสวดมาติกา ก่อนจะเปิดโลงให้ลูกศิษย์ได้ดูและยืนยันตัวบุคคล ก่อนจะนำเข้าโลงเย็น และเปิดให้ประชาชน-หน่วยงาน ได้สรงน้ำสรีระสังขารของพระทั้ง 7 รูป จนถึงเวลา 15.00 น.
ต่อมาในเวลา 16.00 น. มีการสรงน้ำหลวงพระราชทาน โดยผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธาน
ซึ่งในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมรับพระภิกษุที่อาพาธทั้งหมดไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ และทรงรับศพพระภิกษุที่มรณภาพไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ พร้อมด้วยสมเด็จพระสังฆราชที่โปรดประทานผ้าไตรและช่อไม้จันทน์ ซึ่งถือเป็นมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้
ด้าน ‘ออย แสงศิลป์' ได้เปิดใจถึงเหตุการณ์ครั้งนี้ว่า แม้จนถึงขณะนี้จะยังไม่ได้รับการติดต่อหรือพบกับคู่กรณี แต่ตนพร้อมที่จะพูดคุยและรับฟังความคิดเห็น เพื่อความกระจ่างในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยมองว่ากรณีนี้มีความละเอียดอ่อนทางข้อกฎหมายคุ้มครองเด็ก
พร้อม ออย ได้ฝากข้อคิดเตือนใจไปถึงผู้ปกครองให้คำนึงถึง “วุฒิภาวะของเด็ก” เป็นสำคัญ หากเด็กยังไม่พร้อมหรือไม่มีวุฒิภาวะเพียงพอ ไม่ควรฝึกให้ขับขี่ยานพาหนะ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียซ้ำรอยอีก
สำหรับพระภิกษุที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ทีมแพทย์โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จ. อุบลราชธานี กำลังให้การดูแลอย่างใกล้ชิด และเร่งทำการรักษาอย่างเต็มที่ ในขณะที่พระภิกษุรูปอื่น ๆ ที่อาการดีขึ้นได้กลับมาพักฟื้นยังวัดต้นทาง โดยมีคณะสงฆ์และทีมแพทย์ร่วมกันดูแลสภาพจิตใจ เพื่อบรรเทาอาการสะเทือนใจจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้