รายการโหนกระแสวันนี้ ดร.หมวย อริสรา กำธรเจริญ รับหน้าที่ดำเนินรายการแทน หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย พูดคุยเรื่องราวที่เป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในสังคม กรณีของไรเดอร์สาวรายหนึ่งที่ถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) ของสนามม้าฝรั่ง หรือ ราชกรีฑาสโมสร ย่านอังรีดูนังต์ ทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัสถึงขั้นสลบคาที่และกรามหัก เพียงเพราะเข้าไปส่งอาหารให้กับลูกค้าภายในสถานที่ดังกล่าว เหตุการณ์นี้สร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มไรเดอร์เป็นอย่างมาก จนมีการรวมตัวกันของกลุ่มไรเดอร์จิตอาสาเพื่อไปทวงถามความยุติธรรมที่จุดเกิดเหตุและที่สถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน เพื่อกดดันให้มีการดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุ โดยในวันนี้ทางรายการได้เชิญผู้เสียหายคือ คุณตอง ไรเดอร์สาวที่ถูกทำร้าย และ คุณบังมาน แฟนหนุ่มที่อยู่ในเหตุการณ์และถูกทำร้ายเช่นกัน มาร่วมพูดคุย พร้อมด้วยตัวแทนกลุ่มไรเดอร์จิตอาสา คือ คุณบุญเกิน และ คุณบุญชู รวมถึง ทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต เพื่อมาวิเคราะห์ข้อกฎหมายและแนวทางการดำเนินคดี
ในช่วงเริ่มต้นรายการ ดร.หมวย ได้สอบถามถึงอาการบาดเจ็บของคุณตอง ซึ่งเธอเปิดเผยว่าขณะนี้ต้องรอผลการตรวจที่ชัดเจนจากแพทย์อีกครั้ง โดยเบื้องต้นแพทย์ระบุว่าจมูกมีลักษณะเอียง แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเกิดจากการถูกทำร้ายครั้งนี้หรือเป็นมาแต่เดิม ส่วนบริเวณกรามนั้นผลตรวจเบื้องต้นไม่พบรอยหักแต่น่าจะมีอาการร้าว ซึ่งต้องรอการเอกซเรย์ซ้ำเพื่อความแน่ชัด นอกจากนี้ยังมีอาการจมูกเบี้ยว ฟกช้ำตามร่างกาย และเจ็บบริเวณหน้าอกอย่างมาก ทางด้านแฟนหนุ่ม คุณบังมาน ก็ได้รับบาดเจ็บที่ใบหน้าเล็กน้อย แต่สิ่งที่ทำให้เขาเจ็บปวดที่สุดคือความเจ็บใจที่ไม่สามารถช่วยเหลือแฟนสาวได้เต็มที่ ต้องทนเห็นแฟนสลบไปต่อหน้าต่อตาและฟื้นอีกทีที่โรงพยาบาล
คุณตองได้เล่าย้อนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 25 มกราคม ช่วงบ่ายสามโมงว่า เธอได้รับออเดอร์จากร้านกาแฟให้ไปส่งเครื่องดื่มจำนวน 10 แก้ว มูลค่า 700 บาท ที่สโมสรดังกล่าว ซึ่งเธอและแฟนหนุ่มไม่เคยเข้าไปส่งของในสถานที่นี้มาก่อน จึงไม่ทราบกฎระเบียบว่าต้องปฏิบัติอย่างไร เมื่อขี่รถจักรยานยนต์เข้าไป รปภ. คู่กรณีก็ได้ตะโกนถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจว่าเข้ามาได้อย่างไร ใครอนุญาตให้เข้ามา แฟนของเธอจึงถามกลับว่าจะให้ไปจอดรถที่ไหน รปภ. จึงชี้บอกทางให้ไปจอดบริเวณประตูทางซ้ายมือ
หลังจากนั้น แฟนของตองจึงวนรถไปจอดตามจุดที่ รปภ. แนะนำ ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 50 เมตร ส่วนตัวตองลงจากรถและยืนรออยู่บริเวณเดิม ระหว่างนั้น รปภ. คนดังกล่าวได้ยืนบ่นพึมพำอยู่ตลอดเวลา ตองซึ่งกำลังพยายามติดต่อลูกค้าอยู่จึงหันไปบอกให้รอสักครู่ โดยเธอยอมรับว่าใช้น้ำเสียงที่ดังขึ้นมาในระดับหนึ่งเพื่อให้ได้ยิน แต่ยืนยันว่าไม่ได้ตะคอกหรือใช้คำหยาบคาย อย่างไรก็ตาม รปภ. ได้เดินตามหลังมาถามคาดคั้นว่าเมื่อสักครู่เธอพูดว่าอะไร ตองจึงปฏิเสธว่ายังไม่ได้พูดอะไร แต่ รปภ. ไม่ยอมจบและขอดูรหัสไรเดอร์ เบอร์โทรศัพท์ และทะเบียนรถ โดยขู่ว่าจะทำการร้องเรียนพฤติกรรมของเธอ
เมื่อสถานการณ์เริ่มตึงเครียด ตองจึงเรียกแฟนหนุ่มให้กลับมา แฟนของเธอจึงขี่รถวนกลับมาถาม รปภ. ว่ามีปัญหาอะไรกับแฟนของตน ทันใดนั้น รปภ. ได้ปรี่เข้ามาผลักอกแฟนหนุ่ม ตองเห็นท่าไม่ดีและเกรงว่าจะเกิดการทำร้ายร่างกายจึงเข้าไปผลักตัว รปภ. ออก ทำให้ รปภ. หันมาชกเข้าที่ใบหน้าด้านซ้ายของตองจนเธอล้มลง จังหวะที่แฟนหนุ่มพยายามจะวิ่งเข้ามาช่วย รปภ. อีกคนหนึ่งซึ่งเป็นเพื่อนกับคู่กรณีได้เข้ามาล็อกคอและลากตัวแฟนหนุ่มออกไป ทำให้ตองที่ล้มอยู่ถูก รปภ. คู่กรณีทั้งเตะและถีบซ้ำ
ตองอธิบายเพิ่มเติมว่า โดยปกติตามกฎของสถานที่นี้ ไรเดอร์ต้องจอดรถด้านนอกแล้วเดินเข้ามาวางของที่จุดรับส่ง แต่ด้วยความที่เธอไม่รู้จึงขี่เข้ามา ซึ่งเมื่อทราบแล้วก็ได้ปฏิบัติตามด้วยการให้แฟนวนรถออกไปจอด ในช่วงที่มีปากเสียงนั้น เธอกำลังถือถุงกาแฟและคุยโทรศัพท์กับลูกค้าอยู่ ซึ่งลูกค้าได้รับสายและบอกให้วางของไว้ตรงจุดที่กำหนด ตองก็ได้วางของตามที่ลูกค้าบอกโดยไม่ได้มีท่าทีก้าวร้าว แต่ รปภ. กลับแสดงความไม่พอใจตั้งแต่แรกที่เธอขี่รถเข้ามา ตองยืนยันหนักแน่นว่าเธอไม่ได้ด่าทอด้วยคำหยาบคายและไม่ได้ชักสีหน้าใส่ รปภ. แต่อย่างใด
เกี่ยวกับประเด็นการทำร้ายร่างกาย ตองระบุว่า รปภ. ใช้หมัดชกเข้าที่ใบหน้าของเธอทั้งที่เธอยังสวมหมวกกันน็อคอยู่ ทำให้เธอล้มลงทันที เมื่อเธอล้มลง แฟนหนุ่มพยายามเข้ามาช่วยแต่ถูก รปภ. อีกคนล็อกตัวไว้ ตองจึงพยายามวิ่งเข้าไปขอความช่วยเหลือจากคนด้านในสโมสร แต่กลับไม่มีใครออกมาห้ามปรามหรือให้ความช่วยเหลือ ทั้งที่มีเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ยืนอยู่บริเวณนั้นหลายคน รปภ. ผู้ก่อเหตุมีรูปร่างอวบท้วมและตัวใหญ่กว่าเธอมาก ทำให้เธอไม่มีโอกาสป้องกันตัวเลย ตองกล่าวว่าเธอไม่เคยคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์รุนแรงขนาดนี้ เพราะเจตนาเพียงต้องการมาส่งงานให้เสร็จแล้วไปรับงานต่อเพื่อหาเงิน
ในส่วนของคำกล่าวอ้างจากฝั่ง รปภ. ที่บอกว่าตองด่าทอด้วยคำหยาบคายจนทำให้เขาโมโห ตองชี้แจงว่าเธอมีการสบถคำว่า "สัตว์" กับตัวเองเบาๆ ด้วยความหงุดหงิด แต่ไม่ได้หันหน้าไปด่า รปภ. โดยตรง แต่ รปภ. ได้ยินและเข้าใจว่าเธอด่าเขา จึงเข้ามาคาดคั้นและขู่จะร้องเรียน ทางด้านคุณบังมานเสริมว่า การถูกร้องเรียนหรือคอมเพลนสำหรับไรเดอร์นั้นมีผลกระทบต่อระบบงานอย่างมาก ซึ่งเขามองว่า รปภ. ทำเกินหน้าที่ เพราะจริงๆ แล้วหากอธิบายดีๆ ว่าจอดตรงนี้ไม่ได้ต้องไปจอดตรงไหน ปัญหาก็จะไม่เกิด แต่ รปภ. ใช้น้ำเสียงและท่าทีที่ไม่ดี ซึ่งเพื่อนร่วมอาชีพหลายคนก็เคยเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้ที่สถานที่นี้เช่นกัน แต่ส่วนใหญ่เลือกที่จะอดทนเพื่อให้งานจบ
เหตุการณ์ทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อบังมานถูก รปภ. อีกคนล็อกคอแยกออกไป เขาพยายามตะโกนบอกให้ปล่อยเพราะเห็นแฟนสาวกำลังถูกทำร้าย แต่ก็ไม่เป็นผล จนกระทั่งเขาหลุดออกมาได้และวิ่งเข้าไปช่วยแฟน รปภ. คนเดิมก็ยังตามมาล็อกตัวเขาอีกครั้ง ตองเล่าถึงวินาทีที่ถูกทำร้ายซ้ำว่า รปภ. คู่กรณีพยายามจะเตะเธอซ้ำอีกรอบแต่แฟนหนุ่มเข้ามากันไว้ทัน แต่จังหวะสุดท้ายก่อนที่เธอจะสลบ รปภ. ได้ดึงท้ายทอยของเธอขึ้นมาเหมือนจะชกซ้ำ ทำให้เธอเกิดอาการช็อกและแพนิคจนเกร็งไปทั้งตัว โชคดีที่มีโชเฟอร์แท็กซี่ที่เข้ามาส่งผู้โดยสารผ่านมาเห็นเหตุการณ์ รปภ. คนที่ล็อกคอแฟนจึงช่วยเรียกแท็กซี่คันนั้นและให้เงินค่ารถเพื่อพาตองและแฟนหนุ่มไปส่งโรงพยาบาล ส่วน รปภ. คนที่ลงมือทำร้ายได้หายตัวไปจากจุดเกิดเหตุแล้ว
หลังจากเหตุการณ์เกิดขึ้นและตองถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลตำรวจ กลุ่มไรเดอร์ที่ทราบข่าวผ่านทางเพจเฟซบุ๊กต่างๆ เช่น เพจ G เคลื่อนที่เร็ว และ วัยรุ่นลุงลัง ได้รวมตัวกันเดินทางไปที่จุดเกิดเหตุในสนามม้าฝรั่งในช่วงบ่ายสามโมง เพื่อติดตามทวงถามหาตัวผู้ก่อเหตุ คุณบุญเกิน ตัวแทนไรเดอร์ระบุว่า ที่ต้องรวมตัวกันไปเพราะต้องการลงพื้นที่ไปดูข้อเท็จจริงว่าเหตุการณ์เป็นอย่างไร เพราะบ่อยครั้งที่มีข่าวไรเดอร์ทะเลาะวิวาท สังคมมักจะมองไรเดอร์ในแง่ลบ แต่เมื่อไปถึงและได้ฟังเรื่องราวก็พบว่าเป็นไปตามที่ผู้เสียหายเล่า กลุ่มไรเดอร์ต้องการเห็นหน้าคู่กรณีและต้องการคำชี้แจงว่าทำไมต้องทำรุนแรงขนาดนี้ โดยเฉพาะกับผู้หญิง
คุณบุญเกินยังสะท้อนมุมมองว่า อาชีพไรเดอร์เป็นอาชีพที่ไม่มีหน้ามีตาทางสังคม หากไม่มีสื่อมวลชนเข้ามาทำข่าว คดีความมักจะไม่คืบหน้า การที่ไรเดอร์รวมตัวกันออกมาเรียกร้องก็เพื่อให้เรื่องเงียบหายและเพื่อให้ได้รับความเป็นธรรม ด้านคุณบุญชูเสริมว่า ไรเดอร์ต้องมีความอดทนอดกลั้นในการทำงานบริการ แต่เมื่อไม่ได้รับความเป็นธรรมจึงต้องออกมาแสดงพลัง โดยยืนยันว่าไม่ได้สนับสนุนความรุนแรง หากคนของไรเดอร์ผิดก็ยอมรับผิด แต่ถ้าถูกกระทำก็ต้องช่วยกันเรียกร้อง
บรรยากาศที่หน้าสนามม้าฝรั่งมีความตึงเครียด กลุ่มไรเดอร์จำนวนกว่า 300 คนได้ปักหลักรอจนถึงช่วงค่ำ เนื่องจากตำรวจยังไม่สามารถนำตัวผู้ก่อเหตุออกมาได้ทันที เพราะเกรงว่าจะเกิดเหตุรุมประชาทัณฑ์ ทนายเจมส์ให้ความเห็นว่าในกรณีที่เป็นคดีอาญาแผ่นดิน ตำรวจสามารถควบคุมตัวผู้ก่อเหตุได้ทันทีโดยไม่ต้องรอให้ผู้เสียหายมาแจ้งความ แต่ที่ตำรวจประวิงเวลาในการนำตัวออกมา อาจเป็นยุทธวิธีเพื่อความปลอดภัยและลดความตึงเครียดของสถานการณ์ ในที่สุด ตำรวจได้เจรจากับตัวแทนไรเดอร์และนำตัว รปภ. ผู้ก่อเหตุขึ้นรถตำรวจออกไปทางด้านหลังเพื่อนำไปสอบสวนที่ สน.ปทุมวัน ท่ามกลางเสียงตะโกนด่าทอด้วยความโกรธแค้นของกลุ่มไรเดอร์ที่ล้อมรถไว้
เกี่ยวกับข้อกล่าวหาทางกฎหมาย ทนายเจมส์ระบุว่าเบื้องต้นตำรวจอาจตั้งข้อหาทำร้ายร่างกายตามมาตรา 295 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท แต่หากผลแพทย์ระบุว่าตองต้องรักษาตัวเกินกว่า 20 วัน ข้อหาจะเปลี่ยนเป็นทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ตามมาตรา 297 ซึ่งมีโทษหนักขึ้น คือจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 2 หมื่นถึง 2 แสนบาท
ทางฝั่งของ รปภ. คู่กรณี ได้ให้การกับตำรวจว่าเขาก็ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน โดยมีแผลที่นิ้วโป้งเท้าซ้ายและขาขวาฟกช้ำจนเดินกะเผลก ซึ่งเขาอ้างว่าเกิดจากการทะเลาะวิวาทกับไรเดอร์สาว อย่างไรก็ตาม ตองยืนยันเสียงแข็งว่าเธอไม่ได้เตะ หรือใช้หมวกกันน็อคฟาดขา รปภ. แต่อย่างใด อาการบาดเจ็บของ รปภ. อาจเกิดจากการเตะเธอหรือจังหวะชุลมุน ส่วนบังมานยอมรับว่าเขาได้ต่อย รปภ. ไปเพื่อป้องกันตัวและช่วยแฟนสาว แต่ก็ถูกล็อกตัวไว้หลังจากนั้น
นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องอาวุธ ซึ่งตองและบังมานเปิดเผยว่า ก่อนที่ รปภ. จะเดินหนีไป เขาได้พูดข่มขู่ว่า "มึงรอกูนะ" และเดินไปที่จักรยานเหมือนจะไปหยิบมีด ซึ่งบังมานยืนยันว่าเห็น รปภ. ถือมีด แต่ภาพจากกล้องวงจรปิดในมุมนั้นไม่สามารถจับภาพมีดได้ชัดเจน ทำให้ตำรวจแจ้งว่าไม่เห็นอาวุธในภาพ ทนายเจมส์ชี้แจงว่าในระบบศาลไทยต้องใช้พยานหลักฐานที่ชัดเจน หากไม่พบมีดของกลางหรือภาพหลักฐาน การกล่าวหาเรื่องพกพาอาวุธอาจจะมีน้ำหนักน้อย
ในเรื่องของการเยียวยาและความรับผิดชอบ ทนายเจมส์อธิบายว่านอกจากความรับผิดทางอาญาของผู้ก่อเหตุแล้ว นายจ้างคือราชกรีฑาสโมสร ต้องร่วมรับผิดในทางแพ่งด้วย เนื่องจากเหตุเกิดขึ้นในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ของลูกจ้าง ผู้เสียหายสามารถเรียกร้องค่าเสียหาย ค่ารักษาพยาบาล และค่าขาดรายได้ในคดีอาญาได้โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมศาล รวมถึงสามารถยื่นขอรับเงินทดแทนค่าเสียหายในคดีอาญาจากกระทรวงยุติธรรมได้
ตองเปิดเผยด้วยความอัดอั้นตันใจว่า ทางราชกรีฑาสโมสรได้ส่งตัวแทนนำกระเช้าผลไม้และเงินจำนวน 1,000 บาท มามอบให้เธอเมื่อวานนี้ ซึ่งเธอมองว่าเงินจำนวนนี้ไม่เพียงพอแม้กระทั่งค่ารถไปโรงพยาบาล และสิ่งที่เธอต้องการมากกว่าเงินคือความจริงใจและการแสดงความรับผิดชอบ ถามไถ่อาการ หรือเสนอตัวพาไปรักษาพยาบาล แต่กลับได้รับคำตอบว่าต้องรอสรุปรูปคดีก่อนถึงจะคุยเรื่องการเยียวยาได้ ชีวิตความเป็นอยู่ของตองตอนนี้ลำบากมาก เธอมีเงินติดตัวเพียง 130 บาทในวันที่เกิดเหตุ และต้องหยุดงานทำให้ขาดรายได้วันละประมาณ 600 บาท ซึ่งเป็นเงินที่ต้องใช้เลี้ยงดูลูกและจ่ายค่าเช่ารถ พ่อของเธอต้องโอนเงินมาให้ 300 บาทเพื่อประทังชีวิต
ทนายเจมส์และตัวแทนไรเดอร์ต่างมองว่า การกระทำของ รปภ. นั้นรุนแรงเกินกว่าเหตุ แม้จะอ้างว่าบันดาลโทสะจากการถูกด่า แต่การทำร้ายผู้หญิงจนสลบและจะซ้ำเติมนั้นเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ ทนายเจมส์ยังแนะนำว่าหากนายจ้างมีความมนุษยธรรม ควรสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาลและค่าเสียหายเบื้องต้นให้ผู้เสียหายก่อน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและจะเป็นเหตุบรรเทาโทษในชั้นศาลได้ด้วย
ในช่วงท้ายรายการ ตัวแทนกลุ่มไรเดอร์ได้ย้ำว่าพวกเขาไม่ใช่มาเฟียหรือศาลเตี้ย แต่รวมตัวกันเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีและทวงคืนความยุติธรรมให้เพื่อนร่วมอาชีพ เพราะหากไม่ออกมาเคลื่อนไหว คดีมักจะเงียบหาย พร้อมฝากเตือนสติเพื่อนร่วมอาชีพบริการทุกคนให้มีความอดทนอดกลั้นและไม่ใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา รายการปิดท้ายด้วยภาพข่าวขณะ รปภ. ถูกคุมตัว ซึ่งผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงเหตุการณ์ แต่ รปภ. ไม่ได้ตอบคำถามชัดเจน เพียงแต่ขอความเป็นธรรมให้กับตนเองและมีท่าทีเหมือนจะขอโทษเบาๆ ก่อนจะถูกนำตัวไป ดร.หมวยได้ให้กำลังใจตองและบังมาน พร้อมรับปากจะช่วยประสานงานเรื่องการเยียวยากับทางราชกรีฑาสโมสรต่อไป



