เพื่อนสนิท "ป๋อง กพล" ร้องสื่อหลังรักษานอนกรนกับแพทย์ดัง รพ.เอกชน ย่านลาดปลาเค้า นาน 20 เดือน ผ่าตัด 5 รอบไม่หาย แถมจมูกทะลุ ซ้ำเจอวีรกรรมแพทย์ขอยืมเงินคนไข้
ผู้เสียหายซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของ นายกพล ทองพลับ หรือ ป๋อง กพล เดินทางมาร่วมรายการโหนกระแส เพื่อเล่าประสบการณ์การเข้ารับการรักษาอาการนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ กับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระดับอาจารย์ในโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังย่านลาดปลาเค้า โดยเจ้าตัวเปิดเผยว่ามีประวัติการหยุดหายใจขณะหลับและต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ (CPAP) มานานกว่า 10 ปี เมื่อเห็นป้ายโฆษณาและตรวจสอบประวัติแพทย์พบว่าจบการศึกษาระดับสูงทั้งในและต่างประเทศ จึงเกิดความเชื่อมั่น โดยแพทย์ให้คำมั่นว่าจะผ่าตัดเพียงครั้งเดียวก็หายขาด สามารถทิ้งเครื่องช่วยหายใจได้ แต่ความเป็นจริงต้องเข้ารับการผ่าตัดถึง 5 ครั้ง ภายในระยะเวลา 20 เดือน และสภาพร่างกายระบบทางเดินหายใจกลับเสียหายหนักกว่าเดิม
นอกจากความผิดพลาดทางการรักษา ผู้เสียหายยังเปิดเผยพฤติกรรมส่วนตัวของแพทย์เจ้าของไข้ที่สร้างความตกใจอย่างมาก ระหว่างที่แผลผ่าตัดยังไม่หายดี แพทย์ได้แอดไลน์ส่วนตัวมาขอยืมเงินจำนวน 25,000 บาท โดยอ้างว่ามีปัญหาเรื่องที่ดินและต้องการเงินหมุนเวียนฉุกเฉิน ด้วยความเกรงใจและกลัวกระทบต่อการรักษา ผู้เสียหายจึงบ่ายเบี่ยงอ้างเหตุผลครอบครัว แต่เมื่อเดินทางไปตรวจอาการที่โรงพยาบาลและมีเงินสดติดตัวเพียงธนบัตรใบละ 500 บาท จำนวน 2 ใบ จึงตัดสินใจลองใจแพทย์ด้วยการหยิบเงิน 500 บาทออกมา แล้วบอกไปว่ามีติดตัวเท่านี้ หากแพทย์ต้องการยินดีแบ่งให้ครึ่งหนึ่ง ปรากฏว่าแพทย์รับเงินจำนวนดังกล่าวไปทันที สร้างความผิดหวังให้กับผู้เสียหายอย่างมาก และด้วยความกลัวว่าจะถูกกลั่นแกล้งในการรักษา จึงจำยอมโอนเงินเพิ่มให้อีกรวมเป็นเงินกว่า 5,000 บาท ซึ่งภายหลังได้รับเงินคืนเมื่อภรรยาและพี่สาวกดดันให้ทวงถาม
ผลจากการรักษาที่ยืดเยื้อถึง 5 ครั้ง จบลงด้วยความล้มเหลว ผู้เสียหายระบุทั้งน้ำตาว่าสภาพโพรงจมูกและช่องคอปัจจุบันเสียหายหนักกว่าก่อนรักษา ค่าดัชนีการหยุดหายใจพุ่งสูงขึ้นจาก 25 ครั้งต่อชั่วโมง เป็น 28 ครั้งต่อชั่วโมง เมื่อไปตรวจร่างกายละเอียดกับแพทย์ท่านอื่นที่โรงพยาบาลราชวิถี พบว่าผนังกั้นจมูกถูกตัดจนทะลุถึงกันเป็นรูโหว่ กระดูกอ่อนและโครงสร้างภายในถูกตัดออกจนเสียหาย ทำให้มีอาการสำลักน้ำ มีเสมหะและเลือดไหลลงคอตลอดเวลา การกลืนอาหารทำได้ยากลำบาก สำหรับบทสรุปของเรื่องนี้ แพทย์คู่กรณีได้ลาออกจากโรงพยาบาลและเดินทางไปต่างประเทศแล้ว ทิ้งไว้เพียงความเสียหายทางร่างกายของคนไข้ โดยทางโรงพยาบาลต้นสังกัดยังไม่มีมาตรการเยียวยาที่ชัดเจน ผู้เสียหายทิ้งท้ายว่าไม่ได้ต้องการเรียกร้องอะไรมาก เพียงขอให้ร่างกายกลับมาเป็นปกติแค่ 50 เปอร์เซ็นต์ หรือเท่ากับก่อนมารักษาก็พอใจแล้ว แม้ความเป็นไปได้จะน้อยมากเนื่องจากโครงสร้างภายในถูกทำลายไปแล้ว
#หมอผ่าตัดผิดพลาด #รักษานอนกรน #เพื่อนป๋องกพล #โหนกระแส