วันที่ 23 ก.ย. 2569 เวลา 10.30 น. ณ สำนักงานกฎหมาย Thanakrit Law Firm ถนนร่มเกล้า เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ ชาย อายุ 27 ปี เดินทางเข้าร้องขอความเป็นธรรมกับ นายกองตรี ดร. ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และทีมธนกฤตจิตอาสา โดยมีนายชณทัต รินน์นพคุณ (มด) พาผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์
กรณีถูกพ่อแท้ ๆ และภรรยาใหม่ของพ่อ นำเอกสารส่วนตัวไปสวมชื่อทำธุรกรรมทางการเงินและนิติกรรมหลายรายการ ทั้งนำชื่อไปใช้ในบริษัทประกันภัย สมัครบัตรเครดิต จนมีหนังสือเตือนและหมายศาลเรียกชำระหนี้รวม 32,000 บาท รวมถึงให้เซ็นออกรถยนต์มูลค่าล้านกว่าบาท แต่กลับไม่ผ่อนชำระ และมีค่าปรับ M-Flow ค้างจ่ายอีกกว่า 4,600 บาท ทั้งที่ตนขับขี่เพียง จยย. เท่านั้น ซ้ำร้ายเมื่อวันที่ 16 ส.ค. ที่ผ่านมา ตนได้เดินทางไปทวงถามความรับผิดชอบเกี่ยวกับหมายศาล แต่กลับถูกพ่อทำร้ายร่างกาย ชกเข้าที่ใบหน้าหลายครั้ง
ในระหว่างการแถลงข่าว ได้มีการต่อสายหาคุณพ่อ ซึ่งกำลังรักษาตัวจากการติดเชื้อโควิด-19 โดยพ่อยินยอมให้นำเงิน 30,000 บาท ไปถอนอายัดเพื่อนำไปชำระหนี้บัตรเครดิตที่ถูกฟ้องร้องให้จบสิ้น ส่วนกรณีรถยนต์ที่ค้างชำระอยู่ 2 งวด พ่อได้ขอเวลาดำเนินการจัดทำระบบเครดิตและเตรียมค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนชื่อผู้เช่าซื้อกับทางไฟแนนซ์ให้ถูกต้อง ภายในช่วงสิ้นปีถึงต้นปีหน้า โดยจะมีทีมทนายความร่วมติดตาม
ด้าน ดร. ธนกฤต เปิดเผยว่า กรณีนี้เป็นการทำลายอนาคตของเด็กที่กำลังเริ่มต้นชีวิตทำงาน ในทางกฎหมาย การนำเอกสารของลูกไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเข้าข่ายความผิดฐานปลอมหรือใช้เอกสารปลอม การนำรถยนต์ไปครอบครองโดยผู้เช่าซื้อไม่ยินยอมเข้าข่ายลักทรัพย์ และการทำร้ายร่างกายก็เป็นคดีอาญา เบื้องต้น ได้ประสานกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ดูแลเรื่องความรุนแรงในครอบครัว ประสานกระทรวงยุติธรรมเรื่องเงินเยียวยาและการคุ้มครองพยาน พร้อมให้สภาทนายความเข้ามาดูแลคดีทางแพ่งและการเปลี่ยนสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ และพาไปดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป