“บิ๊กต๊อด” - “วาสนา” กางแผนรบชายแดนเดือด...เขมรระดมยิงหนักสูญเสียนายพลคนสนิทฮุนเซน...ทัพไทยเปิด 3 แนวรบลั่นพร้อมเอาคืนทุกตารางนิ้ว
รายการโหนกระแสเกาะติดวิกฤตชายแดนไทย-กัมพูชาหลังปะทะเดือดต่อเนื่อง "วาสนา" ชี้เป้าเขมรใช้เฟกนิวส์-ทุ่นระเบิดยั่วยุ ด้านกองทัพบกปรับแผนตอบโต้แบบ "นุ่มนวลแต่รุนแรง" พร้อมเปิดแนวรบทางทะเลกดดันคู่ต่อสู้ มั่นใจเสบียงพร้อมรบยืดเยื้อ
วันที่ 10 ธันวาคม 2568 รายการโหนกระแสเกาะติดสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมีผู้ร่วมรายการประกอบด้วย พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก พ.อ.หญิง นุชระวี แจ่มจำรัส รองโฆษกกองทัพบก และนางสาววาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวอาวุโสสายทหาร มาร่วมวิเคราะห์เจาะลึกสถานการณ์ล่าสุด
นางสาววาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวอาวุโสสายทหาร เปิดเผยมุมมองต่อสถานการณ์นี้ว่า ความขัดแย้งครั้งนี้มีความต่อเนื่องมาจากข้อพิพาทเรื่องดินแดนตั้งแต่ปี 2551-2554 เพียงแต่บริบทสภาพแวดล้อม เทคโนโลยี และมหาอำนาจที่เข้ามาเกี่ยวข้องนั้นเปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะผู้นำรุ่นใหม่อย่าง ฮุน มาเนต ซึ่งจบการศึกษาจากเวสต์พอยต์ สหรัฐอเมริกา ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบเกมการเมืองระหว่างประเทศ ด้วยการดึงโลกเข้ามาล้อมไทย
วาสนาระบุว่า การเจรจาหยุดยิงรอบแรกช่วงปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ไทยถูกบีบให้หยุดยิงทั้งที่เสียเปรียบจากการเสียพื้นที่ปราสาทตาควายตั้งแต่วันแรก ทำให้สันติภาพที่เกิดขึ้นเป็นเพียงภาพลวงตา ไม่ได้เกิดจากความเข้าใจที่แท้จริง อีกทั้งกัมพูชายังคงยึดพื้นที่และยั่วยุทหารไทยขณะลาดตระเวน ซึ่งทหารไทยต้องใช้ความอดทนอดกลั้นและรักษาความเป็นสุภาพบุรุษอย่างมาก อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ปัจจุบันถือเป็นฉันทามติของคนไทยที่ต้องการให้กองทัพกอบกู้ศักดิ์ศรีและเอาดินแดนคืน โดยกัมพูชาแสดงเจตนาชัดเจนว่าไม่ร่วมมือ ทั้งการยังคงใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล และการปล่อยข่าวปลอม หรือ เฟกนิวส์ ระดับผู้นำประเทศ ดังนั้นมาตรการทางทหารจึงเป็นทางออกสุดท้าย
ทางด้าน พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก อัปเดตสถานการณ์ล่าสุดว่า การปะทะยังคงรุนแรง โดยเฉพาะเมื่อวานนี้มีการใช้อาวุธหนักหนาแน่น ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 มีจุดแย่งชิงสำคัญ 5 จุด ได้แก่ ช่องบก ช่องอานม้า ปราสาทตาควาย ปราสาทคนา และปราสาทตาเมือนธม ฝ่ายกัมพูชาใช้อาวุธหนักสนับสนุนระยะไกลอย่างจรวด BM-21 และปืนใหญ่ยิงเข้ามาดั่งห่าฝน ส่วนกองทัพภาคที่ 1 มีพื้นที่ปะทะ 3 จุด คือ บ้านหนองหญ้าแก้ว ซึ่งไทยควบคุมได้สมบูรณ์ บ้านหนองจานที่ยังมีความพยายามแย่งชิง และคลองแผงที่สถานการณ์ยังก้ำกึ่ง สามารถควบคุมได้บางส่วน
โฆษกกองทัพบกเน้นย้ำว่า ผู้บัญชาการทหารบกให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนเป็นอันดับแรก ตามด้วยความปลอดภัยของกำลังพล และผลทางยุทธวิธี การปฏิบัติการของไทยอาจดูเหมือนใจเย็น แต่แท้จริงแล้วเป็นการรบแบบ "นุ่มนวลแต่รุนแรง" เน้นความแม่นยำและรอบคอบ โดยมีการใช้กำลังทางอากาศสนับสนุนต่อเป้าหมายที่คุ้มค่าและชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดกระทบต่อพลเรือน แม้ฝ่ายตรงข้ามจะมีการเคลื่อนย้ายหลบหลีกที่รวดเร็ว แต่กองทัพไทยมีการปรับแผนตลอดเวลา
นางสาววาสนาตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า ไทยอาจมีเวลาไม่มากนัก เนื่องจากมีความกังวลว่ามหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาและมาเลเซีย อาจเข้ามาแทรกแซงหรือกดดันให้เกิดการเจรจาหยุดยิง เนื่องจากข้อตกลงสันติภาพก่อนหน้านี้มีอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นพยาน ซึ่งหากยืดเยื้อไทยอาจเสียเปรียบ อย่างไรก็ตาม นายอนุทิน ชาญวีรกุล ได้สั่งการชัดเจนว่าให้ดำเนินการเต็มที่เพื่อทวงคืนดินแดน ในขณะที่ พล.ต.วินธัย ยืนยันว่ากองทัพดำเนินการด้วยความรอบคอบและทำตามกติกาสากลมาโดยตลอด เพื่อให้ประชาคมโลกเห็นว่าไทยมีความอดทนอดกลั้นจนถึงที่สุดแล้ว และฝ่ายกัมพูชาต่างหากที่เป็นผู้รุกรานอธิปไตย
สำหรับความสูญเสียของฝ่ายกัมพูชา นางสาววาสนาเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกที่ตรงกับการข่าวทหารว่า มีนายทหารระดับสูงสังกัดกองบัญชาการพิทักษ์ฮุนเซน หรือ BHQ เสียชีวิตจากการปะทะ 4 นาย โดยหนึ่งในนั้นเป็นระดับนายพลที่ ฮุน เซน ส่งมาบัญชาการรบที่แนวหน้า ซึ่งมีการจัดงานศพยืนยันแล้ว นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าทหารกัมพูชาเริ่มขาดแคลนเสบียงจนผู้นำต้องออกมาขอบริจาค "ข้าวเม่า" จากประชาชนเพื่อใช้เป็นเสบียงแห้ง และมีเหตุการณ์ที่ทหารกัมพูชาขอหยุดยิงเพื่อพักกินข้าว ซึ่งฝ่ายไทยมองว่าเป็นเรื่องผิดวิสัยทางการรบหากสถานการณ์ติดพันจริง
พ.อ.หญิง นุชระวี แจ่มจำรัส รองโฆษกกองทัพบก ยืนยันว่าระบบส่งกำลังบำรุงของไทยมีความพร้อมสูงสุด มีเสบียงและยุทโธปกรณ์เพียงพอสำหรับการรบยืดเยื้อเป็นเดือน และขอบคุณประชาชนที่ส่งสิ่งของและกำลังใจไปให้ทหารที่กองกำลังสุรนารีอย่างต่อเนื่อง ทำให้กำลังพลมีขวัญและกำลังใจดีเยี่ยม พร้อมปกป้องแผ่นดิน
ในส่วนยุทธวิธีการรบ นางสาววาสนาระบุว่า กองทัพไทยมุ่งทำลายศักยภาพทางทหารและฐานเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับการทหารของคู่ขัดแย้ง เช่น คาสิโนที่ถูกใช้เป็นฐานบัญชาการ ที่พักกำลังพล และฐานปล่อยโดรนพลีชีพ หรือ กามิกาเซ่ โดรน ซึ่งเป็นภัยคุกคามใหม่ที่กัมพูชานำมาใช้จำนวนมาก แม้ไทยจะมีระบบต่อต้านโดรนแต่ยังต้องเร่งจัดหาเพิ่มเติม ซึ่งขณะนี้กองทัพอากาศกำลังพัฒนากองบินโดรนเพื่อรองรับการรบรูปแบบใหม่
พล.ต.วินธัย กล่าวเสริมว่า ขณะนี้กองทัพเรือได้เปิดแนวรบทางทะเลในพื้นที่จันทบุรี-ตราด เป็นแนวรบที่ 3 โดยใช้เรือหลวงเทพา ยิงสนับสนุนจากทะเลขึ้นฝั่ง เพื่อกดดันให้กัมพูชาต้องกระจายกำลังออกไป ไม่สามารถทุ่มกำลังมาที่กองทัพภาคที่ 2 เพียงจุดเดียวได้ พร้อมย้ำจุดยืน 5 ข้อของไทย คือ
1. ไทยไม่ใช่ฝ่ายเริ่มก่อน
2. ปฏิบัติการภายใต้กฎหมายมนุษยธรรมและกฎบัตรสหประชาชาติ
3. พลเรือนต้องปลอดภัย
4. การใช้กำลังทหารเป็นทางเลือกสุดท้าย
และ 5. ไทยยึดสันติภาพแต่ไม่ยอมให้ใครละเมิดอธิปไตย
ขอให้ประชาชนมั่นใจในขีดความสามารถของกองทัพไทยที่จะปกป้องอธิปไตยของชาติอย่างเต็มที่