มาร่วมตีแผ่กระแสที่แรงที่สุดในสังคม กับรายการโหนกระแสthaich3ช่อง 3 กด 33
ติดต่อเราfacebooktiktokxyoutube
honekrsaaehonekrsaae
thaich3ช่อง 3 กด 33honekrsaae
ข่าวกำลังโหน
โหนทุกข่าว
โหนบันเทิง
โหนไปมู
โหนร้องทุกข์
วีดีโอ
search
ปิด
honekrsaae
honekrsaae
มาร่วมตีแผ่กระแสที่แรงที่สุดในสังคม กับรายการโหนกระแส
thaich3ช่อง 3 กด 33
หน้าหลัก
ข่าวกำลังโหน
โหนทุกข่าว
โหนบันเทิง
โหนไปมู
โหนร้องทุกข์
วีดีโอ
Live
ติดต่อเราfacebooktiktokxyoutube

ยกฟ้อง! ‘แอม’ คดีที่ 3 ถูกกล่าวหาวางยาฆาตกรรม ‘นิตยา’ แล้วชิงทรัพย์ ปี 2563


ข่าวด่วน
11 มีนาคม 25691,022
ยกฟ้อง! ‘แอม’ คดีที่ 3 ถูกกล่าวหาวางยาฆาตกรรม ‘นิตยา’ แล้วชิงทรัพย์ ปี 2563

ยกฟ้อง! ‘แอม’ คดีที่ 3 ถูกกล่าวหาวางยาฆาตกรรม ‘นิตยา’ แล้วชิงทรัพย์ ปี 2563

 

ในช่วงเช้าวันที่ 11 มี.ค. 2569 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ได้นัดฟังคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.274/2568 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 8 เป็นโจทก์ฟ้อง ‘นางสรารัตน์ หรือแอม’ ในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อนฯ

 

จำเลยถูกกล่าวหาว่าเมื่อระหว่างวันที่ 22-23 ส.ค. 2463 จำเลยได้ใส่สารพิษไซยาไนด์ลงในเครื่องดื่มให้ น.ส. นิตยา อายุ 36 ปี จนถึงแก่ความตาย เนื่องจากระบบไหลเวียนโลหิตและการหายใจล้มเหลว แล้วชิงเอารถยนต์และทรัพย์สินหลายรายการของผู้ตายไปโดยทุจริต เหตุเกิดที่บ้านพักผู้ตาย ต. โพรงมะเดื่อ อ. เมือง จ. นครปฐม และที่อื่นเกี่ยวพันกัน จำเลยให้การปฏิเสธ

 

ศาลพิเคราะห์จากคำเบิกความของพยาน ให้การยืนยันว่าเคยพบเห็นจำเลยมาหาผู้ตายที่ไซต์งานก่อสร้างโรงพยาบาลใน จ. นครปฐม โดยจดจำใบหน้าของจำเลยได้เป็นอย่างดี ดังนั้นการที่จำเลยอ้างว่าไม่เคยไปหาผู้ตายที่ไซต์งานก่อสร้างจึงเป็นข้อกล่าวอ้างที่ไม่มีพยานหลักฐาน

 

ส่วนคืนเกิดเหตุมีพยานซึ่งเป็นเจ้าหนี้ของผู้ตายไปหาผู้ตายที่หอพัก และพบเห็นว่าจำเลยและผู้ตายนั่งพูดคุยกันอยู่ที่โถงชั้นล่างของหอพัก โดยผู้ตายอ้างว่ากับพยาน ว่าได้นำรถยนต์ไปจำนำไว้ในราคา 150,000 บาทและจะคืนเงินให้กับพยานในวันถัดไป เพราะจะนำเงินไปฝากที่ธนาคารก่อน โดยที่พยานไม่เห็นเงินจำนวนนั้นว่าอยู่ที่ผู้ตายจริงหรือไม่ ขณะเดียวกันผู้ตายได้ชักชวนพยานให้ไปกินข้าวเย็นกับจำเลย แต่พยานปฏิเสธ และมาทราบข่าวว่าผู้ตายเสียชีวิต

 

ขณะที่ผลการผ่าพิสูจน์ศพ แพทย์ที่ทำการผ่าพิสูจน์ศพให้การในชั้นศาลว่า ไม่สามารถวินิจฉัยได้ว่าเสียชีวิตจากสารไซยาไนด์หรือไม่ เนื่องจากไม่มีการตรวจหาสารไซยาไนด์ เพราะไม่มีข้อสงสัยว่าผู้เสียชีวิตเกี่ยวข้องกับสารไซยาไนด์  ขณะที่แพทย์ของโรงพยาบาลศิริราชซึ่งเป็นผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการตรวจหาสารพิษในร่างกาย ให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวนว่า ดูจากภาพถ่ายการเสียชีวิต และผลการชันสูตรของแพทย์นิติเวช คล้ายกับอาการที่เกิดจากสารไซยาไนด์ ซึ่งแพทย์โรงพยาบาลศิริราชให้ความเห็นถูกต้องตามหลักวิชาการ สัมพันธ์กับแพทย์นิติเวชที่ผ่าพิสูจน์ศพ และสัมพันธ์กับพยานที่เบิกความยืนยันว่าผู้ตายมีสภาพร่างกายที่แข็งแรง จึงเชื่อว่าสาเหตุการเสียชีวิตไม่ได้เกิดจากอาการเจ็บป่วย ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่าผู้เสียชีวิตได้รับสารไซยาไนด์จริง

 

ส่วนมูลเหตุที่จำเลยต้องการทรัพย์สินของผู้ตายหรือไม่นั้น  จากพยานหลักฐาน เชื่อว่าผู้เสียชีวิตนำรถยนต์จำนวน 2 คัน เอาไปจำนำไว้กับจำเลย เพราะภายหลังผู้ตายเสียชีวิตจำเลยได้แจ้งให้สามีของผู้ตายไปไถ่ถอนรถยนต์จำนวน 150,000 บาท คืน จึงมีเหตุสงสัยตามสมควรว่าจำเลยประสงค์ต่อทรัพย์ของผู้ตายตามที่โจทก์กล่าวอ้างหรือไม่

 

ส่วนเรื่องของการครอบครองสารไซยาไนด์ ตามพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวนพบว่า จำเลยสั่งซื้อสารไซยาไนด์ ในวันที่ 9 ส.ค. 2565 โดยคดีนี้  โจทก์ไม่สามารถเบิกความและนำสืบได้ว่าจำเลยมีสารไซยาไนด์ไว้ในครอบครองอย่างไร เอามาใช้อย่างไร ดังนั้น ในการพิจารณาว่าจำเลยกระทำผิดหรือไม่ ต้องพิจารณาเป็นเรื่อง ๆ ไป คำพิพากษาในคดีอื่นไม่อาจนำมาเป็นผลร้ายในคดีนี้ได้ กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยพยานหลักฐานของโจทก์และจำเลยในประเด็นอื่นอีกต่อไป เพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง และเมื่อจำเลยไม่มีความผิดตามฟ้องโจทก์ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นการกระทำละเมิดต่อผู้ร้องทั้งสาม จำเลยจึงไม่ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้ร้องทั้งสาม พิพากษายกฟ้องโจทก์และยกคำร้องของผู้ร้องทั้งสาม แต่ให้ขังจำเลยไว้ระหว่างอุทธรณ์

 

น.ส. ธันย์นิชา เอกสุวรรณวัฒน์ ทนายความของแอม เปิดเผยว่า คดีนี้ ศาลเห็นว่าพยานหลักฐานของฝ่ายโจทก์ยังไม่เพียงพอ และไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าจำเลยครอบครองสารไซยาไนด์ในช่วงปี 2563 ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้ตายเสียชีวิต

 

อีกทั้งศาลเห็นว่าการรับจำนำรถเป็นสิทธิ์ที่จำเลยทำได้ตามปกติ และหลังผู้ตายเสียชีวิต จำเลยได้แจ้งบุคคลใกล้ชิดของผู้ตาย รวมถึงให้ญาติมาไถ่ถอนรถกลับไป จึงไม่พบพฤติการณ์ที่ชี้ชัดว่าเป็นการชิงทรัพย์ และโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอ จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้กับจำเลย

 

และแม้ว่าศาลจะมีคำพิพากษายกฟ้อง แต่คดีที่มีอัตราโทษประหารชีวิต ศาลยังให้ควบคุมตัวจำเลยไว้ระหว่างกระบวนการอุทธรณ์ได้ โดยฝ่ายโจทก์ยังมีสิทธิยื่นอุทธรณ์

 

ส่วนแนวทางการต่อสู้คดีอื่น ๆ ที่ยังอยู่ในกระบวนการพิจารณา ทนายความระบุว่า คดีที่ถูกกล่าวหาทั้งหมดสามารถแบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือ คดีที่เกิดก่อนวันที่ 9 ส.ค. 2565 ซึ่งเป็นช่วงก่อนพบข้อมูลการสั่งซื้อไซยาไนด์ และคดีที่เกิดหลังจากนั้น ซึ่งรายละเอียดจะขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานในแต่ละคดีที่ศาลจะพิจารณา

 

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ศาลอาญามีคำพิพากษาคดีความผิดของแอมมาแล้ว รวม 2 คดี โดยคดีแรกถูกกล่าวหาว่าใส่สารไซยาไนด์เพื่อเจตนาฆ่า ก้อย อายุ 33 ปี จนถึงแก่ความตาย ศาลอาญาพิพากษาประหารชีวิตสถานเดียว

 

ส่วนคดีที่ 2 ถูกกล่าวหาว่าใส่สารไซยาไนด์ในอาหารให้ สารวัตรปู อายุ 38 ปี ถึงแก่ความตาย ศาลอาญาพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต

 


แท็กที่เกี่ยวข้อง
#แอม#ไซยาไนด์#วางยา#สารพิษ