โลกออนไลน์ได้มีการพูดถึงเรื่องราวของเด็กชาย ป.6 ที่อาศัยอยู่กับยายในสภาพบ้านผุพัง ทรุดโทรม เวลาฝนตกน้ำรั่วต้องพากันหลบฝน โดยเรื่องนี้ทาง ผอ.โรงเรียนและครูได้โพสต์ในโซเซียล
เด็กชายคนดังกล่าวเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านศาลา พ่อแม่มีลูก 3 คน แยกทางกัน ทิ้งให้เด็กชายอาศัยอยู่กับยาย อายุ 80 ปี เคราะห์ซ้ำกรรมซัด พี่ชายคนโตที่อยู่ด้วยกัน มีพฤติกรรมยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด และมักขโมยของที่บ้านไปขาย จนแทบไม่เหลืออะไรในบ้าน ส่วนพี่ชายคนรองเป็นพลทหาร ประจำการที่มุกดาหาร ตอนนี้อนาคตของเด็กชายยังไม่แน่นอนว่าเมื่อจบ ป.6 แล้ว จะได้เรียนต่อหรือไม่ เพราะเป็นห่วงยาย กลัวจะไม่มีคนดูแล
ต่อมาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่โรงเรียนบ้านศาลา พบกับเด็กชายคนดังกล่าว เล่าย้อนถึงชีวิตที่มีคุณยายเป็นทุกอย่างตั้งแต่จำความได้ ทุกวันยายจะปลุก อาบน้ำ แต่งตัว ทำกับข้าว และส่งไปโรงเรียนทุกวัน เมื่อถามถึงความฝัน เด็กชายไม่ได้อยากได้ของเล่นหรือโทรศัพท์ราคาแพง แต่ตอบเพียงว่า อยากให้บ้านสะอาดและน่าอยู่ และจะตั้งใจเรียนหนังสือให้จบ มีงานทำ และจะเลี้ยงดูยาย
ด้านรักษาการ ผอ.โรงเรียน เปิดเผยว่า ยายของน้องเดินทางมาขอความช่วยเหลือกับครูประจำชั้น หลังครอบครัวประสบปัญหาความยากจนและปัญหายาเสพติดในบ้าน ทางโรงเรียนจึงนำเข้าสู่ระบบคัดกรองนักเรียน และจัดให้น้องอยู่ในกลุ่มสีแดง ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องได้รับการช่วยเหลือเร่งด่วนที่สุด ก่อนจัดทีมครูลงพื้นที่ตามโครงการเยี่ยมบ้านปันสุข
เมื่อคณะครูไปถึงต่างตกใจกับสภาพบ้านที่ทรุดโทรมแทบไม่เหมาะแก่การอยู่อาศัย อีกทั้งสภาพแวดล้อมยังเต็มไปด้วยปัจจัยเสี่ยงจากยาเสพติด ทำให้โรงเรียนเร่งให้ความช่วยเหลือทั้งทุนการศึกษา เครื่องอุปโภคบริโภค อุปกรณ์การเรียน และเสื้อผ้า เพื่อลดภาระของครอบครัว พร้อมประสานหน่วยงานต่างๆ ให้เข้ามาดูแลอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้น้องเติบโตมากับยายหลังพ่อเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ส่วนแม่ไปมีครอบครัวใหม่และทำงานรับจ้างคัดแยกขยะ ส่งเงินมาให้เพียงสัปดาห์ละ 140-170 บาท รายได้หลักของครอบครัวจึงเหลือเพียงเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและเบี้ยผู้พิการ
หลายวันน้องต้องอาศัยอาหารกลางวันของโรงเรียนเป็นมื้อหลัก น้องปั่นจักรยานระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตรไปเรียนทุกวัน แม้สภาพครอบครัวจะไม่ได้สุขสบาย อดมื้อกินมื้อ อยู่อย่างลำบาก แต่น้องเป็นเด็กเรียนดี มีความกตัญญู และรู้ผิดชอบชั่วดี
เมื่อครูสอบถามเรื่องยาเสพติด น้องยืนยันหนักแน่นว่า รู้ว่าเป็นสิ่งไม่ดีและจะไม่มีวันเข้าไปยุ่งเกี่ยว และยิ่งน่าสงสารเมื่อน้องต้องเผชิญความหวาดกลัวแทบทุกคืน เพราะพี่ชายคนโตติดยาเสพติด ไม่ยอมทำงาน พาเพื่อนเข้ามามั่วสุมเสพยาในบ้าน ก่อนคลุ้มคลั่งทุบทำลายข้าวของ เดินวนเวียนหน้าบ้าน ตอนนี้มีผู้ใจบุญติดต่อมาช่วยเหลือจำนวนมาก ทั้งสิ่งของเครื่องใช้และทุนในการศึกษาเล่าเรียน ขอบคุณทุกท่านที่มีน้ำใจต่อครอบครัวน้องด้วย
ต่อมา ผู้สื่อข่าวพร้อมคณะครู เจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด และฝ่ายปกครองอำเภอหนองหาน ลงพื้นที่ไปยังบ้านของน้อง พบคุณยายและพี่ชายคนโตอยู่บ้าน ทันทีที่ไปถึงเจ้าหน้าที่ปกครองจึงขอความร่วมมือพี่ชายตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด ผลตรวจเบื้องต้นพบสารเสพติดในร่างกาย เจ้าตัวยอมรับว่าเสพยาจริง ก่อนถูกนำตัวเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาตามขั้นตอน
คุณยายเปิดใจว่า ทุกวันนี้ไม่มีรายได้จากการทำงาน อีกทั้งที่ดินทำกินก็ถูกลูกหลานนำไปจำนองและขายจนหมด เหลือเพียงเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเดือนละ 700 บาท เบี้ยผู้พิการเดือนละ 800 บาท และสวัสดิการรัฐใช้เลี้ยงดูคนทั้งบ้าน ซึ่งไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน
สิ่งที่ทุกข์ใจที่สุดไม่ใช่ความยากจน แต่เป็นหลานชายคนโตที่ติดยาเสพติดมาตั้งแต่สมัยเรียนจนเรียนไม่จบ ไม่ยอมทำงาน ลักขโมยข้าวของในบ้านไปขาย อีกทั้งเคยทำร้ายร่างกายน้องชายหลายครั้ง แม้จะไม่เคยทำร้ายตน แต่ทุกครั้งที่คลุ้มคลั่งก็ทำให้คนทั้งบ้านหวาดกลัว
ตนเคยส่งหลานเข้ารับการบำบัดมาแล้วเกือบ 1 ปี แต่เมื่อกลับมาอยู่บ้านก็กลับไปเสพยาอีก จึงอยากวิงวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยนำตัวไปรักษาอย่างจริงจัง