วันที่ 15 ก.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ และเทศบาลเมืองคอหงส์ อ. หาดใหญ่ จ. สงขลา เผชิญสถานการณ์หมอกควันและฝุ่นละออง จากกระแสลมทิศตะวันตกเฉียงใต้ พัดพาควันจากพื้นที่เผาไหม้ในบริเวณเกาะสุมาตราตอนใต้ เข้าสู่พื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยสถานีวิจัยมลพิษทางอากาศและผลกระทบต่อสุขภาพ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ รายงานผลวัดค่าฝุ่น PM2.5 เมื่อเวลา 17.51 น. วัดค่าได้ 70 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และเวลา 18.00 น. วัดได้ 68 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งค่าเฉลี่ยรายวันอยู่ที่ 55 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อยู่ในเกณฑ์ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ
ที่จุดชมวิวเขาคอหงส์ ภายในสวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่ พบว่า มีหมอกควันปกคลุมเมืองหาดใหญ่อย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้ทัศนียภาพจากจุดชมวิวเมืองหาดใหญ่ถูกบดบัง มีแต่กลุ่มหมอกควันปกคลุมจนมองวิวและตึกรามบ้านช่องไม่ชัด เหมือนก่อนหน้านี้ เช่นเดียวกับวิวมัสยิดกลางสงขลาและทะเลสาบสงขลา ก็มองไม่เห็นเช่นกัน
จากการพูดคุยกับไรเดอร์ส่งอาหารที่จอดพักผ่อนอยู่ ต่างก็บอกเสียงเดียวกันว่า ช่วง 1-2 วันนี้ หมอกควันหนามากกว่าก่อนหน้านี้ จนทำให้รู้สึกแสบตา แสบหน้า แสบจมูก หายใจไม่สะดวก และช่วงที่ต้องขี่ จยย. ส่งอาหาร ก็ต้องใส่ผ้าบัฟหรือใส่แมสก์ เพื่อป้องกันฝุ่น และหากว่างก็จะจอดรถล้างหน้าล้างตา ก็จะทำให้ลดอาการแสบได้ ซึ่งตนและเพื่อน ๆ ไรเดอร์ ไม่สามารถที่จะพักส่งอาหารหรือไปส่งในเวลากลางคืนได้ เพราะต้องหาเงินใช้จ่ายในครอบครัว
ขณะที่ผู้สื่อข่าวไปสำรวจที่หน้าโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ก็พบว่า ผู้ปกครองหลายคนเริ่มนำแมสก์มาใส่ให้บุตรหลานแล้ว โดยผู้ปกครองคนหนึ่ง ระบุว่า วันนี้ควันหนากว่าเมื่อวาน และหายใจแล้วรู้สึกแสบจมูก แสบคอ และยังมีอาการคันตามผิวหนัง จึงนำแมสก์มาใส่ให้ลูก โดยบอกลูกว่าช่วงนี้มีหมอกควันก็ต้องใส่แมสก์ขณะที่อยู่กลางแจ้ง และช่วงไป-กลับบ้าน ส่วนในโรงเรียนครูก็แจ้งว่าให้นักเรียนอยู่ในอาคาร ไม่ให้เล่นในสนามเด็กเล่นหรือนอกอาคารเรียน
ส่วนในพื้นที่เมืองสงขลา โดยเฉพาะทะเลสาบสงขลา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สะพานเกาะยอ 2 เป็นอีกจุดที่พบว่าทัศนวิสัยลดลงอย่างชัดเจนจากกลุ่มฝุ่นควัน แม้แต่บริเวณอาคารอควาเรียมหอยสังข์ ซึ่งอยู่ในระยะที่สามารถมองเห็นได้จากสะพานก่อนหน้านี้ วันนี้กลับเห็นได้ไม่ชัดเจน เนื่องจากมีฝุ่นควันปกคลุมหนาแน่น ส่งผลให้ภาพรวมทัศนียภาพของเมืองสงขลาดูหม่นมัว