มาร่วมตีแผ่กระแสที่แรงที่สุดในสังคม กับรายการโหนกระแสthaich3ช่อง 3 กด 33
ติดต่อเราfacebooktiktokxyoutube
honekrsaaehonekrsaae
thaich3ช่อง 3 กด 33honekrsaae
ข่าวกำลังโหน
โหนทุกข่าว
โหนบันเทิง
โหนไปมู
โหนร้องทุกข์
วีดีโอ
search
ปิด
honekrsaae
honekrsaae
มาร่วมตีแผ่กระแสที่แรงที่สุดในสังคม กับรายการโหนกระแส
thaich3ช่อง 3 กด 33
หน้าหลัก
ข่าวกำลังโหน
โหนทุกข่าว
โหนบันเทิง
โหนไปมู
โหนร้องทุกข์
วีดีโอ
Live
ติดต่อเราfacebooktiktokxyoutube

ชาวบ้านดีใจโฉนดเป็นชื่อ 'วัดป่าอดุลยาราม' โดยสมบูรณ์ แห่ถ่ายรูปเช็กอินท่อปูน มองหาก 'ป้าดา' ไม่หยุดอาจจบที่คุก พร้อมต้อนรับ 'ทายาทนายเฮียง' หากอยากมาทำบุญ


ภูมิภาค
17 กันยายน 256941
ชาวบ้านดีใจโฉนดเป็นชื่อ 'วัดป่าอดุลยาราม' โดยสมบูรณ์ แห่ถ่ายรูปเช็กอินท่อปูน มองหาก 'ป้าดา' ไม่หยุดอาจจบที่คุก พร้อมต้อนรับ 'ทายาทนายเฮียง' หากอยากมาทำบุญ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 17 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่วัดป่าอดุลยาราม ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น หลังเจ้าหน้าที่ดำเนินการเปลี่ยนชื่อในโฉนดที่ดินจาก นายเฮียง พิมพ์ศรี เป็นชื่อวัดป่าอดุลยารามอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อช่วงเช้าวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา ครบ 24 ชั่วโมง โดยชาวบ้าน ญาติโยม ลูกศิษย์ และคณะกรรมการวัด ต่างแสดงความดีใจที่ที่ดินเป็นชื่อวัดตามเจตนารมณ์ของนายเฮียง

 

แม้เป็นวันธรรมดา แต่ประชาชนยังเดินทางมาทำบุญอย่างคึกคักตามปกติ โดยทางพระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ได้ขึ้นให้พร และเทศนาธรรมญาติโยมที่มาถวายเพลเช้านี้ ในบรรยากาศที่เย็นสบาย เนื่องจากมีฝนตกตลอดทั้งคืน ขณะที่บางส่วนถ่ายภาพเช็กอินกับท่อปูนซีเมนต์ที่ป้าดานำมาปิดประตูทางเข้าออกวัด แล้วโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย ผู้สื่อข่าวสอบถามทางวัด ได้รับคำตอบว่า จะปล่อยท่อซีเมนต์ไว้เช่นเดิมไม่ยกออก หากผู้ที่นำมาวางต้องการนำออก ก็สามารถมายกออกได้เลย

 

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น พร้อมเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร ชมส.สภ.เมืองขอนแก่น ยังคงประจำจุดดูแลความสงบและความปลอดภัยภายในวัดอย่างเข้มแข็งตามปกติ ส่วนคณะกรรมการวัดซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ เดินทางมาเฝ้าบริเวณหน้ากุฏิเจ้าอาวาสและพูดคุยถึงความคืบหน้าข้อพิพาท

 

ประเด็นที่ชาวบ้านพูดคุยกันคือ หลังโฉนดเปลี่ยนเป็นชื่อวัดแล้ว ป้าดายังมีความเคลื่อนไหวแจ้งความที่กองปราบปราม เพื่อเอาผิดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ที่ดำเนินการโอนที่ดินให้วัด รวมถึงเตรียมร้องเรียนต่อนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี โดยชาวบ้าน ญาติโยม ลูกศิษย์ และคณะกรรมการวัดระบุว่า สุดแล้วแต่ป้าดาจะดำเนินการ แต่เชื่อว่าทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย และวัดต้องเป็นวัดตามเจตนารมณ์ของนายเฮียงตั้งแต่แรก

 

ผู้สื่อข่าวพูดคุยกับ อาสาสมัคร ชมส.สภ.เมืองขอนแก่น อายุ 57 ปี เปิดเผยว่า เคยมาทำบุญที่วัดแห่งนี้หลายครั้ง และครั้งนี้มีโอกาสมาช่วยดูแลความปลอดภัยให้เจ้าอาวาส โดยเห็นว่าท่านเป็นพระที่เปี่ยมด้วยเมตตา ไม่อาฆาตหรือพยาบาทใคร

 

อาสาสมัคร กล่าวต่อว่า รู้สึกดีใจที่โฉนดเปลี่ยนเป็นชื่อวัด เพราะในความรู้สึกของตน ที่ดินตรงนี้เป็นสมบัติของแผ่นดินและเป็นของวัดอยู่แล้ว นายเฮียงมีเจตนาให้เป็นวัด การดำเนินการเมื่อวันที่ 16 กันยายน จึงถือเป็นนิมิตหมายอันดีที่จะทำให้เรื่องราวยุติลง พร้อมกล่าวว่า “ชาวบ้านดีใจ ทุกคนดีใจหมด ประชาชนทั่วประเทศดีใจที่โฉนดเป็นชื่อวัด”

 

อย่างไรก็ตาม เธอมองว่ายังมีคนบางกลุ่มไม่พอใจ และพยายามดำเนินการทุกวิถีทาง เพื่อไม่ให้ที่ดินเป็นชื่อวัด เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการแจ้งความเอาผิดหน่วยงานและผู้ดำเนินการโอนที่ดิน เธอเห็นว่าเป็นไปได้ยาก เนื่องจากขั้นตอนที่ดำเนินการถูกต้องและชัดเจนแล้ว พร้อมตั้งคำถามว่าต้องการคัดค้านด้วยจุดประสงค์ใด ต้องการนำที่ดินผืนนี้ไปทำอะไร และเหตุใดจึงพยายามอย่างต่อเนื่อง โดยมองว่าการเคลื่อนไหวลักษณะนี้ดูไม่ดีและผิดสังเกต

 

เมื่อถามว่าการเคลื่อนไหวของป้าดา เป็นการทำเพื่อทายาทจริงหรือมีจุดประสงค์อื่น เธอ ระบุว่า ในความคิดของตนเชื่อว่ามีสิ่งแอบแฝง และตั้งข้อสงสัยว่า “มีนายทุนออร์เดอร์หรือเปล่า” เพราะหากไม่มีเหตุอื่นก็ไม่น่าจะกระตือรือร้นหรือพยายามทุกวิถีทางเช่นนี้ ที่ดินแห่งนี้ไม่ใช่ที่ดินเปล่าธรรมดา แต่มีสภาพเป็นวัดชัดเจนและอยู่กันมายาวนานแล้ว จึงอยากถามป้าดาว่ามีจุดประสงค์ที่แท้จริงอย่างไร เหตุใดจึงต้องการที่ดิน ทั้งที่นายเฮียงมีเจตนาดีมอบให้เป็นวัด

 

อาสาสมัคร ยังเล่าถึงประวัติพื้นที่ตามที่ตนได้ยินมาว่า เดิมเป็นป่าช้า เคยมีผู้ป่วยโรคเรื้อนและโรคผิวหนังมาอาศัย เมื่อเสียชีวิตก็ฝังไว้ที่นี่ และใต้พื้นดินมีศพเป็นพัน ๆ ศพ จึงยิ่งสงสัยว่าผู้ที่ต้องการที่ดินจะนำไปทำอะไร

 

สำหรับบรรยากาศหลังเปลี่ยนชื่อในโฉนดครบ 24 ชั่วโมง เธอระบุว่า ยังมีคนแปลกหน้าเข้ามาดูหรือสอบถามเกี่ยวกับวัด จากการปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัย เธอเห็นว่าพฤติกรรมของผู้มาเที่ยววัดตามปกติกับผู้ที่เข้ามาสืบข่าวหรือสำรวจพื้นที่มีความแตกต่างกัน ทีมดูแลความปลอดภัยจึงยังเฝ้าสังเกตและเฝ้าระวังภายในพื้นที่

 

เมื่อถามว่าหากครอบครัวนายเฮียงต้องการมาทำบุญที่วัดจะต้อนรับหรือไม่ เธอยืนยันว่าพร้อมต้อนรับ เพราะเจ้าอาวาสมีเมตตา มองโลกในแง่ดี และเปิดให้ทุกคนเข้ามาทำบุญได้โดยไม่แบ่งฝ่าย อีกทั้งยังอโหสิกรรมให้ โดยเมื่อวันที่ 16 กันยายน เจ้าอาวาสได้ขอบิณฑบาตเรื่องการดำเนินคดีกับ “ลุงธานอส” และไม่ติดใจเอาความ ส่วนกระบวนการทางกฎหมายก็ต้องดำเนินไปตามขั้นตอน

 

ส่วนป้าดาจะยุติการเคลื่อนไหวหรือไม่ เธอกล่าวว่า จากการติดตามข่าวคิดว่าน่าจะไม่จบ และต้องเฝ้าดูว่าจะดำเนินการอะไรต่อไป รวมทั้งทำเพื่ออะไร โดยยังเห็นว่าเป็นไปได้ยาก เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าป้าดาจะไปสิ้นสุดที่ใด เธอตั้งคำถามถึงความสามารถและเส้นสาย ก่อนแสดงความเห็นว่า หากไม่หยุดก็อาจไปถึงการเข้าคุก เพราะกฎหมายต้องเป็นไปตามกฎหมาย ไม่ว่าเส้นสายจะใหญ่ขนาดไหนก็ไม่มีข้อละเว้น และการพยายามดำเนินการทุกวิถีทางอาจกลายเป็นหลักฐานมัดตัวผู้กระทำ

 

“ถ้าไม่หยุดก็เข้า เพราะกฎหมายก็คือกฎหมาย ข้อกฎหมายชัดเจนอยู่แล้ว ไม่มีข้อละเว้น แล้วคุณจะทำเพื่ออะไร จุดประสงค์ที่แท้จริงคืออะไร ทั้งที่มันเป็นวัดอยู่แล้ว”


แท็กที่เกี่ยวข้อง
#วัดป่าอดุลยาราม#ป้าดาปืนกล#ทวงคืนพื้นที่#โหนกระแส