จากกรณีที่โลกโซเซียลมีการเผยแพร่คลิปเจ้าหน้าที่ รปภ. ของ รพ. มหาราชนครศรีธรรมราช จำนวน 3 คน รุมชกต่อยและใช้ไม้กระบองทุบตีชายวัย 50 ปีเศษ ซึ่งคาดว่าเป็นญาติคนไข้ ได้รับบาดเจ็บขาหัก เหตุเกิดบริเวณจุดตรวจรักษาความปลอดภัยของ รพ.
คลิปดังกล่าวเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรง ขณะที่ รพ. ที่กเิดเหตุได้ออกแถลงการไม่สนับสนุนความรุนแรงและสั่งตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เพื่อความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย และเพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก
ทั้งนี้ มีแหล่งข่าวใน รพ. มหาราช เปิดคลิปวงจรปิดนาทีก่อนเกิดเหตุ แสดงให้เห็นว่าชายคนเจ็บได้มาพูดจายั่วยุ รปภ. ก่อน และมีการชกต่อย รปภ. ก่อน ก่อนจะถูก รปภ. 3 คน รุมทำร้ายตามคลิป
ขณะที่ 1 ใน 3 รปภ. ได้เข้าแจ้งความกับที่ สภ. เมืองนครศรีธรรมราช เพื่อแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน อ้างว่าชายคนเจ็บพยายามจะขอเข้าเยี่ยมญาติก่อนเวลาเยี่ยม จนเกิดการโต้เถียงกัน และชายคนดังกล่าวได้ชกต่อย รปภ. ก่อน และยังตรวจค้นเจออาวุธมีด 2 เล่ม จึงนำมามอบให้กับตำรวจไว้เป็นหลักฐาน
ความคืบหน้าล่าสุด (27 ต.ค. 2569) พ.ต.อ. กิตติชัย ไกรนรา ผกก. สภ. เมือง จ. นครศรีธรรมราช เผยความคืบหน้าทางคดีว่า รปภ. ที่อยู่ในเหตุการณ์ได้เข้าแจ้งความกับตำรวจแล้ว ส่วนผู้บาดเจ็บยังพักรักษาตัวที่ รพ. มหาราชนครศรีธรรมราช แต่ญาติคนเจ็บได้เข้าแจ้งความกับตำรวจแล้วเช่นกัน
ในเบื้องต้น ตำรวจตั้งข้อหาทำร้ายร่างกายทั้งสองฝ่ายแล้ว อยู่ระหว่างรอใบรับรองแพทย์ทั้งสองฝ่าย ยืนยันว่าตำรวจดำเนินการตามข้อเท็จจริง และให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ไม่เข้าข้างฝ่ายไหน ว่าไปตามพยานหลักฐาน
ส่วนผู้บาดเจ็บ ล่าสุดทราบว่าเป็นชาย อายุ 53 ปี ชาว ต. ทุ่งโพธิ์ อ. จุฬาภรณ์ จ. นครศรีธรรมราช ผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อญาติคนเจ็บ แต่ไม่สามารถติดต่อได้ และญาติคนเจ็บปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ โดยเผยเพียงว่าคนเจ็บขาหักและศีรษะแตก นอนรักษาตัวใน รพ.
ขณะที่ผู้ใหญ่บ้านพื้นที่ที่คนเจ็บอาศัยอยู่ เผยว่า ปกติคนเจ็บเป็นคนนิสัยดี มีน้ำใจกับเพื่อนบ้านเสมอ เป็นที่รักใคร่ของเพื่อนบ้านตลอดมา ขยันทำงาน คนเจ็บจะสลับกับลูกชายเฝ้าภรรยาที่นอนรักษาตัวที่ รพ. มหาราชนครศรีธรรมราช ซึ่งป่วยมานานเป็นเดือนแล้ว คนเจ็บก็ขึ้นลงตึกดังกล่าวเป็นประจำ และเป็นที่รักใคร่ของพยาบาลประจำตึก เพราะเวลากลับมาบ้านก็จะตัดผลลางสาดในสวนนำไปฝากพยาบาลทุกคน ไม่เคยมีปัญหา
แต่เหตุที่เกิดขึ้น ตนก็ไม่ทราบข้อเท็จจริงเช่นกัน แต่คาดว่าอาจเกิดจากความเครียด เพราะคนเจ็บเริ่มป่วยเริ่มซึม อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ขอให้เป็นเรื่องของญาติคนเจ็บว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไร ส่วนตนและเพื่อนบ้านขอให้กำลังใจให้หายจากการบาดเจ็บโดยเร็ว