จากกรณีการดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินจำนวน 21 ไร่ ของวัดป่าอดุลยาราม จ. ขอนแก่น ล่าสุด (16 ก.ย. 2569) ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ไปสอบถาม ‘ป้าดา’ ตัวแทนฝั่งทายาทของตาเฮียง ป้าดา ระบุว่า ทราบข่าวแล้ว ทางเราก็ดำเนินการตามสิทธิ์ของเรา ตามสิทธิ์ของทายาทที่พึงมี ก่อนย้อนถามว่าในบ้านในเมืองนี้ เห็นเขาพูดถึงว่านายกฯ สั่งให้ไปโอน ถามว่านายกฯ ทำไมไม่ตรวจสอบ ทำไมถึงสั่งให้ไปโอนเอาที่ของคนอื่นง่ายดายอย่างนี้ ทายาทบอกว่าตรวจสอบความเป็นมาของวัดมาถูกต้องหรือไม่ ถ้าถูกต้อง เรายินดีโอนยกให้ไปเลย เราไม่เคยมีปัญหาใด ๆ แต่ที่ผ่านมาเพียงแต่เรารู้ว่า ไม่ใช่วัด แล้ววัดก็ไม่ถูกต้อง
เราว่ากันมาหลายสิบปีแล้ว แล้วเราก็หาข้อมูลหมดจนตกผลึกถึงแก่น เรารู้หมด แต่ว่าขั้นตอนในการที่ฉกฉวยแย่งชิงอย่างนี้ก็ใครถนัดก็ทำไป ไม่เป็นไร แต่สุดท้าย ก็คือว่าความจริงอยู่ตรงไหน ที่ดินมันมีกฎหมายที่ดินนะ ไม่ใช่ว่าใครอยากจะนึกอยากจะโอนเอาของใคร แล้วก็ใช้วาทกรรมพูดแล้วก็บอกว่าโอนเอาได้เลย ประเทศนี้อยู่ไม่ได้เลยนะ
เมื่อถามว่าแบบนี้ถือว่าติดกระดุมเม็ดแรกถูกหรือยัง ป้าดายืนยันว่า “ไม่ถูกค่ะ” จะถูกได้ยังไง แล้วทายาทเขาอยู่ไหน กรรมสิทธิ์ทายาทเขาไม่เห็นหัวเลย ไม่เห็นหัวเจ้าของกรรมสิทธิ์เลย แล้วอยู่ ๆ คุณไปโอนเอาที่เขาอย่างนี้ ถามว่าอย่างนี้ไม่ป่าเถื่อนเขาเรียกว่าอะไร
ที่ดินมันมีกฎหมายที่ดิน เจ้าหน้าที่ที่ดินก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่ดิน กฎหมายที่ดินมันใหญ่กว่ากฎอย่างอื่น แล้วคนทำเคารพกฎหมายที่ดินไหม ถ้าอย่างนั้นก็ต้องไปแก้มาตรา 84 สิ ไปแก้กฎหมายเลย แล้วคุณก็โอนเอาทั่วบ้านทั่วเมืองได้เลย แต่ทางทายาทก็ว่ากันไปตามขั้นตอนของเรา ตามสิทธิ์
ส่วนที่อาจารย์ธงทอง บอกว่าถ้าตามหลักกฎหมายแล้ว กรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวตกเป็นของวัดโดยสมบูรณ์ ตั้งแต่ที่ตาเฮียงบริจาคแล้ว เมื่อปี 2533 ป้าดาระบุว่า ฟังนะ ตาเฮียงมีทายาท มีลูก 8 คน มีภรรยา จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย ถามว่าถ้าหากว่าความเป็นมาของวัด ความเป็นมาของเจ้าอาวาส ถ้าถูกต้อง ทำไมเพิ่งจะมาแย่งชิงเอาตอนนี้ ทำไมคุณไม่โอนตั้งนาน ก็เห็นคุณก็อยากจะได้กันจัง ทำไมไม่ทำก่อนหน้านี้ล่ะ ทำไมพึ่งมาดิ้นรน แล้วผู้หลักผู้ใหญ่แทนที่จะตรวจสอบ ก็ไม่ตรวจสอบ อย่างนี้เขาเรียกว่าวิ่งราว
เมื่อถามว่าที่ต่อสู้มาตลอดเหนื่อยหรือไม่ หรือว่าโกรธไหม ป้าดาบอกว่าไม่เหนื่อย แล้วก็ไม่เป็นไร เพราะเราก็ไม่ได้วิ่งผลัด 4 คูณ 100 เราก็ว่ากันไปตามกติกา ตามขั้นตอน ผิดถูกก็ว่ากันไป แต่สุดท้ายทุกอย่างมันจะมีที่สิ้นสุด ตนพูดเสมอว่า ถ้าตราบใดที่คุณปิดพระอาทิตย์-พระจันทร์ไม่ได้ คุณตราบนั้นคุณปิดความจริงไม่ได้ เมื่อถามว่าแล้วจะสิ้นสุดอย่างไร ป้าดาตอบว่า ตอนสิ้นสุดเดี๋ยวค่อยถามอีกที
พร้อมย้ำว่า ตนเองไม่เครียดเลย แต่ขำว่าบ้านเมืองนี้มันตลกสิ้นดี แปลกประหลาดแล้วอยู่กันแบบเถื่อน ๆ เอาแต่ฉกฉวย แย่งชิง วิ่งจะออกโฉนดอย่างเดียว มันแปลกไหม บ้านนี้เมืองนี้พิลึกไหม เดี๋ยวตนก็จะไปถามท่านนายกฯ ว่าสั่งให้เขาไปโอนโฉนดจริง ๆ เหรอ ไปโอนกรรมสิทธิ์ของทายาทตาเฮียงจริง ๆ เหรอ