จากกรณีมีชาวโซเชียลรายหนึ่งโพสต์ข้อความฝากถึง ร้านตัดผมชายแถวเส้นศรีชุม ระบุว่า “ หน้าร้านติดป้ายชัดเจนเปิดบริการเวลา 09.00-21.00 น. เราไปถึงร้าน 20.00 น.นั่งรอได้สักพัก จนเวลา 21.00 น. หากไม่รับลูกค้า ก็ควรบอกกันตรงๆ ไม่จำเป็นต้องแดกดันกับลูกค้าอีกคนลอย ๆให้ได้ยินเหมือนว่าเรา เจ้าของร้านบอกไม่ง้อ บอกเราให้กลับเลยตรงนั้นว่าไม่รับลูกค้าแล้ว ได้เลยแต่คุณกลับพูดแบบนี้ เป็นเจ้าของร้านที่ไม่น่ารักเลย จะปิดร้านกี่ทุ่มก็ควรเปลี่ยนเวลาหน้าร้านด้วยจะได้ไม่มีคนหลงเข้าไปอีก เสียความรู้สึก”
พร้อมแชร์คลิปเสียงเจ้าของร้านที่พูดพึมพำในลักษณะลอย ๆ ไม่ง้อลูกค้า พยายามบอกลูกค้าทุกคนว่า ต้องมาในเวลาร้านเปิดอย่างเดียวถ้าไม่มาในเวลาก็ไม่ต้องตัด นอกจากนี้ยังมีคำพูดอีกหลายคำ หากใครได้ฟังก็คงคิดว่าช่างตัดผมพูดแซะใครบางคน
ซึ่งหลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไปชาวเน็ตต่างมาวิพากษ์วิจารณ์ถึงคนในคลิปไม่น้อยว่าพูดจาไม่เหมาะสมกับงานบริการ หากไม่รับลูกค้าทำไมไม่แจ้งปล่อยให้รอหรือพูดแซะทำไม
ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยังเจ้าของโพสต์เพื่อสอบถามเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ซึ่งเจ้าของโพสต์บอกว่า เหตุเกิดเมื่อคืนที่ผ่านมาตอนนั้นไปนั่งรอตัดผมที่ร้านดังกล่าว ซึ่งยังอยู่ในเวลาตามที่ร้านติดไว้ที่หน้าร้านตามที่โพสต์ พักใหญ่ช่างตัดผมคนดังกล่าวก็พูดตามในคลิป ซึ่งตอนนั้นมีคนในร้านตัดผมเพียง 3 คนคือช่างตัดผม ลูกค้าอีกคน และตน คำพูดเหล่านี้หากใครได้ยินก็คิดไม่ต่างกัน ซึ่งส่วนตัวมองว่า หากช่างเหนื่อยหรือรับลูกค้าไม่ทันแล้วทำไมไม่แจ้งตั้งแต่ตอนแรกจะได้ไม่นั่งรอ และเมื่อมานั่งรอกลับต้องเจอคำพูดแบบนี้จะให้คิดยังไง เป็นใครก็คิดมากเช่นกัน จึงนำเรื่องราวไปโพสต์ในโซเชียล
ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังร้านตัดผมดังกล่าวพบกับเจ้าของร้าน เปิดเผยว่า ลูกค้ามานั่งรอตอน 20.45 น.ตอนนั้นตนทำสีผมให้ลูกค้าอีกรายซึ่งเป็นลูกค้าประจำและสนิทกัน ก็ยอมรับว่าได้พูดกับลูกค้าที่ทำสีผมจริง แต่ไม่ได้พูดกับลูกค้าที่มานั่งรอเลย ไม่รู้เขาเข้าใจผิดได้อย่างไร ที่ตนพูดไปเพราะเหนื่อยมาทั้งวัน ลูกค้าเยอะ ตอนหลังก็เลยไม่ค่อยไหวเลยบอกลูกค้าประจำไปตามในคลิป ไม่คิดว่าจะไปทำให้ลูกค้าที่มานั่งรอเข้าใจผิด แต่จริงๆแล้วเขาน่าจะถาม ไม่ควรนำคลิปไปโพสต์แบบนั้น เพราะมันเสียหายและหากทำให้ลูกค้าเข้าใจผิดตนก็ขอโทษและก็คงไม่อยากแก้ตัวอะไรมาก เพราะในโซเชียลตนถูกด่าเยอะมาก จึงไม่อยากให้เรื่องบานปลายอะไร ซึ่งต่อไปอาจจะลดเวลาการเปิดร้านลงบ้างเพื่อจะได้พักมากกว่านี้