วันนี้ (6 มิ.ย.69) นายศุภเสฏฐ์ คณากุล นายกสมาคมคณะกรรมการประสานงานและส่งเสริมการศึกษาเอกชน หรือ ปส.กช. กล่าวถึงสถานการณ์ของโรงเรียนเอกชนในปัจจุบันว่า จากสภาพเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว ทำให้โรงเรียนเอกชนทั่วประเทศประสบปัญหาอย่างหนัก โดยเฉพาะเรื่องการชำระค่าเล่าเรียนและค่าธรรมเนียมการเรียน ที่มียอดค้างชำระสูงมาก จากการสำรวจ โรงเรียนเอกชนในภาพรวมทั้งประเทศล่าสุด พบว่า มียอดค้างจ่ายค่าธรรมเนียมการเรียนประมาณ 2,100 ล้านบาท ซึ่งเป็นยอดค้างที่สำรวจยังไม่ครบ 100% อีกทั้งจำนวนนักเรียนก็ลดลงเพราะว่าสภาพเศรษฐกิจไม่ดี
ซึ่งจะนำข้อมูลเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในการประชุมวันจันทร์ที่ 8 มิ.ย.นี้ เพื่อจะหารือร่วมกันแก้ไขปัญหา เพราะเอกชนมีหลายรูปแบบ ทั้งการกุศล , ทั้ง “ปอเนาะ”สถาบันการศึกษาและอบรมศาสนาอิสลามแบบดั้งเดิมของชาวไทยมุสลิม , มีทั้ง “ตาดีกา” ที่เป็นศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด ในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และมีทั้งเรียนในระบบกับโรงเรียนนอกระบบ แล้วยังมีโรงเรียนนานาชาติอีก เพราะฉะนั้นความหลากหลายของโรงเรียนเอกชน จะทำให้การศึกษาพัฒนาขึ้นไปได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งตอนนี้ต้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการช่วยพิจารณาแก้ไขในเรื่องของกฎระเบียบต่างๆ ที่จะเป็นอุปสรรคในการจัดการเรียนการสอน
แต่ขณะเดียวกัน เรื่องการประกอบกิจการโรงเรียนเอกชนก็ประสบปัญหาไม่น้อย ปีนี้มีโรงเรียนเอกชนปิดตัวประมาณ 60 โรงเรียนแล้ว ส่วนในจังหวัดนครราชสีมา มีปิดตัวไปประมาณ 2 แห่ง เนื่องมาจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องขาดสภาพคล่อง , ผู้ปกครองค้างจ่ายค่าธรรมเนียมการเรียน, รวมไปถึง กรณีทายาทไม่ดำเนินกิจการต่อ โดยอาจจะนำที่ดินไปขายหรือทำธุรกิจที่ดีกว่าธุรกิจการศึกษา
จึงอยากให้รัฐบาลเร่งให้การช่วยเหลือ โดยผลักดันงบประมาณมาอุดหนุนดูแลครูผู้สอนและบุคลากรให้ดีขึ้นกว่าเดิม และอยากให้ตั้งกองทุนขึ้นมาเฉพาะเข้ามาดูแลผู้ปกครองที่ประสบปัญหาไม่มีเงินชำระค่าเทอมและค่าธรรมเนียมการเรียนให้กับบุตรหลาน โดยกองทุนอาจจะบริหารจัดการ ปล่อยสินเชื่อให้ผู้ปกครองกู้ยืมในอัตราดอกเบี้ยต่ำ เพื่อนำเงินมาชำระให้กับทางโรงเรียน แล้วผู้ปกครองก็ไปทยอยชำระให้กับกองทุนอีกที ซึ่งน่าจะช่วยแบ่งเบาปัญหาให้กับผู้ปกครองได้ ในขณะที่โรงเรียนเอกชนก็สามารถเดินหน้ากิจการต่อไปได้ ไม่ต้องเสี่ยงขาดสภาพคล่องจนอาจต้องปิดตัวลงเหมือนกับหลายๆ แห่งที่กำลังประสบอยู่ในตอนนี้