รายการโหนกระแสวันนี้ นำเสนอเรื่องราวเตือนภัยสังคมเกี่ยวกับพฤติกรรมของชายหนุ่มชื่อ "แบงค์" ซึ่งใช้แอปพลิเคชันหาคู่ในการหลอกลวงหญิงสาวหลายราย โดยสร้างภาพลักษณ์ว่าเป็นหนุ่มนักธุรกิจผู้ร่ำรวย มีฐานะดี เป็นเจ้าของกิจการเช่ารถและอสังหาริมทรัพย์ แต่แท้จริงแล้วกลับเป็นเพียงมิจฉาชีพที่มีประวัติโชกโชน เคยติดคุกในคดีฉ้อโกงเงินแพทย์หญิงกว่า 36 ล้านบาท และเมื่อพ้นโทษออกมาก็ยังคงกลับมาก่อเหตุซ้ำในลักษณะเดิม โดยอาศัยความไว้ใจและความหวังดีของผู้เสียหาย
หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย ผู้ดำเนินรายการ เปิดรายการด้วยการเกริ่นนำถึงพฤติการณ์ของนายแบงค์ ที่มักจะโชว์ความร่ำรวยด้วยการขับรถหรูราคาแพง เช่น ปอร์เช่ ลัมโบร์กินี หรือเบนซ์สปอร์ตเปิดประทุน เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับเหยื่อ ก่อนจะเริ่มแผนการขอยืมเงินโดยอ้างเหตุผลต่างๆ นานา เช่น บัญชีถูกอายัด หรือมารดาซึ่งเป็นนักธุรกิจอยู่ที่ฮ่องกงกำลังจะโอนเงินมาคืนให้ จนท้ายที่สุดผู้เสียหายต้องสูญเสียเงินจำนวนมาก และเมื่อตรวจสอบประวัติย้อนหลังจึงพบความจริงอันน่าตกใจว่าชายผู้นี้คือนักต้มตุ๋นมืออาชีพ
แขกรับเชิญในวันนี้ประกอบด้วย "คุณเอ" และ "คุณบี" (นามสมมติ) ผู้เสียหายสองรายที่ตกเป็นเหยื่อของนายแบงค์ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันหลังจากที่เขาเพิ่งพ้นโทษออกมา พร้อมด้วย ทนายเม พัชริดา ศินะราศี ที่มาร่วมให้ความเห็นทางด้านกฎหมาย
เรื่องราวเริ่มต้นจาก "คุณเอ" หญิงสาวหน้าตาดีที่เปิดเผยว่าตนเองรู้จักกับนายแบงค์ผ่านทางฟีเจอร์หาคู่ในเฟซบุ๊ก (Facebook Dating) เมื่อช่วงเดือนเมษายน ปี 2568 (ตามศักราชในเรื่องเล่า) โดยในช่วงแรกมีการพูดคุยผ่านทางไลน์แต่ยังไม่ได้นัดเจอกัน จนกระทั่งได้พบกันครั้งแรกเมื่อปลายเดือนตุลาคม และเริ่มสานสัมพันธ์กันมากขึ้นในช่วงเดือนธันวาคม นายแบงค์สร้างภาพลักษณ์ว่าเป็นคนอบอุ่น สุภาพ ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ และดูเป็นคนรักครอบครัว (Family Man) ทำให้คุณเอรู้สึกประทับใจและเริ่มเปิดใจคุยด้วย
นายแบงค์มักจะอวดอ้างสรรพคุณความรวยของตนเอง โดยบอกว่ามีธุรกิจรถเช่ากว่า 40 คัน มีคอนโดมิเนียมปล่อยเช่ากว่า 20 แห่ง และมีบ้านเดี่ยวที่ซื้อด้วยเงินสด นอกจากนี้ยังอ้างว่าเป็นหุ้นส่วนคลินิกศัลยกรรมชื่อดังร่วมกับอดีตแฟนสาวที่เป็นแพทย์ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือเขาได้ส่งรูปภาพรถหรูยี่ห้อปอร์เช่ รุ่น 911 สีขาว และรถยนต์หรูอื่นๆ มาให้ดู โดยอ้างว่าเป็นรถของตนเองและคุณแม่ แต่ความจริงแล้วรถเหล่านั้นเป็นเพียงรถเช่าที่เขาเช่ามาเพื่อสร้างภาพหลอกลวงเหยื่อเท่านั้น
จุดเปลี่ยนของเรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อนายแบงค์เริ่มออกอุบายขอยืมเงินคุณเอ โดยอ้างว่าตนเองกำลังมีคดีความกับอดีตแฟนสาวที่เป็นหมอ ทำให้ทรัพย์สินและบัญชีธนาคารทั้งหมดถูกตรวจสอบและไม่สามารถเบิกถอนเงินสดออกมาใช้ได้ เขาอ้างว่าเงินสดทั้งหมดถูกโอนไปฝากไว้ในบัญชีของคุณแม่ซึ่งขณะนั้นเดินทางไปดูธุรกิจที่ฮ่องกง และจะกลับมาในช่วงต้นเดือนมกราคม พร้อมสัญญาว่าจะให้คุณแม่เขียนเช็คคืนเงินให้ทั้งหมด
ด้วยความที่นายแบงค์อ้างเหตุผลเรื่องคดีความและสร้างสถานการณ์ให้ดูน่าเห็นใจ คุณเอจึงยอมสำรองจ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆ ให้ ทั้งค่ากิน เที่ยว และโอนเงินสดให้ใช้ รวมเป็นเงินกว่าหนึ่งแสนถึงสองแสนบาท โดยนายแบงค์มักจะนัดเจอคุณเอถี่ขึ้นในช่วงเดือนธันวาคม และพาไปไหนมาไหนด้วยรถหรูที่เช่ามา เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ความรวย
อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงกำหนดวันที่นายแบงค์รับปากว่าจะคืนเงิน คือช่วงต้นเดือนมกราคม เขากลับเริ่มบ่ายเบี่ยง อ้างว่าเช็คยังไม่เรียบร้อย หรือเลขาฯ กำลังดำเนินการ จนกระทั่งวันที่ 19 มกราคม นายแบงค์สารภาพว่าไม่มีเงินคืนให้ ทำให้คุณเอเริ่มสงสัยและตัดสินใจสืบหาความจริงด้วยตัวเอง เธอได้ข้อมูลจากเฟซบุ๊กของนายแบงค์และพบความเชื่อมโยงกับผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งคาดว่าเป็นแพทย์หญิงที่เคยตกเป็นข่าว คุณเอจึงติดต่อไปทางน้องชายของคุณหมอท่านนั้น จนได้รับทราบความจริงสุดช็อกว่า นายแบงค์เพิ่งจะพ้นโทษออกจากคุกมาเมื่อเดือนมีนาคม ปี 2568 นี่เอง
ความจริงที่เปิดเผยออกมาคือ นายแบงค์เคยถูกจับกุมในคดีฉ้อโกงแพทย์หญิงท่านหนึ่ง (คุณหมอ) โดยหลอกลวงเงินไปกว่า 36 ล้านบาท ด้วยวิธีการชักชวนให้ร่วมลงทุนซื้อขายรถยนต์มือสองและรถหรู โดยอ้างว่าจะแบ่งกำไรให้ แต่สุดท้ายกลับนำเงินไปใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายและเช่ารถหรูมาขับโชว์สาวเพื่อหลอกลวงเหยื่อรายต่อไป ซึ่งเป็นพฤติกรรมเดียวกับที่กำลังทำกับคุณเอ
ในขณะเดียวกัน "คุณบี" ผู้เสียหายอีกรายหนึ่ง ก็เล่าเรื่องราวที่คล้ายคลึงกัน เธอรู้จักกับนายแบงค์ผ่านแอปพลิเคชันหาคู่เช่นกัน นายแบงค์เข้ามาตีสนิทด้วยบุคลิกที่ดูอบอุ่น เป็นผู้ใหญ่ และดูแลเอาใจใส่ดีมากในช่วงแรก เขาขับรถหรูหลากหลายยี่ห้อ ทั้งลัมโบร์กินี ปอร์เช่ เบนซ์ และบีเอ็มดับเบิลยู มารับส่งเธอถึงบ้านและที่ทำงาน ทำให้ครอบครัวของคุณบีเชื่อถือในตัวผู้ชายคนนี้
แต่แล้วลายออกเมื่อนายแบงค์เริ่มใช้มุกเดิม คืออ้างว่าทรัพย์สินถูกอายัดเพราะมีคดีความกับแฟนเก่าที่เป็นหมอ และเริ่มขอยืมเงินคุณบี แม้กระทั่งเงินเติมน้ำมันรถเพียง 500 บาท หรือค่าอาหารมื้อต่างๆ โดยให้คุณบีถ่ายรูปเซลฟี่กับเงินที่ให้ยืมไว้เป็นหลักฐานเพื่อความสบายใจว่าเขาจะคืนให้แน่นอน นอกจากนี้ นายแบงค์ยังแอบนำบัตรเครดิตของคุณบีไปรูดใช้จ่ายและกดเงินสดออกมา รวมมูลค่าความเสียหายในส่วนของบัตรเครดิตเกือบล้านบาท
ความแยบยลของนายแบงค์ยังไม่หมดแค่นั้น เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือว่าตนเองยังมีธุรกิจและรายได้ นายแบงค์ได้นำสมุดบันทึกเล่มหนึ่งมาฝากไว้กับคุณบี โดยบอกว่าเป็นบัญชีรายการทรัพย์สินที่เขารับจำนำไว้ ทั้งนาฬิกาหรูแบรนด์ปาเต๊ะ ฟิลลิป, โรเล็กซ์ และกระเป๋าแบรนด์เนม แอร์เมส, ชาแนล จำนวนมาก เขาให้คุณบีช่วยจดบันทึกรายการเหล่านี้ เพื่อให้เธอมองเห็นภาพว่าเขามีทรัพย์สินหมุนเวียนและเป็นนักธุรกิจจริงๆ แต่แท้จริงแล้วของเหล่านี้ไม่มีอยู่จริง หรือเป็นของที่เขาไปหลอกลวงมาจากผู้หญิงคนอื่น
สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ นายแบงค์ใช้วิธีการ "สับราง" รถไฟชนกันได้อย่างแนบเนียน โดยในช่วงกลางวันเขาจะใช้เวลาอยู่กับคุณบี แต่พอตกกลางคืนเขาจะกลับไปหาคุณเอ โดยอ้างกับคุณบีว่าต้องกลับไปดูแลแม่ หรือมีธุระ และใช้วิธีการเดียวกันกับคุณเอ คือบอกว่าต้องไปทำธุระเรื่องคดีความ
นอกจากนี้ เพื่อให้ง่ายต่อการบริหารจัดการหญิงสาวในสต็อก นายแบงค์ใช้วิธีดึงผู้หญิงทุกคนที่เขาคบหา เข้าไปเล่นเกมมือถือชื่อดังเกมหนึ่งแนวบริหารจัดการราชสำนักจีน (เกมฮ่องเต้) โดยให้ทุกคนอยู่ในเซิร์ฟเวอร์เดียวกัน เขาจะบอกกับผู้หญิงแต่ละคนว่า หญิงสาวคนอื่นๆ ในเกมเป็นเพียง "เพื่อนในเกม" หรือ "ภรรยาในเกม" เท่านั้น ไม่ได้มีความสัมพันธ์จริงจัง เพื่อให้เขาสามารถเล่นเกมและแชทคุยกับทุกคนได้พร้อมกันโดยไม่มีใครสงสัย และยังหลอกให้ผู้หญิงเติมเงินในเกมให้เขาเพื่ออัพเลเวลเป็นผู้เล่นระดับสูง (VIP) โชว์ความป๋าในโลกออนไลน์อีกด้วย
ทางรายการได้มีการโฟนอินพูดคุยกับ "คุณซี" (นามสมมติ) ผู้เสียหายอีกรายที่เคยคบหากับนายแบงค์ในช่วงเวลาคาบเกี่ยวกับคุณบีและคุณเอ คุณซีเปิดเผยว่าเธอถูกนายแบงค์ขโมยทรัพย์สินมีค่า ทั้งกระเป๋าแบรนด์เนมและนาฬิกาหรู ไปขาย โดยนายแบงค์อ้างว่าจะนำไปซ่อมบำรุงหรือทำความสะอาดให้ แต่สุดท้ายของเหล่านั้นก็หายไป เธอมารู้ความจริงทีหลังว่าเขาเป็นมิจฉาชีพและได้ฟ้องร้องดำเนินคดีจนนายแบงค์ต้องติดคุกไปก่อนหน้านี้ แต่เมื่อออกมาเขาก็ยังทำพฤติกรรมเดิม
ความพีคของรายการเกิดขึ้นเมื่อ หนุ่ม กรรชัย ตัดสินใจโทรศัพท์หา "คุณแม่ของนายแบงค์" เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับธุรกิจที่ฮ่องกงและการเงินของลูกชาย ปรากฏว่าคุณแม่ปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่ได้เป็นนักธุรกิจฮ่องกงแต่อย่างใด และไม่ได้มีฐานะร่ำรวย ปัจจุบันมีเงินติดบัญชีเพียงหลักสิบหลักร้อยบาทเท่านั้น คุณแม่ยังเล่าด้วยความอัดอั้นว่าลูกชายคนนี้สร้างปัญหาให้ตลอด ชอบขโมยเงินแม่ และมักจะกลับมาเกาะแม่กินเมื่อไม่มีเงิน
เมื่อหนุ่ม กรรชัย ถามว่าแม่รู้สึกอย่างไรที่ลูกชายไปหลอกลวงผู้หญิง แม่กลับตอบในเชิงตำหนิเหยื่อว่า "ผู้หญิงพวกนั้นโง่เอง" ที่มาเชื่อลูกชายของตน ทั้งที่ตนเคยเตือนลูกแล้วว่าอย่าไปหลอกเขา แต่ก็ห้ามไม่ได้ พร้อมทั้งท้าให้ตรวจสอบบัญชีเงินฝากของตนได้เลยว่าไม่มีเงินโอนเข้ามาจากลูกชายจำนวนมากอย่างที่กล่าวอ้าง จะมีก็แต่เงินที่ลูกชายโอนมาให้ใช้นิดหน่อยช่วงที่ออกจากคุก แต่ส่วนใหญ่แม่ต้องเป็นฝ่ายซัพพอร์ตลูกเสียมากกว่า
จากนั้น หนุ่ม กรรชัย ได้ให้คุณแม่ส่งโทรศัพท์ให้กับนายแบงค์เพื่อพูดคุยสดๆ กลางรายการ นายแบงค์ยอมรับสารภาพด้วยน้ำเสียงอึกอักว่า เรื่องราวที่เขาสร้างขึ้น ทั้งเรื่องแม่เป็นนักธุรกิจที่ฮ่องกง เรื่องรถหรู เรื่องทรัพย์สินมหาศาล ล้วนเป็นเรื่องโกหกทั้งสิ้น เขาอ้างว่าทำไปเพราะต้องการสร้างความประทับใจและเพื่อให้ผู้หญิงยอมโอนเงินมาให้เขาใช้จ่ายก่อน
เมื่อถูกถามเรื่องการชดใช้ค่าเสียหาย นายแบงค์อ้างว่าเขาได้ "คืนของ" ให้กับคุณบีไปหมดแล้ว ซึ่งคุณบีแย้งทันทีว่าของที่คืนมานั้นเป็นโทรศัพท์มือถือสภาพพังๆ ที่ขายได้ราคาเพียงไม่กี่หมื่นบาท เทียบไม่ได้เลยกับเงินสดและหนี้บัตรเครดิตเกือบล้านที่เขาก่อไว้ นายแบงค์ได้แต่กล่าวคำขอโทษซ้ำๆ ว่า "ผมผิดเอง" "ผมขอโทษ" แต่เมื่อถามถึงเงินที่จะนำมาคืน เขากลับบอกว่าตอนนี้ยังไม่มี และไม่สามารถรับปากได้ว่าจะคืนให้เมื่อไหร่ สร้างความเอือมระอาให้กับผู้เสียหายและพิธีกรเป็นอย่างมาก
หนุ่ม กรรชัย ได้เทศนาสั่งสอนนายแบงค์ว่า พฤติกรรมของเขาคือการใช้ชีวิตอยู่ด้วยการโกหกไปวันๆ หลอกคนนั้นมาโปะคนนี้ สร้างเรื่องราวเป็นฉากๆ เหมือนคนเขียนบทละคร และสิ่งที่น่ารังเกียจที่สุดคือการดึงเอาบุพการีมาเป็นเครื่องมือในการหลอกลวงคนอื่น รวมถึงการที่คุณแม่ของนายแบงค์เองก็มีทัศนคติที่โทษเหยื่อ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง
ในช่วงท้าย ทนายเม ได้แนะนำให้ผู้เสียหายทุกคนรวบรวมหลักฐานเพื่อแจ้งความดำเนินคดี โดยเฉพาะกรณีของคุณบีที่มีการนำบัตรเครดิตไปใช้โดยมิชอบ ซึ่งเป็นความผิดทางอาญาที่มีโทษจำคุกและยอมความไม่ได้ ส่วนกรณีการฉ้อโกงทรัพย์สินและการหลอกลวงอื่นๆ ก็สามารถฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายได้ เพื่อไม่ให้มิจฉาชีพรายนี้ลอยนวลไปสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่นได้อีก
คุณเอและคุณบี ฝากทิ้งท้ายเป็นอุทาหรณ์ให้กับผู้หญิงทุกคนว่า อย่ามองคนแค่ภายนอก อย่าหลงเชื่อภาพลักษณ์ความร่ำรวยหรือความเอาใจใส่เพียงชั่วคราว การคบหาใครควรตรวจสอบประวัติให้ดี และต้องมีสติในการใช้เงิน อย่าให้ความรักหรือความสงสารมาบังตาจนยอมให้ใครมายืมเงินหรือใช้ทรัพย์สินส่วนตัว เพราะอาจจะตกเป็นเหยื่อของนักต้มตุ๋นที่มีวาทศิลป์ดีและโปรไฟล์หรูหราแต่เปลือกนอกอย่างนายแบงค์ได้