จากกรณีเมื่อวันที่ 30 มี.ค.ที่ผ่านมา เกิดเหตุชาย อายุ 24 ปี คลุ้มคลั่งได้ใช้อาวุธมีดขนาดความยาว 34 เซนติเมตร แทงทำร้ายหญิง อายุ 20 ปี แฟนสาวและ หญิง อายุ 44 ปี ญาติของแฟนสาว เสียชีวิต เหตุเกิดที่บ้านหลังหนึ่งในพื้นที่หมู่ที่ 15 บ้านโนนเที่ยง ตำบลนามน อำเภอนามน จังหวัดกาฬสินธุ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไว้ได้ พร้อมตั้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ระหว่างควบคุมตัวผู้ก่อเหตุได้บอกกับผู้สื่อข่าวว่า “ผมเป็นคนบ้า” และยังสั่งเสียครอบครัวด้วยว่าให้ดูแลตัวเองดี ๆ นะ ทางนี้ไม่ต้องเป็นห่วง ก่อนขึ้นรถตำรวจออกไปจากโรงพัก
ล่าสุดวันนี้ (7 มิ.ย.69) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านของผู้เสียชีวิต โดยได้พบกับแม่ของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คน และเพื่อนของผู้เสียชีวิตที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้น โดยแม่ของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า วันที่ 4 มิ.ย.69 ได้เดินทางไปรับฟังการอ่านสำนวนที่ สภ.นามน โดยสำนวนของตำรวจเขียนว่า ทำร้ายผู้อื่นจนทำให้เสียชีวิต ซึ่งตนในฐานะผู้เป็นแม่คิดว่าข้อหาอ่อน อยากให้ตำรวจตั้งข้อหา “พยายามฆ่า” เพราะมีคนที่อยู่ในเหตุการณ์เห็นว่าผู้ก่อเหตุได้เตรียมการไว้เป็นอย่างดีก่อนก่อเหตุ และอยากให้ตำรวจเรียกคนที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดไปสอบปากคำ ไม่ใช่เรียกตัวคนที่ไม่เห็นเหตุการณ์ไปสอบปากคำ เพราะทุกคนที่ตำรวจเรียกไปล้วนแต่เป็นญาติฝั่งผู้ก่อเหตุ
แม่ของผู้เสียชีวิต กล่าวต่อว่า วันเกิดเหตุ ลูกสาวโทรมาบอกว่าทางบ้านของผู้ก่อเหตุโทรมาเรียกให้ไปกินข้าวด้วย ตนจึงบอกลูกว่าไปแล้วก็ให้รีบกลับมานะ ต่อมาอีกประมาณ 10 นาที ก็มีคนโทรมาบอกว่าลูกสาวถูกผู้ก่อเหตุเอามีดแทง พอได้ยินก็ช็อกแทบจะล้มทั้งยืน ลูกสาวออกจากบ้านไปแค่ 10 นาที เหมือนเขาเรียกลูกไปฆ่า ลูกก็เพิ่งเรียนจบแล้วจะไปทำงานกับตน ก็เลยขอกลับมาบ้าน 2 สัปดาห์ เพื่อกลับมาเที่ยวสงกรานต์ แต่ก็ต้องมาจบชีวิตลงอย่างน่าสงสาร
แม่ของผู้เสียชีวิต บอกอีกว่า “ล่าสุดลูกสาวได้มาเข้าฝัน มาถามว่าเขาจะเอาเงินค่าสินสอดมาวางไหม เขารับปากกับลูกไว้แล้ว ก็ต้องมาตามสัญญา แต่ความจริงตนไม่อยากได้เงินหรืออะไรจากเขา อยากได้ชีวิตแลกชีวิต ไม่เข้าใจทำไมคนที่อยู่บ้านตอนเกิดเหตุถึงปล่อยให้เขาทำร้ายได้ถึง 2 คน ไม่สมกับที่ลูกสาวของตนรักเขามาก ทำไมไม่ช่วยรักษาชีวิตลูกสาวของตนให้ด้วย หัวอกของคนเป็นแม่เหมือนกัน”
ขณะที่ เพื่อนของผู้เสียชีวิต พยานที่อยู่ในเหตุการณ์ แต่ตำรวจยังไม่สอบปากคำ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวเป็นครั้งแรกว่า “ตอนแรกที่ตนเข้าไปในบ้านกับผู้เสียชีวิต ผู้ก่อเหตุยังไม่ได้สะพายย่าม สักครู่ก็เห็นผู้ก่อเหตุเดินออกไปข้างนอกแล้วสะพายย่ามเข้ามา เหมือนตั้งใจไว้แล้ว และวันเกิดเหตุผู้ก่อเหตุยังโทรตามตลอด จนผู้เสียชีวิตเกิดความกลัว จึงได้ชวนตนไปเป็นเพื่อน
ด้านแม่ของผู้เสียชีวิตอีกคน เปิดเผยว่า “อยากให้ศาลตัดสินหนัก ๆ ไม่อยากให้คดีอ่อน อยากออกโหนกระแส แล้วช่วงเช้าของวันนี้แม่ของผู้ก่อเหตุก็เข้ามาหา บอกว่าทำไมไม่เอาเงิน 2 หมื่นกับเขา ตนก็เลยบอกว่ายังไม่อยากได้ ถ้าอยากได้วันไหนจะไปบอกเอง”
จากนั้นผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ติดต่อไปยัง พ.ต.อ.กฤษฎิ์ภิวัชร์ ปรีดาพันธุ์ ผกก.สภ.นามน เพื่อสอบถามเกี่ยวกับความคืบหน้าของคดี โดย พ.ต.อ.กฤษฎิ์ภิวัชร์ให้ข้อมูลเบื้องต้นว่า “ตำรวจยังไม่ได้ส่งสำนวนการสอบสวนคดีนี้ให้กับทางอัยการ เพราะถ้าส่งตนต้องเซ็นเอกสาร แต่ยังไม่ได้เซ็นเอกสารแต่อย่างใด เพราะกระบวนการยังไม่เสร็จสิ้น ต้องรอผลชันสูตร ผลการตรวจคราบเลือด และเป็นไปไม่ได้ที่จะแจ้งข้อหาทำร้ายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย ไม่ต้องห่วงให้ความเป็นธรรมเต็มที่”