มาร่วมตีแผ่กระแสที่แรงที่สุดในสังคม กับรายการโหนกระแสthaich3ช่อง 3 กด 33
ติดต่อเราfacebooktiktokxyoutube
honekrsaaehonekrsaae
thaich3ช่อง 3 กด 33honekrsaae
ข่าวกำลังโหน
โหนทุกข่าว
โหนบันเทิง
โหนไปมู
โหนร้องทุกข์
วีดีโอ
search
ปิด
honekrsaae
honekrsaae
มาร่วมตีแผ่กระแสที่แรงที่สุดในสังคม กับรายการโหนกระแส
thaich3ช่อง 3 กด 33
หน้าหลัก
ข่าวกำลังโหน
โหนทุกข่าว
โหนบันเทิง
โหนไปมู
โหนร้องทุกข์
วีดีโอ
Live
ติดต่อเราfacebooktiktokxyoutube

หญิงร้องสายไหมต้องรอด อ้างถูกหมอดูเพจดังหลอกทำพิธี สูญเงิน 40 ล้านบาท


ข่าวโซเชียล
17 มิถุนายน 256958
หญิงร้องสายไหมต้องรอด อ้างถูกหมอดูเพจดังหลอกทำพิธี สูญเงิน 40 ล้านบาท

หญิงร้องสายไหมต้องรอด อ้างถูกหมอดูเพจดังหลอกทำพิธี สูญเงิน 40 ล้านบาท ซ้ำถูกชายอ้างเป็นตำรวจเรียกเงินเป็นค่าดำเนินคดี

 

หญิง อายุ 47 ปี ลูกครึ่งไทย-ฮ่องกง เดินทางเข้าร้องขอความเป็นธรรมกับทีมสายไหมต้องรอด อ้างว่าตกเป็นเหยื่อเพจหมอดูชื่อดังที่มาหลอกทำพิธี จนสูญเสียเงินกว่า 40 ล้านบาท

 

ผู้เสียหาย เล่าว่า ปัญหาเริ่มต้นเมื่อ 6 ปีก่อน หลังจับได้ว่าสามีนอกใจและมีการทำร้ายร่างกายจนเกิดความทุกข์ใจ กระทั่งมีเพื่อนแนะนำให้ไปดูดวง จึงค้นหาจนพบเฟซบุ๊กของหมอดูรายหนึ่ง ก่อนจะติดต่อกันผ่านแอปพลิเคชันไลน์

 

ช่วงแรกเป็นการดูดวงทั่วไป โดยหมอดูขอวันเดือนปีเกิด พร้อมให้จุดเทียนและทำพิธีบางอย่าง ก่อนทำนายเรื่องต่างๆ ได้ตรงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ทำให้ตนเริ่มเชื่อถือ แม้กระทั่งการทำนายว่าญาติจะเสียชีวิตภายในปีนั้น ซึ่งต่อมาญาติก็เสียชีวิตจริง

 

ต่อมาหมอดูส่งน้ำมันพรายมาให้ โดยอ้างว่าเป็นของมงคล ใช้อาบ กิน หรือใช้เสริมเสน่ห์เพื่อให้สามีกลับมา แต่หลังได้อาบน้ำมันพราย ตนฝันเห็นผีถึง 2 ครั้ง และเห็นผีเดินอยู่ภายในบ้าน เมื่อนำเรื่องไปเล่าให้หมอดูฟังก็ได้รับคำตอบว่า อาจเป็นวิญญาณที่มาเอาส่วนบุญ เพราะตนทำบุญให้จำนวนมาก

 

ภายหลังหมอดูอ้างว่า สามีจะไม่กลับมาแล้วเพราะเป็นคนไม่ดี และดวงของตนควรจะดีกว่านี้ จึงเปลี่ยนจากการทำพิธีเรียกสามีกลับมา เป็นการทำพิธีเปลี่ยนดวงแทน โดยอ้างว่าระหว่างประกอบพิธีต้องมีการจุดเทียน สวดบูชา และให้จัดหาของไหว้ เช่น หัวหมู ผลไม้ ดอกไม้ ธูป เทียน และหมากพลู แม้ตนจะขอภาพถ่ายการประกอบพิธี แต่ไม่เคยได้รับภาพใด ๆ กลับมา พร้อมทั้งถูกข่มขู่ว่าหากไม่ทำพิธีอาจเกิดอันตรายถึงชีวิต ทำให้เกิดความหวาดกลัวและยอมทำตาม

 

ตลอดระยะเวลาที่เกี่ยวข้อง มีการจ่ายเงินค่าทำพิธีและค่าแก้เคล็ดต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกรณีที่ถูกอ้างว่า “ผิดครู” ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงถึงประมาณ 70,000 บาทต่อ 1 พาน ไหว้ครู อีกทั้งเขายังยืนยันว่า หากไม่ทำพิธีจะเกิดปัญหาสุขภาพ ดวงตก ดวงแตก หรือมีสิ่งไม่ดีเข้าตัว

 

นอกจากนี้ ยังมีบุคคลที่อ้างตัวเป็นหมอดูโทรศัพท์มาพูดคุย ลักษณะเสียงเหน่อ ๆ โดยย้ำว่าจำเป็นต้องทำพิธี ไม่เช่นนั้นจะยิ่งเกิดผลเสีย ทำให้ตนเกิดความหวาดกลัวอย่างหนัก ถึงขั้นตัวสั่น ร้องไห้ตลอดเวลา และพยายามหาเงินมาโอนให้ตามที่ถูกเรียกร้องวันเว้นวัน ครั้งละตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักแสนบาท

 

ผู้เสียหายยอมรับว่า เงินกว่า 40 ล้านบาทที่โอนให้หมอดูนั้น เป็นเงินส่วนตัวเพียง 2 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นการหยิบยืมจากผู้อื่น รวมถึงนำทองคำไปขายและจำนำ โดยหมอดูยังแนะนำให้ไปขอยืมเงินจากคนรอบตัว และชี้ช่องทางต่าง ๆ ในการหาเงินมาใช้จ่ายค่าพิธี

 

ที่ผ่านมาตนยังคงเชื่อใจ เนื่องจากหมอดูเคยโอนเงินคืนบางส่วนให้ ทำให้เชื่อว่าหากโอนเงินไปก่อนจะได้รับเงินคืนในภายหลัง แต่เมื่อเวลาผ่านไปและไม่สามารถหาเงินได้อีก ตนพยายามปฏิเสธไม่ทำพิธีต่อ แต่หมอดูกลับยืนยันว่าหยุดไม่ได้ เพราะจะทำให้ชีวิตติดขัดตลอดไป ไม่มีใครเหลืออยู่ข้างกาย

 

ตนเคยคิดทำร้ายตัวเองหลายครั้ง รวมกว่า 10 ครั้ง และในช่วงปลายปี 2568 ถึงขั้นไปซื้อสารพิษต่าง ๆ มาเตรียมไว้ ขณะที่หมอดูยังคงพยายามเรียกเงินเพิ่มอีก 200,000 บาท แต่ตนไม่สามารถหาให้ได้

 

ในปี 2568 ได้ตัดสินใจเปลี่ยนบัตรประชาชน แต่หลังได้รับบัตรใหม่ไม่ถึง 1 ชั่วโมง ก็ยังถูกโทรศัพท์กดดันให้หาเงิน โดยให้โกหกคนในครอบครัวว่าเป็นหนี้เจ้าหนี้นอกระบบและกำลังถูกคุกคาม เพื่อให้หาเงินมาโอนคืน แต่ตนเริ่มมีสติและคิดว่าถูกหลอก จึงตัดสินใจยุติการติดต่อกับหมอดู

 

จากนั้น เพื่อนของพี่อีกคนนึงแนะนำให้รู้จักกับชายคนหนึ่งที่อ้างตัวเป็นตำรวจ บอกว่าเป็นนายดาบ สังกัด สน. หัวหมาก ก่อนพาไปพบผู้กองที่ สน. ประเวศ ซึ่งมีการพูดคุยเกี่ยวกับคดี โดยแจ้งว่าคดีลักษณะนี้ต้องดำเนินการผ่านกองปราบปราม และหากไม่มีคนรู้จักอาจดำเนินการได้ยาก

 

ตำรวจที่อยู่ภายในสถานีไม่ได้เรียกรับเงินใด ๆ แต่ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เกิดจาก คนที่อ้างว่าเป็นดาบตำรวจเป็นคนขอ อ้างว่าเอกสารคดีมีจำนวนมาก ต้องใช้ค่าถ่ายเอกสาร 2,000 บาท และขอเงินเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงหลักหมื่นบาท รวมถึงอ้างว่าต้องมีค่าใช้จ่ายในการติดตามตัวหมอดู เนื่องจากผู้เสียหายมีที่อยู่ของผู้ถูกกล่าวหา

 

นอกจากนี้ ยังอ้างว่ามีการส่งชุดสืบสวนไปเฝ้าติดตามและเข้าพบผู้ถูกกล่าวหา เพื่อเจรจาให้คืนเงินแก่ผู้เสียหายก่อนออกหมายเรียก รวมถึงมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการต่าง ๆ โดยระบุว่าคดีจะแล้วเสร็จภายใน 45 วัน ทำให้ผู้เสียหายเข้าใจว่ากำลังอยู่ในกระบวนการดำเนินคดีตามปกติ ค่าใช้จ่ายที่ถูกเรียกเก็บทั้งหมดรวมประมาณ 130,000 บาท และมีการเรียกเงินในลักษณะวันเว้นวันอย่างต่อเนื่อง

 

นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ระบุว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเข้าตรวจสอบเส้นทางการเงิน บัญชีธนาคาร และพยานหลักฐานการโอนเงินทั้งหมด เพื่อพิจารณาว่าเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกง หลอกลวงประชาชน หรือความผิดตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการรับโอนเงินทุกบัญชี

 

ขณะเดียวกัน ควรตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีบุคคลที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกรับค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี หากพบว่ามีการแอบอ้างหรือเรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ ต้องดำเนินการตามกฎหมาย

 

พร้อมกันนี้ หน่วยงานรัฐควรประชาสัมพันธ์เตือนประชาชน ให้ระมัดระวังการหลงเชื่อคำทำนายหรือพิธีกรรมที่มีการเรียกเก็บเงินจำนวนมาก โดยเฉพาะกรณีที่มีการข่มขู่ให้เกิดความหวาดกลัว หรืออ้างว่าสามารถแก้เคราะห์ แก้กรรม หรือเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตได้ เพื่อป้องกันไม่ให้มีผู้ตกเป็นเหยื่อในลักษณะเดียวกันอีก

 


แท็กที่เกี่ยวข้อง
#หมอดู#แก้กรรม#สายไหมต้องรอด