จากกรณีเที่ยวบิน FZ1073 ของสายการบิน Flydubai ซึ่งเดินทางจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ไปยังอิสราเอล ต้องเปลี่ยนเส้นทางและลงจอดที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย หลังมีการส่งสัญญาณฉุกเฉิน โดยเจ้าหน้าที่อิสราเอลรายหนึ่งระบุว่า เกิดเหตุการณ์ ไฮแจ็ค (Hijack) หมายถึง การใช้กำลังหรืออำนาจเข้ายึดหรือปล้นยานพาหนะ หรือเข้าควบคุมระบบและข้อมูลต่างๆ โดยไม่ได้รับอนุญาต
เฟซบุ๊ก Weerawat Rugpan ซึ่งเป็นคนไทยที่อยู่บนเครื่องบินลำดังกล่าว ได้โพสต์พร้อมเช็กอินสถานท่ี่อยู่ Israel , Tel Aviv พร้อมแคปชันระบุว่า 30/09/26 ดูไบ - เทลอาวีฟ fz 1073 ลงจอดฉุกเฉิน ที่ซาอุฯ Hijack บันทึกไว้เตือนชีวิตว่า ประสบการณ์ครั้งนี้รอดชีวิตด้วยพระคุณปู่ย่า ตา ยาย แม่ ป้า และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นับถือช่วยยึดเหนี่ยวจิตใจ ขอบคุณครอบครัว ที่คอยห่วงใย
เจ้าของคลิป เปิดเผยว่า กลับมาพักร้อนที่ประเทศไทย 1 เดือน และกำลังเดินทางกลับ ซึ่งวันที่เดินทางคือวันที่ 30 ก.ย.69 ซึ่งเป็นวันที่เกิดเหตุการณ์พอดี ตนนั่งเครื่องจากสนามบินสุวรรณภูมิมาลงที่ดูไบ เพื่อต่อเครื่องไปที่เทลอาวีฟ ระยะเวลาที่บินมาถึงดูไบ เวลาประมาณ ตี 5.40 น. ซึ่งทุกอย่างปกติมาก
หลังจากนั้นผมก็นั่งรถบัสต่อไปขึ้นเครื่องบิน เวลาประมาณ 6.30 น. จากการสังเกตไฟลต์ดังกล่าว เป็นชาวอิสราเอลทั้งหมด มีผมคนเดียวที่เป็นชาวไทย และไม่มีชาวต่างชาติอยู่บนเครื่องบินลำนี้ ส่วนที่นั่งบนเครื่องบินผมได้นั่งกลางลำ และใกล้ประตูฉุกเฉิน โดยกว่าจะถึงจุดหมายใช้เวลาประมาณ 4-5 ชั่วโมง
หลังจากเครื่องบินขึ้นแล้วทุกอย่างปกติมาก จนกระทั่งบินมาเกือบ 2 ชั่วโมง แอร์โฮสเตสได้เดินแจกอาหารเช้า ซึ่งผมกินได้ไม่ถึง 5 นาที เครื่องบินดิ่งลงถึง 2 รอบ คล้ายเครื่องบินตกหลุมอากาศ แต่ครั้งนี้รุนแรงผิดปกติ ทุกคนบนเครื่องมีทั้ง เด็กน้อย ผู้หญิง ผู้สูงอายุ ต่างคนต่างร้องไห้โฮ เพราะบางคนไม่ได้รัดเข็มขัด ทำให้ตัวกระเด็นลอยขึ้น ส่งผลให้เหตุการณ์ในครั้งนี้มีผู้บาดเจ็บ แต่ส่วนตัวผมปลอดภัยดี เพราะรัดเข็มขัดดอยู่ตลอดเวลา
หลังจากเครื่องบินดิ่งซ้ำถึง 2 รอบ ก็เกิดเหตุการณ์ความวุ่นวายบนเครื่อง เพราะมีคนได้ยินเสียงการต่อสู้ในห้องนักบิน และมีเสียงร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ ณ ตอนนั้น มีประกาศแค่ว่าให้ทุกคนนั่งอยู่กับที่ อย่าลุกออกจากที่นั่ง เพราะมีหลายคนวิ่งไปดูว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น
นอกจากนี้ยังมีสจ๊วด และแอร์โฮสเตส ได้ตะโกนขอความช่วยเหลือบนเครื่องบิน ถามว่าใครเป็นหมอ ทหาร ตำรวจ ซึ่งก็มีคนที่เป็นฮีโร่เข้าไปช่วยเหลือ จังหวะนั้นก็มีเสียงร้องออกมาดังมาก เพราะเขาน่าจะเห็นเลือดไหลเป็นจำนวนมาก
หลังจากประมาณ 15 นาที เหตุการณ์วุ่นวายทุกอย่างก็สงบลง ควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ กัปตันก็ต้องหาสนามบินใกล้เคียงบริเวณนั้น เพื่อลงจอดฉุกเฉิน แต่ ณ ตอนนั้น ไม่มีใครรู้ว่าอยู่น่านฟ้าของประเทศอะไร แต่สุดท้ายได้ที่ลงจอดฉุกเฉินในเมืองเล็กๆ ของประเทศซาอุดิอาระเบีย
ซึ่งจากการสังเกตก่อนลงจอด ผมเห็นรอบข้างเป็นทะเลทรายทั้งหมด ไม่มีบ้านคนอยู่ใกล้เคียงบริเวณ เมื่อเครื่องบินลงจอดสำเร็จ ได้มีทางเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจเข้มมาก เพราะกลัวว่าจะมีการก่อการร้ายเกิดขึ้น โดยวันนั้นผมทราบคร่าวๆ จากชาวอิสราเอลเดินมาบอกว่า เป็นเหตุการณ์ Hijack
เจ้าของคลิป เปิดเผยต่อว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าวบนเครื่องดิ่งซ้ำ 2 รอบ ตอนนั้นผมสับสนมาก ไม่รู้เกิดเรื่องราวอะไรขึ้น ถ้าร้ายแรงมากกว่านี้จะรอดไหม เพราะตอนนั้นเครื่องยังไม่ถึงพื้น ผมร้องไห้ไป 2-3 รอบ เนื่องจากเครียดมาก
เมื่อมีอินเทอร์เน็ตคนแรกที่ผมโทรหาคือภรรยา ผมโทรไปเล่าให้เขาฟังว่า เครื่องบินดิ่งถึง 2 รอบ มีการทำร้ายร่างกายเกิดขึ้น ภรรยาผมก็เสิร์ชหาข่าวทันที โดยจากข่าวระบุว่า มีการจี้บนเครื่องบินเพื่อต้องการให้โหม่งโลก เมื่อรู้ความจริงเช่นนี้ช็อกกว่าเดิม
พร้อมทิ้งท้ายว่า ความโชคดีความโชคร้ายไม่ได้เกิดตลอด เวลานั่งเครื่องบินหรือรถยนต์ ปลอดภัยที่สุดสำหรับเราคือการรัดเข็มขัด จะทำให้เรามีสติ ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ให้หวาดกลัว เรื่องที่เกิดขึ้นผมมีสติมาก ไม่โวยวาย หากหยิบโทรศัพท์มาบันทึกได้ผมจะทำทันที เพื่อเป็นเครื่องยืนยันว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นจริง
โดยเหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้บาดเจ็บ หัวแตก เมื่อถึงสนามบินลงจอดฉุกเฉิน ก็จะมีหมอและพยาบาลเข้ามาเช็คอาการบาดเจ็บ เพราะบางคนไม่ได้ตั้งตัว และไม่ได้รัดเข็มขัด เหตุการณ์นี้มันเกิดขึ้นไวมาก