มาร่วมตีแผ่กระแสที่แรงที่สุดในสังคม กับรายการโหนกระแสthaich3ช่อง 3 กด 33
ติดต่อเราfacebooktiktokxyoutube
honekrsaaehonekrsaae
thaich3ช่อง 3 กด 33honekrsaae
ข่าวกำลังโหน
โหนทุกข่าว
โหนบันเทิง
โหนไปมู
โหนร้องทุกข์
วีดีโอ
search
ปิด
honekrsaae
honekrsaae
มาร่วมตีแผ่กระแสที่แรงที่สุดในสังคม กับรายการโหนกระแส
thaich3ช่อง 3 กด 33
หน้าหลัก
ข่าวกำลังโหน
โหนทุกข่าว
โหนบันเทิง
โหนไปมู
โหนร้องทุกข์
วีดีโอ
Live
ติดต่อเราfacebooktiktokxyoutube

ทหารหนุ่มสุดช้ำ ร้องสายไหมต้องรอด อ้างถูกพยาบาลสาวหลอกเงินค่าสินสอดทองหมั้นกว่า 4 แสน


ข่าวโซเชียล
12 ตุลาคม 2569931
ทหารหนุ่มสุดช้ำ ร้องสายไหมต้องรอด อ้างถูกพยาบาลสาวหลอกเงินค่าสินสอดทองหมั้นกว่า 4 แสน

ทหารหนุ่มสุดช้ำ ร้องสายไหมต้องรอด อ้างถูกพยาบาลสาวหลอกเงินค่าสินสอดทองหมั้นกว่า 4 แสนบาท ก่อนเงียบหาย ไม่ติดต่อ คบซ้อน

 

วันที่ 12 ต.ค. 2569 ชาย อายุ 24 ปี ข้าราชการทหาร เดินทางนำเอกสารร้องขอความเป็นธรรมต่อ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด อ้างว่าถูกพยาบาลลูกสาวร้านอาหารตามสั่งหน้าค่ายทหารและครอบครัว หลอกหมั้นหมาย หอบสินสอดไปสู่ขอกว่า 4 แสนบาท สุดท้ายกลับตีตัวออกห่าง ไม่ตอบแชต และมีชายอื่น พอทวงถามกลับบ่ายเบี่ยง

 

ผู้ร้องเรียน เผยว่า ช่วงเดือน พ.ค. 2568 ได้รู้จักกับพยาบาลคนดังกล่าว เนื่องจากบ้านของฝ่ายหญิงเปิดเป็นร้านอาหารตามสั่งและก๋วยเตี๋ยว จะไปกินเดือนละ 1-2 ครั้ง จนมีวันหนึ่งนั่งกินกับรุ่นพี่ตั้งแต่ช่วงบ่ายจนช่วงหัวค่ำ แล้วแม่ฝ่ายหญิงมาแนะนำว่ามีลูกสาวกำลังโสด ซึ่งบ้านฝ่ายหญิงอยู่บริเวณหน้าค่ายทหาร ทำให้สนิทกับทางบ้านฝ่ายหญิง พร้อมให้ช่องทางติดต่อผ่านเฟซบุ๊กและติ๊กต็อกมา จึงลองทักไปคุย เมื่อคุยกันได้ประมาณ 1 อาทิตย์ ฝ่ายหญิงเหมือนไม่อยากคุยด้วย ตนเองจึงเฉย ๆ เพราะไม่อยากตื้อใครอยู่แล้ว

 

ผ่านไป 1 อาทิตย์ ฝ่ายหญิงทักมาคุยด้วย ก็เริ่มโทรคุย จนผ่านไปประมาณ 4-5 เดือน ทางพ่อและแม่ฝ่ายหญิงได้ให้ตนเองไปสู่ขอและหมั้นกับลูกสาวเขาไว้ก่อน และแม่ฝ่ายหญิงยังบอกกับตนว่า ตัวแม่มีหนี้สิน 3-4 แสนบาท จึงตกลงเงินหมั้นไว้ที่ 4 แสนบาท

 

เมื่อถึงวันหมั้น คือ วันที่ 17 เม.ย. 2569 ได้นำเงินไปสู่ขอ จนผ่านไปประมาณ 4 เดือน ได้ขอออกราชการสนาม ส่วนฝ่ายหญิงก็ลาออกจากการเป็นพยาบาลที่โรงพยาบาล ทำให้ไม่มีเงินเดือน ประกอบกับรายจ่ายทั้งค่างวดรถและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ตนจึงขอย้ายไปปฎิบัติหน้าที่ชายแดนเพราะค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าครองชีพจะได้ต่างหากอีก 6,000-7,000 บาท ไม่รวมเงินเดือน และมีวันพัก 8-9 วัน

 

ต่อมา ตนได้เข้ามากรุงเทพฯ เพื่อสอบใบขับขี่รถยนต์ทหาร วันที่ 27 ส.ค. 2569 แต่ฝ่ายหญิงบอกว่าหากตนไปทำงานชายแดน เขาก็จะมาทำงานที่กรุงเทพฯ ด้วย จากนั้นพ่อและแม่เขาได้พาเขามากรุงเทพฯ โดยบอกกับตนเองว่า ทาง รพ. ในกรุงเทพฯ โทรมาบอกว่าคนขาด หากพร้อมทำงานก็มาได้เลย ซึ่งเริ่มงานวันที่ 1 ก.ย.

 

จากนั้น ตนมารอเจอที่กรุงเทพฯ 3 วัน พยายามถามไถ่ว่าทำงานและพักอยู่ตรงไหนของกรุงเทพฯ แต่ฝ่ายหญิงและครอบครัวก็บ่ายเบี่ยงไม่ยอมตอบ ตนจึงลองกลับไปคุยกับพ่อแม่ฝ่ายหญิงที่บ้านอีกครั้ง พร้อมถามว่าทำไมตนโทรไปหาใครก็ไม่มีใครรับสายเลย ด้านแม่ของฝ่ายหญิงอ้างว่าสัญญาณไม่ดี แบตมือถือหมด แต่ก็ไม่บอกว่าผู้หญิงทำงานตรงไหน อ้างว่าจำไม่ได้

 

เมื่อฝ่ายหญิงไปทำกรุงเทพฯ ก็เริ่มห่างกัน ไม่ตอบแชตใด ๆ และในเฟซบุ๊ก ไอจี ฝ่ายหญิงก็ลบรูปภาพตอนงานหมั้นออกทั้งหมด จนเลิกติดต่อกันในที่สุด จากนั้นตนได้ปรึกษากับทางบ้าน ก่อนที่พ่อแม่ของตนจะเข้าไปพูดคุยกับครอบครัวฝ่ายหญิงเพื่อจะขอสินสอดงานหมั้นคืน เพราะพฤติกรรมผู้หญิงเป็นแบบนี้ ที่ผ่านมาไม่เคยได้รับคำตอบใด ๆ จากฝ่ายหญิงว่าจะเลิกคบหาหรือต้องการอะไร

 

ทางตนได้บอกกับครอบครัวฝ่ายหญิงว่า จะขอสินสอดและเงินที่แม่ฝ่ายหญิงยืมไปคืนทั้งหมด แต่ไม่ต้องคืนเต็มจำนวนก็ได้ ตนเองก็จะยอมจบ แต่ฝั่งผู้หญิงอ้างว่าไม่ได้ทำผิดอะไร ทำไมต้องคืน พร้อมบอกว่า “ไม่มีจะให้ อยากได้ให้ไปฟ้องเอา”

 

หลังจากเกิดเรื่อง เมื่อไปตรวจสอบำบว่า ที่ฝ่ายหญิงขอยืมเงิน  130,000 บาท ไปจ่ายค่าซ่อมรถ อ้างว่าแฟนเก่าเอารถไปชนมา แต่จริง ๆ รถมีประกันรับผิดชอบ และยังพบว่าฝ่ายหญิงมีการคบผู้ชายอื่นอีก 2 คน เป็นราชการ คนหนึ่งเป็นทหาร อีกคนเป็นตำรวจ โดยทราบจากจากภาพถ่ายคาเฟ่ที่ลงในสตอรี รวมถึงเคยหมั้นมาก่อนแบบเงียบ ๆ กับชายที่ไม่ใช่ข้าราชการ โดยมีของหมั้นกว่า 150,000 บาท แต่รู้แค่ภายในครอบครัวเท่านั้น ส่วนเงินหมั้นของตนได้กู้มาจำนวน 500,000 บาท จึงอยากให้ฝ่ายหญิงและครอบครัวออกมารับผิดชอบ

 


แท็กที่เกี่ยวข้อง
#หลอกหมั้น#ทหาร#พยาบาล#สายไหมต้องรอด