มาร่วมตีแผ่กระแสที่แรงที่สุดในสังคม กับรายการโหนกระแสthaich3ช่อง 3 กด 33
ติดต่อเราfacebooktiktokxyoutube
honekrsaaehonekrsaae
thaich3ช่อง 3 กด 33honekrsaae
ข่าวกำลังโหน
โหนทุกข่าว
โหนบันเทิง
โหนไปมู
โหนร้องทุกข์
วีดีโอ
search
ปิด
honekrsaae
honekrsaae
มาร่วมตีแผ่กระแสที่แรงที่สุดในสังคม กับรายการโหนกระแส
thaich3ช่อง 3 กด 33
หน้าหลัก
ข่าวกำลังโหน
โหนทุกข่าว
โหนบันเทิง
โหนไปมู
โหนร้องทุกข์
วีดีโอ
Live
ติดต่อเราfacebooktiktokxyoutube

ศึกชิงศพ! ภรรยาร้องสื่อ ญาติเอาศพสามีออกไป ไม่บอกกล่าว ญาติสามีโต้ สะใภ้ไม่แจ้งข่าวการเสียชีวิต


ดราม่า
20 สิงหาคม 2569967
ศึกชิงศพ! ภรรยาร้องสื่อ ญาติเอาศพสามีออกไป ไม่บอกกล่าว ญาติสามีโต้ สะใภ้ไม่แจ้งข่าวการเสียชีวิต

ศึกชิงศพ! ภรรยาร้องสื่อ ญาติเอาศพสามีออกไป ไม่บอกกล่าว ญาติสามีโต้ สะใภ้ไม่แจ้งข่าวการเสียชีวิต รู้จากคนอื่นที่เห็นเฟซบุ๊ก ที่ย้ายศพแค่เพราะประหยัดค่าใช้จ่าย ไม่มีเจตนาอื่น

 

รายการโหนกระแสวันนี้ (20 ส.ค. 2569) พูดคุยข้อพิพาทที่กำลังเป็นกระแสข่าวมาก่อนหน้านี้ กรณีที่นายนพดล หรือ ‘เก๋’ ได้เสียชีวิตลง ทาง ‘คุณนวล’ ผู้เป็นภรรยาที่มีทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย ตั้งใจจะเก็บร่างสามีไว้ 100 วัน แต่ยังไม่ทันครบกำหนด ฝั่งญาติพี่น้องของสามีได้พาร่างออกไปบำเพ็ญกุศลที่วัดใน จ. ฉะเชิงเทรา คุณนวเดินทางตามไปแต่โดนกีดกัน จึงได้ร้องเรียนไปยัง คุณอี้ แทนคุณ จิตต์อิสระ ประธานชมรมสันติประชาธรรม เพื่อขอความช่วยเหลือ โดยในการพูดคุยครั้งนี้มีผู้เชี่ยวชาญคนกลางอย่าง รศ. รพ. วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี หรือหมอหมู แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวช มศว และทนายพรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์ หรือทนายตุ๋ย มาร่วมรับฟังด้วยความเที่ยงธรรม

 

คุณนวล ซึ่งเป็นภรรยาได้เริ่มต้นให้ข้อมูลว่า สามีของตนคือ คุณเก๋ อายุ 61 ปี ได้ประสบอุบัติเหตุลื่นล้มเสียชีวิตในห้องน้ำที่คอนโดเมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 2569 โดยปกติสามีเป็นคนป่วยบ่อย เช่น เคยติดเชื้อในกระแสเลือดจนต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลนานถึง 17 คืน 18 วัน มีปัญหาเรื่องเลือดแล้วหยุดยาก รวมถึงน้ำในข้อเข่าไม่ดี ซึ่งเข้ารับการรักษาบ่อยครั้ง แต่ไม่เคยบอกเล่าให้บุคคลภายนอกหรือญาติพี่น้องฝั่งสามีรับทราบเ

 

คุณก้อย ซึ่งเป็นน้องสาวของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ฝั่งญาติพอจะรับรู้เรื่องอาการเจ็บป่วยของพี่ชายอยู่บ้างเป็นบางครั้ง โดยเล่าเหตุการณ์ในช่วงหลายปีก่อน ที่พี่ชายเดินทางไปเยี่ยมแม่ที่แสนภูดาษ จ. ฉะเชิงเทรา ร่วมกับพี่สาว คือคุณไก่ และหลานสาว ในกลางดึกเวลาประมาณ 02.00 น. คุณไก่ได้โทรศัพท์มาหาคุณก้อยด้วยความตกใจว่า พี่เก๋มีอาการตัวร้อนจัด และความดันตกอย่างรุนแรง ซึ่งทางครอบครัวก็ได้เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาล และอื่น ๆ ก็ไม่ทราบ

 

คุณนวล ได้เล่ารายละเอียดถึงเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุว่า ตนเองไปพบร่างของสามีนอนแน่นิ่งอยู่ในห้องน้ำเมื่อเวลา 18.16 น. ของวันที่ 22 มิ.ย. โดยสภาพในที่เกิดเหตุมีเลือดไหลนองเต็มพื้นและภายในโถส้วมจำนวนมาก ซึ่งความจริงแล้วในวันรุ่งขึ้นคือวันที่ 23 มิ.ย. สามีบอกว่ามีนัดผ่าตัดรักษาริดสีดวงทวาร เมื่อพบร่างสามีตนตกใจมาก จึงรีบโทรแจ้งหน่วยกู้ชีพ 1669 ในทันที เจ้าหน้าที่แนะนำให้พยายามลากร่างสามีออกมาจากห้องน้ำ แต่ตนทำไม่ได้เนื่องจากสามีเป็นคนตัวสูงถึง 180 ซม. ประกอบกับพื้นห้องน้ำมีเลือดนอง เกรงว่าจะลื่นล้มตามไปด้วย เจ้าหน้าที่กู้ชีพจึงบอกให้ตนทำการ CPR อย่างต่อเนื่องห้ามหยุด จนกว่าเจ้าหน้าที่จะไปถึง ระหว่างนั้นตนได้โทรตามลูกชายที่เพิ่งเลิกงานให้รับกลับมาโดยด่วน ซึ่งลูกชายเดินทางมาถึงพร้อม ๆ กับทีมกู้ชีพและแพทย์ ทีมแพทย์กู้ชีพพยายามทำ CPR จนกระทั่งหน้าอกของสามียุบ แต่สัญญาณชีพไม่กลับมา เจ้าหน้าที่จึงต้องประกาศยุติการกู้ชีพ ปล่อยสามีจากไปในเวลา 19.21 น.

 

และเนื่องจากเป็นการตายผิดธรรมชาติ และเสียชีวิตนอกสถานพยาบาล จึงต้องมีการชันสูตร ในวันเกิดเหตุมีแพทย์จากโรงพยาบาลรามาธิบดีและ รพ. ตำรวจเ ข้ามาร่วมชันสูตรพลิกศพเบื้องต้นที่บ้าน จากการตรวจสอบสภาพภายนอก พบรอยเลือดปนลิ่มดำคล้ำออกมาจากแผลริดสีดวงทวาร ที่มีลักษณะแยกเป็นแฉกคล้ายดาว ซึ่งสามีตนเป็นคนผอม สูง ก้นไม่มีเนื้อ เมื่อลื่นล้มกระแทกพื้นอย่างแรงจึงอาจทำให้เส้นเลือดแผลริดสีดวงฉีกขาดและเลือดออกจำนวนมาก ส่วนศีรษะก็อยู่ในตำแหน่งกระแทกเช่นกัน

 

จากนั้น เจ้าหน้าที่ได้เคลื่อนย้ายร่างไปยังนิติเวช รพ. รามาธิบดี ในคืนวันที่ 22 มิ.ย. และในวันรุ่งขึ้น แพทย์ได้ทำการผ่าชันสูตรสมองและช่องท้อง เพื่อหาสาเหตุการตายโดยละเอียด วันที่ 23 มิ.ย. แพทย์ออกใบรับรองการตายเบื้องต้นจากสภาพภายนอกว่า มีเลือดออกมากจากแผลปริที่ทวารหนัก และพบภาวะตับแข็งเป็นโรคเกื้อหนุนให้เสียชีวิต ส่วนรายงานผลการผ่าชันสูตรโดยละเอียด จะออกในวันที่ 1 ก.ย. 2569

 

และในเช้าวันที่ 23 นั้น ตนได้รีบเดินทางไปจองศาลาวัดอุทัยธาราม โดยตั้งใจจะสวดอภิธรรม 3 คืน คือวันที่ 23, 24 และ 25 มิ.ย. และกำหนดฌาปนกิจในวันอังคารที่ 30 มิ.ย. แต่เมื่อไปรับศพ ตนได้พบกับคุณย่า (แม่สามี) ซึ่งคุณย่าร้องไห้ขอร้องขอให้เก็บรักษาศพเอาไว้ก่อนเป็นเวลา 100 วัน เนื่องจากยังทำใจไม่ได้ ตนเข้าใจหัวอกคนเป็นแม่จึงยอมตกลงตามความประสงค์ของคุณย่า

 

ในตอนแรกฝั่งญาติจะรับผิดชอบค่าเก็บศพที่ รพ. รามาธิบดี ซึ่งมีค่าใช้จ่ายวันละ 1,000 บาท แต่หลังจากสวดศพครบ 3 คืน คุณไก่ ซึ่งเป็นพี่สาวของสามีขอย้ายไปฝากที่สถาบันนิติเวชวิทยา รพ. ตำรวจ ที่มีค่าฝากวันละ 400 บาท เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย ซึ่งตนก็ตกลง แต่ทางคุณไก่ต้องการให้ตนไปลงบันทึกประจำวันที่ สน. มักกะสัน ร่วมกัน เพื่อป้องกันตนบิดพลิ้วแอบมาเบิกศพออกไปก่อน 100 วัน ซึ่งเมื่อไปถึงตำรวจระบุว่าตนไม่จำเป็นต้องมา และตนปฏิเสธที่จะลงชื่อร่วมในข้อตกลง ปล่อยให้ญาติลงบันทึกไปฝ่ายเดียว จากนั้นจึงย้ายร่างไปฝากที่ รพ. ตำรวจ โดยตนเข้าใจว่าคุณย่าเป็นคนลงชื่อฝากศพ

 

ต่อมาในวันที่ 14 ส.ค. ซึ่งเป็นวันที่ 49 ของการฝากศพ ตนเพิ่งทราบจากเพื่อนสามีว่า ร่างสามีถูกนำไปไว้ที่วัดแสนภูดาษ โดยที่ตนซึ่งเป็นภรรยามีทะเบียนสมรสไม่ได้รับการบอกกล่าว ตนจึงประสานงานผู้ใหญ่บ้านให้เข้าไปตรวจสอบ ถ่ายรูป และขอเบอร์เจ้าอาวาส เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งตนเดินทางไปตรวจสอบในวันจันทร์และพบว่าศาลาถูกล็อก ศพถูกแช่ไว้ในโลงเย็น

 

เรื่องทรัพย์สินต่าง ๆ ยังไม่ได้มีการตั้งผู้จัดการมรดก ลูกชายตนเคยโทรติดต่อคุณย่าและพี่สาวของสามี แต่ไม่มีใครรับสาย ทรัพย์สินที่มีเป็นบ้านพร้อมที่ดิน 50 ตารางวา และมีประกันชีวิต 2 ฉบับที่ทำไว้นานกว่า 14-15 ปี ระบุชื่อตนเองเป็นผู้รับผลประโยชน์แต่เพียงผู้เดียว

 

คุณกิ๊ฟ หลานสาวของผู้เสียชีวิต ได้ชี้แจงลำดับเหตุการณ์ในมุมของฝั่งญาติว่า ในช่วงสายของวันที่ 23 มิ.ย. ตนได้รับโทรศัพท์จากญาติแจ้งข่าวร้ายว่าลุงเก๋เสียชีวิตแล้ว จากอุบัติเหตุลื่นล้มในห้องน้ำ โดยญาติทราบเรื่องจากการที่สะใภ้อีกคนแคปโพสต์เฟซบุ๊กของคุณนวล ที่ประกาศแจ้งการเสียชีวิตของคุณเก๋ ซึ่งมีการระบุว่าจะนำร่างประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดในเวลา 15.00 น. ของวันที่ 23 มิ.ย. ทำให้ญาติทุกคน รวมถึงคุณยายวัย 90 ปี ที่เป็นแม่แท้ ๆ ของคุณเก๋ช็อกมาก เนื่องจากไม่เคยได้รับการแจ้งข่าวโดยตรงจากฝั่งภรรยาเลย ญาติจึงต้องช่วยกันตามหาศพตามโรงพยาบาลต่าง ๆ และตัดสินใจไปสอบถามที่ สน. มักกะสัน จนร้อยเวรยืนยันว่าร่างถูกนำส่งไปชันสูตรที่ รพ. รามาธิบดี

 

เมื่อไปถึงนิติเวชรามาธิบดี ได้พบกับคุณนวลและเพื่อน ๆ นั่งอยู่ แต่ไม่มีการเดินเข้ามาทักทายหรือยกมือไหว้แม่สามีแต่อย่างใด คุณไก่จึงเข้าไปต่อว่าคุณนวลว่าใจดำ ไม่ยอมแจ้งข่าวให้แม่สามีวัย 90 ปี

 

คุณก้อย เล่าต่อว่า ในขณะนั้นคุณยายได้ขอนำศพไปสวดบำเพ็ญกุศลและฌาปนกิจที่วัดแสนภูดาษบ้านเกิด แต่คุณนวลนิ่งเฉย ไม่ยอมตอบ ก็เหมือนเป็นคำตอบว่าไม่ได้ ทางญาติจึงพูดคุยกันและขอให้เก็บศพไว้ก่อน 100 คุณนวลจึงตกลง

 

คุณก้อยและคุณกิ๊ฟ ได้ตั้งข้อสงสัย 3 ประเด็นหลักเกี่ยวกับการเสียชีวิต ประเด็นแรกคือ คุณนวลโพสต์ข้อความระบุว่า ลื่นล้มศีรษะฟาดพื้น แต่ในรายงานใบชันสูตรและใบมรณบัตรกลับระบุสาเหตุว่า เสียเลือดปริมาณมากจากแผลปริที่ทวารหนัก โดยไม่มีข้อมูลศีรษะฟาดพื้น ประเด็นที่สองคือ ไทม์ไลน์การเสียชีวิต โดยภาพถ่ายสถานที่เกิดเหตุที่กู้ภัยส่งให้ เผยให้เห็นว่าร่างของคุณเก๋ซีดมาก และเล็บเริ่มเขียวคล้ำแล้ว ซึ่งกู้ภัยแจ้งว่าสภาพเช่นนี้เหมือนเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 1 ชั่วโมงก่อนกู้ภัยไปถึง ซึ่งขัดแย้งกับคำกล่าวอ้างของคุณนวลว่า เมื่อพบร่างก็โทรแจ้งกู้ภัยทันที ซึ่งกู้ภัยไปถึงใน 20 นาที และประเด็นที่สามคือ ปมประกันชีวิตที่พวกตนตั้งข้อสังเกตว่าเป็นไปได้หรือไม่ ที่จะมีเจตนาปล่อยให้คุณเก๋เสียเลือดจนเสียชีวิต เพื่อหวังผลประโยชน์ด้านเงินประกัน ถึงแม้ครอบครัวจะไม่ต้องการเงินประกันดังกล่าวเลยก็ตาม อีกทั้งญาติยังได้โทรศัพท์ไปตรวจสอบข้อมูลกับ รพ. ที่คุณนวลอ้างว่าสามีมีนัดผ่าตัดริดสีดวงทวารในวันรุ่งขึ้น แต่ทาง รพ. ยืนยันว่าไม่มีประวัตินัดคิวผ่าตัดแต่อย่างใด

 

คุณก้อย ได้ชี้แจงถึงเหตุผลในการเคลื่อนย้ายร่างคุณเก๋ไปยังวัดแสนภูดาษว่า คุณไก่เป็นผู้ลงชื่อดำเนินการส่งฝากศพเพียงผู้เดียวที่ รพ. ตำรวจ และญาติช่วยกันรับผิดชอบค่าฝากวันละ 400 บาท ต่อมาญาติได้หารือกับนิติเวชเพื่อย้ายร่างไปเก็บรักษาต่อที่วัดแสนภูดาษเพื่อเซฟค่าใช้จ่าย โดยติดต่อขอเช่าโลงเย็นพิเศษที่มีระบบควบคุมอุณหภูมิตามคำแนะนำ จนมั่นใจว่าอุณหภูมิพร้อมใช้งาน เมื่อหมดสัญญาจ่ายเงินฝากล่วงหน้าในวันที่ 14 ส.ค. จึงได้เคลื่อนย้ายร่างมาตั้งไว้ที่วัด

 

ส่วนเรื่องการเก็บรักษาที่คุณนวลระบุว่าเก็บไม่ดีจนเริ่มส่งกลิ่น ยืนยันว่ามีกลิ่นมาตั้งแต่วันสวดอภิธรรม 3 คืนแรกที่วัดแล้ว เนื่องจากไม่ได้ใส่โลงเย็น ใส่ในโลงจริงธรรมดาตั้งสวด ทุกคนได้กลิ่นอย่างชัดเจน

 

รศ. นพ. วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี  หรือหมอหมู ได้ให้ข้อมูลทางนิติเวชว่า ใบรับรองแพทย์การตายเบื้องต้นระบุว่า แผลปริทวารหนักร่วมกับภาวะตับแข็ง โดยผู้ป่วยโรคตับแข็งจะมีการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ ทำให้เมื่อมีบาดแผลใด ๆ เลือดจะไหลออกรุนแรงและหยุดยากกว่าคนปกติ แผลปริแยกขนาดใหญ่ (Anal Fissure) ที่แผลไม่ประกบกันร่วมกับริดสีดวงทวาร สามารถทำให้เลือดออกได้ในปริมาณมาก และหากคนไข้เสียเลือดเกิน 1.5 ลิตร ก็ทำให้ช็อกและเสียชีวิตได้ทันทีหากไม่ได้รับการรักษา และการปั๊มหัวใจ ณ จุดเกิดเหตุก็ไม่ได้การันตีอัตราการรอดชีวิตเสมอไป

 

ส่วนประเด็นตัวซีดและเล็บเขียวนั้น อาจเป็นประสบการณ์เฉพาะบุคคล แต่ในทางวิชาการแพทย์ไม่ใช้ลักษณะภายนอกดังกล่าวมาประเมินระยะเวลาการเสียชีวิต ขณะที่รายงานการชันสูตรที่จะออกในวันที่ 1 ก.ย. จะต้องตรวจเนื้อเยื่อและเลือดในห้องแล็บเพื่อหาสารพิษ และตรวจสอบว่ามีภาวะเลือดออกในสมองร่วมด้วยหรือไม่ คือหัวฟาดหรือไม่นั่นเอง ซึ่งอาจเกิดขึ้นหรือไม่ก็ได้

 

คุณนวล ได้ตอบคำถามว่าทำไมถึงไม่โทรแจ้งญาติคุณเก๋ โดยยอมรับว่าไม่ได้แจ้งข่าวการเสียชีวิต เพราะไม่ได้ติดต่อคุยกับญาติสามีนานแล้ว และไม่มีเบอร์ติดต่อ คุณก้อยจึงได้โต้แย้งว่าทำไมจะไม่มี หรือหากไม่มีก็น่าจะมีเวลาหาไได้ เพราะญาติพี่น้องหลายคนทำประกันชีวิตกับคุณนวล ก่อนที่คุณก้อยจะเปิดชนวนเหตุที่ทำให้ครอบครัวต้องตัดสัมพันธ์กันมานานถึง 5 ปีว่า

 

เกิดจากเรื่องการโดงประกันชีวิตที่คุณนวลเป็นตัวแทนดูแล โดยตนเองและครอบครัวตกลงทำประกัน หลังพี่เก๋มาชักชวนขอให้ช่วยทำยอด ตนจ่ายค่าเบี้ยประกันเป็นเงินสดเต็มจำนวน 16,800 บาท กับคุณนวลทุกปี แต่คุณนวลกลับไม่ได้นำส่งเงินเข้าระบบบริษัทประกัน จนมีจดหมายทวงและแจ้งว่ากรมธรรม์จะขาด และยังพบหลักฐานว่ามีการปลอมแปลงลายมือชื่อของตนเในใบมอบฉันทะ เพื่อแอบเบิกเงินปันผลประจำปีปีละ 4,000 บาทไปถึง 3 ปี ส่วนคุณไก่ก็โดนแอบอ้างเอากรมธรรม์ไปกู้เงินถึง 200,000 บาท

 

ตนเคยนำเรื่องไปร้องเรียนที่ คปภ. และเตรียมฟ้องดำเนินคดี แต่คุณแม่ซึ่งอายุมากร้องไห้ บอกว่ารับไม่ไหวหากต้องเห็นลูก ๆ ขึ้นศาลยืนอยู่คนละฝั่ง และพี่เก๋เองก็ยอมรับสารภาพกับตนและแม่พร้อมเอ่ยปากขอโทษ ตนจึงยอมระงับเรื่องคดีเพื่อจิตใจของแม่ ความไม่โปร่งใสและขาดความซื่อสัตย์ในอดีตนี้ จึงเป็นเหตุผลให้ครอบครัวเกิดความเคลือบแคลงสงสัยในตัวคุณนวล

 

คุณเป้ ลูกสาวของคุณก้อย ซึ่งอาศัยอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้วิดีโอคอลเล่าถึงเรื่องเงินประกันว่า ตนเองทำประกันชีวิตไว้ตั้งแต่เรียนจบและย้ายไปอเมริกา ต่อมาเมื่อต้องการติดต่อขอเล่มกรมธรรม์ใหม่ที่สำนักงานย่อยที่แปดริ้ว จึงได้พบความจริงว่ามีการปลอมแปลงลายมือชื่อในหนังสือมอบฉันทะเพื่อเบิกเงินปันผลไป โดยที่ตนอาศัยอยู่ต่างประเทศและไม่เคยรู้เรื่องมาก่อน เมื่อโทรศัพท์ไปต่อว่า ลุงเก๋ถึงกับพูดไม่ออกและยอมรับว่าจะหาเงินมาคืนให้ตน เหตุการณ์นี้ทำให้ตนโกรธมาก และเป็นคนประกาศห้ามไม่ให้เข้ามาเหยียบที่บ้านอีกเด็ดขาด ตนเกือบดำเนินคดีที่ สน. ทองหล่อ แล้วแต่ติดปัญหาเรื่องเอกสารย้อนหลัง 10 ปี ประกอบกับคุณยายขอร้องไว้จึงยอมปล่อย แต่ยืนยันว่าไม่ให้อภัย

 

และที่คุณนวลไปให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อที่ระบุว่า ครอบครัวสามีไม่พอใจเพราะคุณนวลไปห้ามสามีดื่มเหล้า โดยยืนยันว่าสาเหตุที่แท้จริงคือเรื่องโกงเงินประกันดังกล่าว นอกจากนี้ ตนรู้สึกเจ็บปวดและมองว่าเป็นเรื่องตลกมาก ที่คุณนวลให้สัมภาษณ์กังวลว่าญาติจะแอบเปิดโลงศพเพื่อใส่สิ่งแปลกปลอมเข้าไป เพื่อจัดฉากโยนความผิดให้คุณนวล เพราะศพได้ผ่าชันสูตรโดยแพทย์นิติเวชไปตั้งแต่แรกและอวัยวะหยุดทำงานไปหมดแล้ว การใส่สิ่งแปลกปลอมในภายหลังจึงไม่มีผลใด ๆ ทางคดีความ

 

ทนายตุ๋ย พรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์ ได้ชี้แจงข้อกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิ์ในการจัดการศพว่า หากไม่มีพินัยกรรมระบุตัวผู้มีอำนาจจัดการศพไว้ สิทธิ์ดังกล่าวจะตกเป็นของทายาทโดยธรรม ซึ่งในกรณีนี้ประกอบด้วย มารดาผู้เสียชีวิ, ภรรยาที่จดทะเบียนสมรส และลูก ซึ่งตอนนี้ต่างคนต่างใช้สิทธิ์เท่า ๆ กัน จึงอยากให้คุยกันมากกว่า

 

คุณก้อย จึงได้ชี้แจงต่อว่า ที่คุณป้าไก่สามารถย้ายศพไปได้ เพราะมีหนังสือมอบฉันทะถูกต้องจากคุณแม่

 

คุณอี้ แทนคุณ จิตต์อิสระ ให้ความเห็นว่า ตนเชื่อว่าคุณนวลไม่มีเจตนาจะทำร้ายหรือฆาตกรรมสามี เนื่องจากมีความผูกพันใช้ชีวิตร่วมกันมานานกว่า 30 ปี ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นที่เป็นกระเด็น อาจเกิดจากอาการช็อกและไม่เคยเจอกับสถานการณ์กะทันหันเช่นนี้ ตอนนี้สิ่งที่ตนกังวลคือ เรื่องอุณหภูมิความเย็นของโลงเก็บศพ ซึ่งที่ทางวัดมีอยู่นั้นอาจไม่เพียงพอในระยะยาว

 

คุณนวล ได้กล่าวชี้แจงอีกด้านโดยยอมรับว่า สามีเป็นคนดื่มสุราหนักมาก แต่ตนพยายามไม่พูดเพื่อรักษาเกียรติและศักดิ์ศรีของสามี ส่วนประเด็นการผ่าตัดริดสีดวงนั้น สามีเป็นคนโทรศัพท์ไปพูดคุยจองคิวผ่าตัดด้วยตัวเอง ซึ่งตนมีเอกสารประวัติการโทรศัพท์และการรักษาโรคเดิมยืนยันได้ ซึ่งประเด็นนี้ทนายตุ๋ยให้ความเห็นเสริมว่า ที่ญาติโทรไปถามแล้วไม่พบ อาจเพราะทาง รพ. รักษาข้อมูลของคนไข้ตามกฎหมาย เมื่อมีคนที่ไม่ใช่ครอบครัวโดยตรงโทรไปถาม ทาง รพ. จึงแจ้งว่าไม่มี

 

สำหรับการโพสต์ข้อมูลเรื่องศีรษะฟาดพื้น คุณนวลระบุว่า เกิดขึ้นก่อนที่ตนจะได้รับใบรับรองจากแพทย์ จึงแจ้งข้อมูลตามสภาพภายนอกที่เห็นในจุดเกิดเหตุ

 

ส่วนเรื่องทุจริตเงินประกันชีวิตและเงินปันผลในอดีต คุณนวลปฏิเสธการปลอมแปลงเอกสารหรือลายมือชื่อ เนื่องจากธุรกรรมทั้งหมดสามีเป็นคนเดินทางไปดำเนินการกับญาติ ๆ เอง

 

คุณนวล ระบุว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา ตนพยายามเดินทางไปที่วัดเพื่อเจรจา แต่ไม่มีโอกาสได้พูดคุยตกลงกัน ตนใช้ชีวิตร่วมทุกข์สุขกับสามีมานานกว่า 33 ปี ย่อมมีความผูกพันลึกซึ้ง ตนก็รักของตน

 

สุดท้าย หนุ่ม กรรชัย, อี้ แทนคุณ และทนายตุ๋ย ร่วมกันทำหน้าที่เป็นตัวกลางช่วยไกล่เกลี่ย เพื่อเห็นแก่ผู้วายชนม์ โดยสามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันว่า ทั้งสองฝ่ายยินยอมร่วมกันที่จะกำหนดจัดพิธีฌาปนกิจศพของคุณเก๋ หลังจากผลการชันสูตรศพฉบับสมบูรณ์ออกอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ก.ย. ไม่ต้องเก็บให้ครบถึง 100 วัน

 

ส่วนสถานที่จัดงานฌาปนกิจ กำหนดให้จัดขึ้นที่วัดแสนภูดาษ จ. ฉะเชิงเทรา ซึ่งญาติระบุว่าเป็นบ้านเกิดและสถานที่บวชเรียนของคุณเก๋ และเพื่อคุณแม่วัยกว่า 90 ปี ที่ต้องการให้ลูกชายได้กลับไปอยู่ร่วมกับบรรพบุรุษ โดยฝั่งญาติยินดีรับรองความปลอดภัยของคุณนวลและลูกชายในการมาร่วมงานศพอย่างเต็มที่ คุณนวลในตอนแรกซึ่งเหมือนจะไม่ยอม แต่เมื่อบอกว่าเพื่อคุณแม่ของคุณเก๋ คุณนวลก็ยอม พร้อมบอกว่าหากมาคุยกันดี ๆ แบบนี้แต่แรกเธอก็ไม่มีปัญหา และคุณนวลยินยอมที่จะดำเนินการถอนแจ้งความข้อหาขโมยศพ

 

ส่วนค่าใช้จ่ายในการจัดพิธี ทั้งสองฝ่ายยินดีที่จะร่วมรับผิดชอบคนละครึ่ง ส่วนเงินทำบุญหรือซองปัจจัยจากแขกเหรื่อร่วมงาน ทั้งสองฝ่ายจะไม่เก็บไว้ส่วนตัว แต่จะมอบเป็นเงินทำบุญให้แก่วัด

 

สุดท้าย การจัดการอัฐิหลังเผาศพ จะแบ่งให้คุณนวลและฝั่งญาตินำไปเก็บรักษาคนละส่วน ที่เหลือจะนำไปทำพิธีลอยอังคาร

 

ทั้งสองฝ่ายยังตกลงจะติดต่อพูดคุยแจ้งข่าวซึ่งกันและกัน รวมถึงคุณนวลจะเดินทางไปดำเนินการแก้ไขข้อมูลใบมรณบัตร ระบุสถานที่ฌาปนกิจให้ถูกต้องตามกฎหมาย ณ ที่ทำการเขต ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะเอ่ยปากขออโหสิกรรมต่อกัน เดินหน้าเพื่อคนที่จากไปแล้ว


แท็กที่เกี่ยวข้อง
#แย่งศพ
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา  สิ้นพระชนม์
facebook