วันนี้ ( 4 ก.ค.69) ตำรวจพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานและอาสาสมัครกู้ภัย เข้าตรวจสอบเหตุพบผู้เสียชีวิต 2 ราย ภายในรถเก๋งจอดอยู่ภายในซอยบางแวก 15 เขตภาษีเจริญ กทม. เบื้องต้นผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย และหญิง 1 ราย พบทั้ง 2 คนเสียชีวิตอยู่ภายในรถ จากการตรวจสอบพบร่างชายอายุ 45 ปี นอนหมดสติ อยู่บริเวณเบาะคนขับ และพบร่างหญิงอายุ 27 ปี นอนหมดสติอยู่เบาะข้างในลักษณะเอนเบาะเช่นกัน
ตรวจสอบภายในรถเบื้องต้นไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย หรือข้าวของผู้เสียชีวิตสูญหาย ซึ่งยังทราบว่ารถคันดังกล่าว มีการติดแก๊ส LPG แบบถังโดนัท เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แพทย์ได้ระบุว่า ผู้ตายเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 8-10 ชั่วโมง จากนั้นเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้นำร่างของผู้เสียชีวิตทั้งสองรายส่งชันสูตรเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตต่อไป
ชาวบ้านในพื้นที่ เปิดเผยว่า ตนได้เดินมาเอารถออกจากโรงรถช่วงประมาณตีสาม เพื่อไปส่งภรรยาที่ตลาด ปรากฏว่าเห็นรถเก๋งของผู้ตายจอดอยู่ที่ริมรั้ว ลักษณะสตาร์ตเครื่อง จึงได้ไปเคาะเรียกเพื่อให้ขยับรถ แต่ปรากฏว่า ก็ไม่มีใครตอบรับ คิดว่าคนในรถน่าจะนอนหลับ ตนจึงขับรถออกไป จากนั้นพอกลับมาช่วงเวลาประมาณตีห้า เห็นรถเก๋งยังคงจอดอยู่ที่เดิม แต่ได้มีการดับเครื่องไปแล้ว ตนจึงได้กลับเข้าบ้านไป
กระทั่งช่วง ช่วงเช้าประมาณ 10 โมง ออกมาดูอีกครั้งก็ยังพบว่ารถเก๋งของผู้ตายยังคงจอดอยู่ที่จุดเดิม ตนรู้สึกแปลกใจ เรียกเท่าไหร่ก็ไม่ตอบรับและรถก็ยังถูกล็อกจากด้านใน มีกันแดดบังหน้ารถอย่างดี ตนจึงได้ไปตามชาวบ้านให้มาช่วยกันดู กระทั่งพบว่า มีผู้ชายและผู้หญิงนอนหมดสติในรถ ตนจึงได้มีการประสานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจสอบ
ชาวบ้านในพื้นที่ บอกอีกว่า สำหรับผู้เสียชีวิตตนไม่คุ้นหน้า โดยเฉพาะผู้ชาย จึงคาดว่าไม่ใช่คนในพื้นที่แถวนี้ และน่าจะเข้ามาจอดตั้งแต่ช่วง 5 ทุ่ม ยอมรับว่าตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะในซอยนี้ไม่เคยเกิดเหตุผู้เสียชีวิตในลักษณะแบบนี้มาก่อน
ขณะที่ เจ้าหน้าที่กู้ภัยร่วมกตัญญู ให้ข้อมูลว่า ได้รับแจ้งว่ามีผู้หมดสติในรถภายในซอยบางแวก 15 เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ พบชายหนึ่งรายและหญิงหนึ่งรายไม่มีสติอยู่ในรถ โดยรถล็อกจากด้านในทั้งสี่ประตูจึงได้ทำการใช้อุปกรณ์เปิดรถ ก็พบว่าผู้เสียชีวิตอยู่ในสภาพนอนทั้งสองคนโดยมีเลือดตกและมีน้ำลายฟูมปาก โดยทั้งคู่นอนภายในท่าเดียวกันโดยปรับเบาะให้นอน ในตอนที่เปิดรถครั้งแรกไม่พบกลิ่นแก๊ส รถดับแต่กุญแจรถอยู่ที่ตำแหน่งออนสตาร์ต ตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบร่องรอยการทำร้ายร่างกาย โดยภายในรถพบที่บังแดดติดไว้ที่ด้านหน้าตัวรถและด้านข้างตัวรถถ้ามองจากภายนอกเข้าไปจะไม่เห็น
ด้านน้องชายของหญิงที่เสียชีวิต ให้ข้อมูลว่า ตนจำพี่สาวได้จากรูปร่างและเสื้อผ้า ซึ่งพี่สาวได้เดินทางออกไปจากบ้านเมื่อคืนนี้แต่ไม่รู้ว่าเดินทางไปที่ไหนบอกไว้แค่เพียงว่าเดี๋ยวจะมีคนมารับโดยออกไปในช่วงเวลาประมาณหลัง 01.00 น. ส่วนผู้ชายคนขับรถตนไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนซึ่งพี่สาวก็มีสถานะโสดอยู่
ส่วนตอนที่รถคันดังกล่าวขับรถมารับพี่สาวนั้นตนไม่เห็นเนื่องจากอยู่ภายในบ้าน แล้วตอนที่พี่สาวออกไปก็ไม่เคยบอกอะไรเพราะตามปกติเวลาจะออกจากบ้านพี่สาวก็จะไปเลย ทราบว่าพี่สาวมีโรคประจำตัวคือโรคเลือดจางและก็ทานยาอยู่ประจำ ซึ่งตนก็ติดใจสาเหตุการเสียชีวิตของพี่สาวซึ่งก็ต้องรอทางตำรวจตรวจสอบ
น้องชายของหญิงที่เสียชีวิต บอกอีกว่า ตนมีความผูกพันอยู่กับพี่สาวด้วยกันตั้งแต่เด็กเติบโตจากต่างจังหวัดมาด้วยกัน โดยพี่สาวจะเป็นคนทำงานและส่งเงินมาให้ตนเรียน พี่สาวเพิ่งอายุครบรอบ 27 ปีไปเมื่อวานนี้ เมื่อเช้านี้ตนจะพาน้องชายไปซื้อข้าวกินเมื่อเดินออกมาก็เจอคนมุงดูรถคันดังกล่าวอยู่ ทราบแค่ว่ามีผู้เสียชีวิตเป็นผู้ชายหนึ่งคนและผู้หญิงหนึ่งคน ในตอนแรกยังไม่เอะใจ แต่ส่วนตัวรู้สึกไม่ดีจึงพยายามโทรศัพท์และทักแชตหาพี่สาวแต่ไม่ตอบ ซึ่งตนก็พยายามโทรไปเรื่อย ๆ ตั้งแต่เวลาบ่าย 2 โมง แต่ก็ไม่มีการรับสาย โทรสอบถามคนที่รู้จักภายในที่ทำงานก็ไม่สามารถติดต่อพี่สาวได้เช่นกัน ตามปกติเวลาพี่สาวออกไปไหนมาไหนตอนกลางคืนก็จะกลับมาในช่วงเช้าเพื่อเตรียมตัวไปทำงาน แต่วันนี้กระเป๋าของพี่สาวยังอยู่ในห้อง หลังจากที่ตนได้เห็นภาพบุคคลที่เสียชีวิตภายในรถก็มั่นใจว่าเป็นพี่สาวเนื่องจากหุ่นและเสื้อผ้า
ขณะที่กล้องวงจรปิดอีกมุมหนึ่งจับภาพได้ในเวลา 02.00 น. โดยจะเห็นชายที่เสียชีวิตขับรถมากับหญิงที่เสียชีวิต ขับผ่านหน้าบ้าน ก่อนจะถอยหลังมาจอดที่หน้าบ้าน และจอดตรงจุดนี้เป็นจุดสุดท้ายก่อนจะเสียชีวิต