รายการโหนกระแสวันนี้ (8 ก.ย. 2569) พูดคุยกรณีที่ลูกชายวัย 45 ปี นำหลักฐานคลิปวิดีโอเข้าขอความช่วยเหลือจากสายไหมต้องรอด ระบุว่าแม่วัย 78 ปี ซึ่งเป็นผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (สโตรก) และสมองฝ่อ ถูกพี่เลี้ยงที่ว่าจ้างมาดูแลทำร้ายร่างกาย กร่นด่า ข่มขู่ และที่น่าตกใจคือมีการใช้ผ้าขนหนูคลุมศีรษะและรัดแน่นกว่าปกติ หลังเกิดเหตุได้ให้ออกทันที และเข้าแจ้งความแล้ว แต่พี่เลี้ยงยังวนเวียนหางานในกลุ่ม จึงอยากออกมาเตือนสังคม
คุณปั้น ลูกชาย เล่าว่า คุณแม่ป่วยเมื่อปี 2567 หลังจากนั้นกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง จึงพาคุณแม่ไปอยู่ศูนย์ดูแล ผ่านไปซักพักคุณแม่บอกว่าอยากกลับบ้าน จึงตัดสินใจพากลับมาและหาพี่เลี้ยงเพื่อมาดูแลที่บ้าน
คุณปั้นได้เริ่มเข้าไปหาตามกลุ่ม และเจอบริษัทหรือเอเจนซีที่เกี่ยวกับพี่เลี้ยงดูแลผู้สูงอายุ ตอนแรกจะส่งอีกคนหนึ่งมาให้ แต่คนนั้นยังติดอีกเคสอยู่ จึงส่ง ‘นับเดือน’ มาชั่วคราวก่อน เป็นการจ้างรายวัน แต่หลังจากนั้นนับเดือนมาบอกว่าออกจากศูนย์แล้ว อยากให้คุณปั้นจ้างประจำเองโดยตรง เมื่อถามว่าทำไมจึงออกเขาไม่ได้ตอบ แต่คุณปั้นและภรรยาเห็นว่าดูแลคุณแม่ได้อย่างดีจึงจ้างประจำ
เมื่อจ้างไปซักพัก ตามตัวแม่มีรอยเขียวช้ำ แต่พี่เลี้ยงมักจะอ้างว่านั่งพักชักโครกบ้าง ไขว้ขาก่ายขาบ้าง เพราะยาละลายลิ่มเลือดบ้าง กระทั่งวันหนึ่ง ก่อนจะออกไปทำงาน ภรรยาคุณปั้นได้ยินเสียงคุณแม่ร้อง เมื่อกลับมาเปิดกล้องดูก็ตกใจมาก เพราะเห็นภาพพี่เลี้ยงใช้ผ้าขนหนูคลุมศีรษะและขยี้ไปมาค่อนข้างรุนแรง เมื่อตรวจสอบย้อนหลังพบพฤติกรรมรุนแรง ด่าทอ
นับเดือน ได้โฟนอินชี้แจงว่า เธอไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพกายภาพบำบัด และไม่ได้เรียนจบหลักสูตรด้านนี้มาโดยตรง สำหรับทักษะที่นำมาใช้นั้น เธอระบุว่ามาจากประสบการณ์การทำงานดูแลผู้ป่วยมาอย่างยาวนานกว่า 24 ปี โดยจุดเริ่มต้นการเรียนรู้ด้านกายภาพบำบัดเกิดจากการที่เธอเคยดูแลคนไข้ และต้องพาคนไข้รายดังกล่าวไปทำกายภาพบำบัด เธอจึงอาศัยการเรียนรู้แบบครูพักลักจำจากการที่นักกายภาพบำบัดประจำโรงพยาบาลช่วยสอนและแนะนำวิธีปฏิบัติให้
เธอยืนยันว่าเธอไม่ได้ทำร้ายร่างกาย และเธอดูแลจนผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นแล้ว จากตอนแรกที่ตัวแข็งเกร็ง ดูแลคนลุกยืน เดินได้บ้าง พลิกตัวได้ โดยเธอชี้แจงได้ในทุกประเด็นที่คุณปั้นและภรรยาตั้งข้อสังเกต
กรณีการดัดแขน ดึงตัว และการใช้ท่อนแขนคล้ายกดศีรษะคุณย่าระหว่างเปลี่ยนเสื้อผ้า เธอยืนยันว่าไม่เคยมีการกดหัวคุณแม่เลย แต่พฤติกรรมในคลิปเกิดจากการที่คุณย่ามักจะชอบก้มหัวและเกร็งตัวต่อต้านเวลาอาบน้ำหรือทำกิจกรรม การทำกายภาพบำบัดบางจังหวะเธอจึงจำเป็นต้องออกแรง เพื่อต้านกับแรงเกร็งของคุณย่า แต่ยืนยันว่าไม่ได้ออกแรงรุนแรงเกินไปแต่อย่างใด
กรณีการยกแขนคุณแม่ขึ้นไปฟาดกับแกนเหล็กม่านหน้าต่าง นับเดือนชี้แจงว่าจังหวะนั้นไม่ได้รุนแรงเลยและม่านก็ปลิวอยู่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้น เธอยังระบุว่าเธอได้ใช้มือของตนเองเข้าไปรองบังไว้เพื่อป้องกันไม่ให้หลังมือของคุณแม่กระแทกเข้ากับเหล็ก ดังนั้นส่วนที่ปะทะกับแกนเหล็กจริง ๆ จนเกิดรอยช้ำจึงเป็นหลังมือของตัวเธอเอง ไม่ใช่หลังมือของคุณแม่
กรณีการปลุกคุณแม่ขึ้นมาในช่วงกลางดึก นับเดือนชี้แจงว่านั่นไม่ใช่การทำกายภาพบำบัดในเวลานั้น แต่เป็นการเข้าไปดูแลพลิกตัวและเปลี่ยนผ้าอ้อมสำเร็จรูปตามตารางงานปกติ เนื่องจากคุณย่าปัสสาวะ ซึ่งเธอย้ำว่าเธอเอาใจใส่ดูแลอย่างดี ไม่เคยปล่อยให้ต้องแช่ปัสสาวะเลย
ส่วนประเด็นเรื่องการด่าทอด้วยคำหยาบคายว่า “สมองหมา” นับเดือนปฏิเสธว่าเธอไม่ได้พูดคำดังกล่าว แต่เธอยอมรับว่ารู้สึกเหนื่อยจากการต้องประคองตัวคุณย่าที่บิดตัวและเกร็ง เกือบไถลตกจากรถเข็นอาบน้ำ ในจังหวะนั้นเธอจึงพูดออกไปว่า “พูดภาษาคนนะ ไม่ได้พูดภาษาหมา” คือไม่พอใจว่าทำไมฟังไม่รู้เรื่อง