มาร่วมตีแผ่กระแสที่แรงที่สุดในสังคม กับรายการโหนกระแสthaich3ช่อง 3 กด 33
ติดต่อเราfacebooktiktokxyoutube
honekrsaaehonekrsaae
thaich3ช่อง 3 กด 33honekrsaae
ข่าวกำลังโหน
โหนทุกข่าว
โหนบันเทิง
โหนไปมู
โหนร้องทุกข์
วีดีโอ
search
ปิด
honekrsaae
honekrsaae
มาร่วมตีแผ่กระแสที่แรงที่สุดในสังคม กับรายการโหนกระแส
thaich3ช่อง 3 กด 33
หน้าหลัก
ข่าวกำลังโหน
โหนทุกข่าว
โหนบันเทิง
โหนไปมู
โหนร้องทุกข์
วีดีโอ
Live
ติดต่อเราfacebooktiktokxyoutube

ตำรวจสอบสวนกลางลุยตรวจศูนย์ดูเเลผู้สูงอายุเเละผู้ป่วยพึ่งพิง จ. กาญจนบุรี หลังผู้เสียหายร้องว่าถูกทำร้าย-กักขัง


ภูมิภาค
6 ตุลาคม 2569140
ตำรวจสอบสวนกลางลุยตรวจศูนย์ดูเเลผู้สูงอายุเเละผู้ป่วยพึ่งพิง จ. กาญจนบุรี หลังผู้เสียหายร้องว่าถูกทำร้าย-กักขัง

ตำรวจสอบสวนกลางลุยตรวจศูนย์ดูเเลผู้สูงอายุเเละผู้ป่วยพึ่งพิง จ. กาญจนบุรี หลังผู้เสียหายร้องว่าถูกทำร้ายร่างกาย-กักขัง

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก. ป. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) นำกำลังเข้าตรวจสอบศูนย์ดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง ในพื้นที่ อ. ท่าม่วง  จ. กาญจนบุรี

 

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 5 ต.ค. 2569 ได้มีผู้เสียหายเข้าร้องเรียนต่อรายการทางสถานีโทรทัศน์ ระบุว่าถูกลูกชายนำตัวส่งศูนย์ดูเเลผู้สูงอายุ ในพื้นที่ อ. ท่าม่วง  จ. กาญจนบุรี และยังมีการทำร้ายร่างกาย พร้อมกักขังหน่วงเหนี่ยวนั้น

 

ในวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กก. 5 บก. ป. ได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้เข้าตรวจสอบศูนย์ดังกล่าวเป็นการด่วน เนื่องจากในข่าวที่นำเสนอระบุว่ามีการกักขังหน่วงเหนี่ยวและทำร้ายร่างกายผู้ป่วยที่เข้ามาพำนักรักษาตัวภายในศูนย์ฯ ด้วย

 

ทันทีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไปถึงศูนย์ฯ ดังกล่าว ได้พบกับเจ้าของผู้บริหารศูนย์ดังกล่าว ซึ่งให้ข้อมูลว่า ตนเองจบหลักสูตรพยาบาลทหารอากาศ เเละทำงานที่โรงพยาบาลของกองทัพจนติดยศร้อยเอก จึงลาออกมาทำงานโรงพยาบาลเอกชน ที่ จ. กาญจนบุรี

 

ต่อมาประมาณปี 2549 ได้เปิดศูนย์ดูเเลผู้สูงอายุ (เวชกรรมชั้น 1) ที่ตั้งปัจจุบัน รับดูแลเฉพาะผู้ป่วยฟื้นฟูและผู้สูงอายุ กระทั่งเมื่อปี 2564 ตนเองได้เปลี่ยนเป็นสถานรับดูเเลผู้สูงอายุเเละผู้ป่วยพึ่งพิง (จิตเวชเเละฟื้นฟู) ที่ตั้งเดิม โดยรับดูเเลผู้สูงอายุ, ผู้ป่วยจิตเวช และผู้ป่วยพักฟื้น ในสถานที่ดังกล่าวจนถึงปัจจุบัน  ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนขออนุญาตจากศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 5 (สบส. 5) กระทรวงสาธารณสุข  มีการตรวจสอบเเละต่ออายุทุกปี ล่าสุดเพิ่งจะต่ออายุเมื่อวันที่ 3 ส.ค. ที่ผ่านมา

 

จากนั้น เเจ้าของได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบภายในศูนย์ดังกล่าว โดยในปัจจุบันมีเจ้าหน้าที่ดูเเลผู้ป่วยจำนวน 19 คน เป็นชาย 3 คน และหญิง 16 คน มีผู้ป่วยในความดูเเลทั้งหมดจำนวน 92 ราย ดังนี้

 

1. ผู้ป่วยชาย รวมจำนวน 75 คน

แยกเป็นจิตเวช 68 คน, ชรา  5 คน และฟื้นฟู 2 คน

 

2 . ผู้ป่วยหญิง รวมจำนวน 17 คน

แยกเป็นจิตเวช 13 คน, ชรา 3 คน และฟื้นฟู 1 คน

 

จากการตรวจสอบสภาพภายในอาคารที่พัก มีการเเบ่งเเยกเป็นสัดส่วนชาย-หญิง มีห้องพักชนิดห้องพักเดี่ยวติดแอร์, ห้องพักรวมแอร์ เเละห้องพักเดี่ยวพัดลม เเยกตามอาการเเละประเภทของผู้ป่วย ซึ่งกรณีที่เป็นผู้ป่วยจิตเวชรุนเเรงจะถูกจัดอยู่ในห้องเป็นพักชนิดลูกกรงเหล็ก เนื่องจากผู้ป่วยจิตเวชมักจะทำลายข้าวของ เดินไปมา จึงจำเป็นต้องทำเป็นกรงเหล็กเพื่อความเเข็งเเรง เเละล็อกกุญเเจด้านนอกเพื่อป้องกันอันตรายต่อตัวผู้ป่วยเองและเจ้าหน้าที่ที่ดูแล

 

ขณะที่ภายในบริเวณมีการจัดโซนรับประทานอาหาร มีแม่ครัว 2 คน และโซนออกกำลังกาย มีอุปกรณ์ออกกำลังกายวางไว้หลายชิ้น ด้านบนเพดานมีการขึงลวดหนามหีบเพลง ระบุว่าไว้ป้องกันผู้ป่วยจิตเวชปีนหลบหนีออกไป

 

เจ้าของศูนย์ให้ข้อมูลถึงกรณีที่มีผู้เสียหายมาร้องเรียนว่า เป็นเหตุการณ์เมื่อเดือน ก.พ. 2567 ลูกชายผู้เสียหายได้ติดต่อมาที่ศูนย์ ขอนำผู้เสียหายมาพักอาศัยอยู่กับทางศูนย์ โดยลูกชายเเจ้งว่าผู้เสียหายมักจะไปก่อความวุ่นวายกับพนักงานในบริษัทของลูกชายและจะทำร้ายคนในครอบครัว ซึ่งทางลูกชายเป็นคนติดต่อมาที่ศูนย์ เเละเป็นผู้นำผู้เสียหายมาส่งที่ศูนย์ด้วยตนเอง ขณะพักอาศัยผู้เสียหายปกติดีทำกิจกรรมตามที่ศูนย์กำหนด โดยพักในห้องแอร์ห้องเดี่ยวส่วนตัว ไม่มีอาการป่วยแต่อย่างใด มีเพียงการตัดพ้อว่าถูกลูกชายทอดทิ้ง อยากกลับไปอยู่กับครอบครัว ซึ่งต่อมาทางศูนย์เห็นว่าผู้เสียหายมีอาการปกติเเละอยากกลับไปอยู่กับครอบครัว ทางศูนย์จึงติดต่อลูกชายเพื่อให้มารับกลับไปดูเเลเมื่อวันที่ 8 ส.ค. 2569 ซึ่งลูกชายก็มารับกลับไป กระทั่งมีการไปร้องเรียนออกรายการดังกล่าว

 

นอกจากนี้ จากการสอบถามเจ้าของศูนย์ถึงกรณีทำกรงเหล็กล้อมรอบห้องพักของผู้ป่วย และการขึงลวดหนามหีบเพลงด้านบนเพดานและโดยรอบศูนย์นั้น เจ้าตัวให้เหตุผลว่า เนื่องจากผู้ป่วยส่วนใหญ่ร้อยละ 80 เป็นผู้ป่วยจิตเวช จึงเกรงว่าหากไม่กั้นลูกกรงเหล็กอาจมีการทำร้ายกัน และการขึงลวดหนามหีบเพลงเพื่อป้องกันการหลบหนีออกไปก่อความเดือดร้อนกับเพื่อนบ้านละแวกใกล้เคียง ทั้งนี้ เจ้าของศูนย์ยืนยันว่า ไม่มีการทำร้ายร่างกายผู้ป่วย พร้อมได้นำเอกสารการขออนุญาตประกอบกิจการมาแสดงว่าได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง

 

ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก. 5 บก. ป. ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียดต่าง ๆ รวมทั้งรวบรวมพยานหลักฐานภายในศูนย์เพิ่มเติม ทั้งนี้ หากพบการกระทำความผิด จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

 


แท็กที่เกี่ยวข้อง
#ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ#ป้าแมว#กองปราบ#สอบสวนกลาง