มาร่วมตีแผ่กระแสที่แรงที่สุดในสังคม กับรายการโหนกระแสthaich3ช่อง 3 กด 33
ติดต่อเราfacebooktiktokxyoutube
honekrsaaehonekrsaae
thaich3ช่อง 3 กด 33honekrsaae
ข่าวกำลังโหน
โหนทุกข่าว
โหนบันเทิง
โหนไปมู
โหนร้องทุกข์
วีดีโอ
search
ปิด
honekrsaae
honekrsaae
มาร่วมตีแผ่กระแสที่แรงที่สุดในสังคม กับรายการโหนกระแส
thaich3ช่อง 3 กด 33
หน้าหลัก
ข่าวกำลังโหน
โหนทุกข่าว
โหนบันเทิง
โหนไปมู
โหนร้องทุกข์
วีดีโอ
Live
ติดต่อเราfacebooktiktokxyoutube

ผอ. ชี้แจงกรณี ด.ญ. วัย 12 ปี โดนรุมทำร้าย ยันโรงเรียนไม่ได้ปัดความรับผิดชอบ ทำทัณฑ์บนและเรียกผู้ปกครองมาพบแล้ว


ดราม่า
21 สิงหาคม 2569473
ผอ. ชี้แจงกรณี ด.ญ. วัย 12 ปี โดนรุมทำร้าย ยันโรงเรียนไม่ได้ปัดความรับผิดชอบ ทำทัณฑ์บนและเรียกผู้ปกครองมาพบแล้ว

ผอ. ชี้แจงกรณี ด.ญ. วัย 12 ปี โดนรุมทำร้าย ยันโรงเรียนไม่ได้ปัดความรับผิดชอบ ไม่เคยพูด "เหตุเกิดนอกโรงเรียน ไม่เกี่ยว" เผยกลุ่มเด็กผู้ก่อเหตุมีตั้งแต่ ป. 4 - ป. 6 ทำทัณฑ์บนและเรียกผู้ปกครองมาพบแล้ว

 

จากกรณีปรากฏคลิปเหตุการณ์ ด.ญ. วัย 12 ปี ถูกกลุ่มเพื่อนนักเรียนประมาณ 4-5 คน รุมทำร้ายอย่างหนัก ย่าของเด็กเผยว่าหลังเกิดเหตุได้เข้าแจ้งความที่ สน. คลองตัน แล้ว แต่รู้สึกว่าเรื่องยังไม่คืบหน้า ทางโรงเรียนไม่ได้เข้ามารับผิดชอบ โดยให้เหตุผลว่าเหตุเกิดนอกโรงเรียน ที่ผ่านมามีพ่อแม่และผู้ปกครองของเด็กที่ก่อเหตุประมาณ 5 คน เดินทางมาขอโทษ และให้เด็กเข้ามาขอโทษ แต่มองว่าการขอโทษเพียงอย่างเดียวไม่สามารถทำให้อาการบาดเจ็บหายไปได้ นักเรียนที่ก่อเหตุทำเพียงแค่ยกมือไหว้ส่ง ๆ ไม่พูดอะไร อยากให้ทุกฝ่ายเข้ามารับผิดชอบ เพราะที่ผ่านมาเสียค่าใช้จ่ายทั้งค่ารักษาพยาบาลและค่าเดินทางไป รพ. เป็นจำนวนมาก ขณะที่ตนเองก็มีรายได้ไม่มากนัก

 

ขณะที่ พ.ต.อ. พิสิษฐ์ มีวิริยกุล ผกก. สน. คลองตัน เปิดเผยว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้ส่งตัวเด็กหญิงผู้เสียหายไปตรวจร่างกายแล้ว และอยู่ระหว่างรอสอบปากคำผู้เสียหาย ทราบตัวกลุ่มเด็กที่ปรากฏในคลิปแล้ว ยังไม่ได้ประสานไปยังผู้ปกครองของเด็กกลุ่มดังกล่าว เนื่องจากต้องสอบปากคำผู้เสียหายก่อน แต่มีการประสานไปยังโรงเรียน เบื้องต้นโรงเรียนให้ข้อมูลว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นนอกเวลาเรียน และสถานที่เกิดเหตุไม่ได้อยู่ภายในโรงเรียน แต่ถ้าหากทางตำรวจจะดำเนินการตามขั้นตอนทางโรงเรียนก็ไม่ได้ขัดข้อง

 

ความคืบหน้าล่าสุด ผู้อำนวยการสถานศึกษา เปิดเผยว่า โรงเรียนไม่ได้ปฏิเสธความรับผิดชอบ โดยเด็กที่ได้รับผลกระทบเป็นนักเรียนของโรงเรียนเรา จึงต้องดูแลทั้งกรณีที่เกิดขึ้นภายในและนอกโรงเรียน แต่จะดูแลในส่วนที่โรงเรียนสามารถดำเนินการได้

 

สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผู้ปกครองได้แจ้งความดำเนินคดีที่ สน. คลองตัน และทางโรงเรียนเพิ่งทราบเรื่องหลังจากผู้ปกครองแจ้งมา จากนั้นโรงเรียนได้สอบถามข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับเหตุการณ์ โดยพูดคุยกับผู้ปกครองผ่านครูประจำชั้น

 

ส่วนกรณีที่มีการระบุว่าเกิดเหตุนอกโรงเรียน โรงเรียนจึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ผอ. ยืนยันว่า ไม่เคยพูดเช่นนั้น และเบื้องต้นโรงเรียนไม่มีการพูดว่าเมื่อเกิดเหตุนอกโรงเรียนแล้วไม่เกี่ยวข้องกับโรงเรียน

 

โรงเรียนทราบข่าวหลังช่วงเย็นของวันที่เกิดเหตุ ครูประจำชั้นได้รับแจ้งว่าเด็กมีเรื่องทะเลาะวิวาทกัน และผู้ปกครองได้พาเด็กไปแจ้งความ จากนั้นทาง สน. คลองตัน ได้พาเด็กไปตรวจร่างกาย ก่อนที่ครูจะนำเรื่องมาแจ้ง ผอ. ให้ทราบ

 

และหลังเกิดเหตุได้มีการเรียกกลุ่มนักเรียนผู้ก่อเหตุเข้ามาพูดคุยแล้ว โดยนักเรียนผู้ก่อเหตุมีทั้งชั้น ป. 4 ป. 5 และ ป. 6 ขณะที่ผู้เสียหายเรียนอยู่ชั้น ป. 6

 

สำหรับบทลงโทษ ผอ. ระบุว่า ตามระเบียบของกรุงเทพมหานคร มีทั้งการว่ากล่าวตักเตือน ทำทัณฑ์บน ตัดคะแนน และปรับพฤติกรรม โดยเบื้องต้นโรงเรียนได้เรียกผู้ปกครองและนักเรียนมาพบ และได้ทำทัณฑ์บนแล้ว

 

ส่วนกรณีที่น้องผู้เสียหายบอกกับผู้สื่อข่าว ว่าเคยโดนทำร้ายมาแล้วหนึ่งครั้ง เป็นเรื่องของบุหรี่ไฟฟ้า จนน้องถูกเพื่อนไปลากถึงหน้าบ้านมาทำร้าย ครูประจำชั้นได้รับเรื่องเบื้องต้น และได้ว่ากล่าวตักเตือนไปแล้ว ส่วนกรณีที่มีการลากน้องจากบ้านมาตบ ไม่ได้รับทราบข้อมูลดังกล่าว มีเพียงคุณครูแจ้งว่าเกิดเหตุขึ้น และได้ทำเรื่องว่ากล่าวตักเตือน พร้อมแจ้งผู้ปกครองทราบ

 

สำหรับมาตรการเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า ทุกเช้าก่อนเข้าโรงเรียนจะมีการตรวจกระเป๋านักเรียน และในช่วงโฮมรูมจะให้ครูประจำชั้นตรวจสอบอีกครั้ง โดยตรวจทุกระดับชั้น เนื่องจากบางครั้งนักเรียนอาจฝากสิ่งของผ่านนักเรียนรุ่นน้องหรือเด็กเล็ก จึงต้องตรวจสอบทุกระดับชั้น

 

ยืนยันว่า โรงเรียนไม่ได้นิ่งเฉย หลังรับทราบเรื่องได้เชิญผู้ปกครองของนักเรียนที่ก่อเหตุมาพบเป็นรายบุคคล มีการทำบันทึกและเอกสารเกี่ยวกับการว่ากล่าวตักเตือนและทำทัณฑ์บน ขณะที่เด็กได้สารภาพ และโรงเรียนให้นักเรียนมาชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

 

และหลังทราบว่ามีคลิปเหตุการณ์ถูกเผยแพร่ โรงเรียนได้กำชับไม่ให้มีการเผยแพร่คลิป เนื่องจากอาจทำให้เด็กที่ถูกกระทำรู้สึกไม่ดี พร้อมสื่อสารผ่านครูและนักเรียนว่า หากได้รับคลิปหรือข้อมูลดังกล่าว ขออย่าแชร์ต่อ

 

ส่วนมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ จะดูแลนักเรียนผู้เสียหายอย่างใกล้ชิดมากขึ้น โดยมีครูแนะแนว ครูประจำชั้น และคณะกรรมการที่ดูแลนักเรียนเข้ามาช่วยกันดูแล สำหรับนักเรียนที่ก่อเหตุ นอกจากการทำทัณฑ์บนแล้ว โรงเรียนจะปรับพฤติกรรม ดูแลอย่างใกล้ชิด และติดตามพฤติกรรมอย่างต่อเนื่องว่ามีการปรับเปลี่ยนหรือไม่

 

เมื่อถามว่าหากนักเรียนไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม จะถึงขั้นพักการเรียนหรือไล่ออกจากโรงเรียนหรือไม่ ผอ. กล่าวว่า โรงเรียนไม่สามารถให้นักเรียนออกจากการเรียนได้ เนื่องจากเป็นการศึกษาภาคบังคับ แต่สามารถหาแนวทางร่วมกัน และอาจประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

 

นายบัญชา สืบกระพัน ผอ. สำนักงานเขตสวนหลวง กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องที่สร้างความไม่สบายใจ โดยโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครมีนโยบายที่ชัดเจนในเรื่องความปลอดภัย การทะเลาะวิวาท และการบูลลี่ ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง โดยโรงเรียนพยายามดูแลนักเรียนผ่านครูแนะแนวและครูประจำชั้น เพื่อดูแลพฤติกรรมนักเรียน

 

เดิมมีเด็กจากภายนอกมากลั่นแกล้งนักเรียนในโรงเรียน ทางเขตจึงส่งเทศกิจเข้าไปดูแล นอกจากอำนวยความสะดวกด้านการจราจรช่วงเช้าและเย็นแล้ว ยังพยายามตรวจสอบจุดที่อาจมีเด็กจากภายนอกเข้ามากลั่นแกล้งนักเรียน

 

ส่วนมาตรการป้องกันสิ่งที่อาจก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัย เช่น อาวุธและบุหรี่ไฟฟ้า โรงเรียนมีการตรวจค้น โดยหลายโรงเรียนมีเครื่องตรวจจับโลหะ แม้เด็กในปัจจุบันจะมีวิธีหลบเลี่ยง แต่ทุกโรงเรียนพยายามดูแลพฤติกรรมและความปลอดภัยอย่างเต็มความสามารถ

 

จากเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้น จะต้องกำชับโรงเรียนให้เข้มกว่าปกติ และพยายามให้ครูกับนักเรียนไม่ห่างเหินกันมาก เพื่อให้นักเรียนรู้สึกสบายใจและสามารถเล่าเรื่องต่าง ๆ ให้ครูฟังได้ ดีกว่าไปพูดคุยกันเองในกลุ่มเพื่อน ซึ่งจะช่วยให้เรื่องร้ายแรงอาจเบาบางลง

 

ส่วนกรณีคำพูดที่อาจมีการระบุว่า เหตุเกิดนอกโรงเรียน โรงเรียนไม่ต้องรับผิดชอบ นายบัญชา กล่าวว่า อาจต้องมีการสื่อสารและตรวจสอบวิธีการให้ข่าวหรือการพูดกับผู้เสียหาย เพราะบางครั้งโรงเรียนอาจไม่ได้พูด เพียงแต่ความไม่เข้าใจในการสื่อสารอาจแพร่ไป โดยหลักการคิดว่าไม่น่าจะมีการพูดเช่นนั้น

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ผกก. สน. คลองตัน และครอบครัวผู้เสียหาย ให้ข้อมูลเหมือนกันว่า โรงเรียนบอกว่าเหตุเกิดนอกสถานที่และนอกเวลาเรียน นายบัญชา กล่าวว่า คงต้องกลับไปตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้ง และอาจต้องติวเข้มเรื่องความรับผิดชอบ เพราะบางครั้งมันครอบจัดวาล ความรับผิดชอบอาจอยู่ในขอบเขตโรงเรียนหรือนอกโรงเรียน แต่จะมีขอบเขตของแต่ละส่วน เช่น หากเกิดนอกโรงเรียนก็สามารถประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลได้ ตนขออนุญาตตรวจสอบอีกครั้ง

 

ด้าน พ.ต.ท. เจษฎา ทองทวี สวป. (ชส.) สน. คลองตัน กล่าวว่า กรณีตรวจสอบพฤติกรรมเด็ก โรงเรียนและสถานีตำรวจมีปฏิสัมพันธ์และประสานงานกันโดยตลอด หากมีสิ่งผิดปกติ โรงเรียนกับโรงพักจะประสานกัน

 

กรณีนี้ทราบว่าเหตุเกิดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และมีการพูดคุยกัน ในด้านกฎหมายจะดำเนินการเท่าที่กฎหมายเอื้อประโยชน์ให้ตำรวจสามารถดำเนินการได้ เนื่องจากเด็กก็คือเด็ก

 

ส่วนมาตรการป้องกันของ สน. คลองตัน ก่อนเลิกเรียนจะมีสายตรวจมาประจำอยู่ฝั่งโรงเรียนมัธยมฯ เนื่องจากเน้นดูแลนักเรียนโต แต่เหตุครั้งนี้เกิดขึ้นที่ฝั่งโรงเรียนประถมฯ ซึ่งผู้บังคับบัญชารับทราบแล้ว และจะดำเนินการแก้ไข พร้อมป้องกันอย่างเต็มที่

 

ส่วนกรณีทางกฎหมายว่าจะสามารถเอาผิดใครได้บ้าง พ.ต.ท. เจษฎา กล่าวว่า ต้องดูจากการสอบสวน หากพบว่าพฤติกรรมของเด็กที่เป็นผู้กระทำ เกิดจากการขาดการดูแลเอาใจใส่เท่าที่ควรของผู้ปกครอง ก็ต้องพิจารณาในส่วนดังกล่าวด้วย บางครั้งก็น่าเห็นใจทางโรงเรียน เพราะครูหนึ่งคนต้องดูแลนักเรียนทั้งห้อง ขณะที่ครอบครัวหนึ่งอาจดูแลเด็กเพียงหนึ่งหรือสองคน อีกทั้งเหตุเกิดนอกโรงเรียน ซึ่งเกินกว่าที่คุณครูจะดูแลได้ และเด็กเองก็รู้ว่าตำรวจอยู่ตรงไหน จึงอาจหลบเลี่ยงได้

 

ส่วนเรื่องบุหรี่ไฟฟ้า พ.ต.ท. เจษฎา กล่าวว่า โรงเรียนมีการพูดคุยเรื่องนี้กันตลอด โดยเฉพาะโรงเรียนกับสถานีตำรวจ ที่จะมีโครงการที่ตำรวจจะเข้ามาให้ความรู้เกี่ยวกับยาเสพติด การใช้ยา และพฤติกรรมที่ไม่ดีต่าง ๆ โดยจะพูดคุยกับนักเรียนอย่างต่อเนื่อง

 

เมื่อถามถึงกรณีเด็กประถมเริ่มมีพฤติกรรมรุนแรง รวมถึงสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า พ.ต.ท. เจษฎา กล่าวว่า ตำรวจมีการตรวจสอบอย่างเข้มข้น เมื่อทราบข่าวเกี่ยวกับการผลิตหรือการควบคุม ก็จะเข้าไปดำเนินการ

 

ส่วนจะต้องเพิ่มมาตรการดูแลเด็กประถมฯ หรือไม่ พ.ต.ท. เจษฎา ยืนยันว่า แน่นอน โดยหากข้อมูลที่ออกสื่อเป็นสาเหตุหนึ่งของเหตุการณ์ ก็เชื่อว่าจากเหตุการณ์ที่ผ่านมาที่เกี่ยวข้องกับโรงเรียน มาตรการดูแลในส่วนของตำรวจไม่ได้หย่อนยาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบุหรี่ไฟฟ้า ยาเสพติดอื่น ๆ พฤติกรรมต่าง ๆ และเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นแทรกซ้อน ตำรวจไม่ได้อยู่นิ่งนอนใจ

 


แท็กที่เกี่ยวข้อง
#เด็กและเยาวชน#เด็กและเยาวชน#เด็กนักเรียน#ความรุนแรง
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา  สิ้นพระชนม์
facebook