วานนี้ (18 ก.ย.69) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี รับแจ้งมีเหตุลักทรัพย์โทรศัพท์มือถือ เจ้าของติดตามตัวคนก่อเหตุเจอในตลาด หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบทันที เมื่อไปถึงพบชาย อายุ 19 ปี นักศึกษาปี 2 มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งและเป็นเจ้าของโทรศัพท์ซึ่งติดตามคนที่ก่อเหตุเอาไว้ได้ พร้อมกับนำหลักฐานกล้องวงจรปิดที่เห็นคนเร่ร่อนคุ้ยถังขยะจากนั้นก็เดินหนีไป โดยในคลิปจะเห็นคนเร่ร่อน ผมยาวเดินผ่านหน้าหอพักจากนั้นก็คุ้ยขยะพอได้โทรศัพท์แล้วก็เดินหนีออกมา
เจ้าของโทรศัพท์ บอกว่า เช้าวานนี้เวลาประมาณ 10.30 น. ตนเอาขยะไปทิ้งหน้าหอพักแต่บังเอิญเอาโทรศัพท์มือถือใส่ถังขยะไปด้วย พอทิ้งเสร็จแล้วก็เดินเข้าหอพัก พอจะหยิบโทรศัพท์มาใช้ตกใจไม่เห็น นึกได้ว่าลืมได้เอาใส่ขยะไปแล้ว ตอนโทรไปครั้งแรกติด พอเขารู้ว่ามีคนโทรเข้าเขาก็ปิดโทรศัพท์ ตนจึงให้เพื่อนติดตามตาม map ดูเห็นโทรศัพท์เคลื่อนที่มายังตลาดสด จึงรีบตามมาดูจนเจอคนที่เก็บโทรศัพท์ไป แถมถอดซิมออกจากโทรศัพท์แล้ว ตนโกรธมากจึงต่อว่าเขาว่า “ถ้าเป็นพลเมืองดีนะ โทรไปสายแรกต้องรับสาย แต่นี่ปิดเครื่องและถอดซิมโทรศัพท์ออก” เจ้าของโทรศัพท์กล่าวอย่างโมโห ยืนยันว่าจะไม่ยอมและจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด แจ้งข้อหา “ลักทรัพย์” ไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไป
จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่าคนที่เก็บโทรศัพท์ไปเป็นชาย อายุ 39 ปี เป็นคนเร่ร่อน โดยชายคนดังกล่าวบอกกับเจ้าหน้าที่เสียงอ่อยและงุนงงว่า ตนไม่ได้ขโมยโทรศัพท์ ตนเดินผ่านหน้าหอน้องเขา ก็เก็บได้ในถังขยะจริงๆ พอเก็บได้ยอมรับว่าถอดซิมออก ในเมื่อเก็บในถังขยะได้เลยตั้งใจว่าจะเอาไปขายเอาเงินไว้ใช้ พร้อมกับยกมือไหว้ขอโทษเจ้าของโทรศัพท์ ยืนยันว่าไม่ได้ขโมย แต่เก็บได้ในถังขยะจริงๆ
ทั้งนี้ เมื่อเจ้าของโทรศัพท์ยืนยันจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ในข้อหา “ลักทรัพย์” ตำรวจจึงควบคุมตัวชายที่เก็บโทรศัพท์ได้ไปยังสภ.เมืองอุดรธานี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป