(28 ก.ค.69) เพจเฟซบุ๊ก Doctor Tany หรือ นพ.ธนีย์ ธนียวัน (Tany Thaniyavarn, MD) ได้โพสต์แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับกรณีทีมแพทย์โรงพยาบาลอ่างทอง จัดกินโต๊ะจีนในห้อง NICU ส่งผลให้วันรุ่งขึ้น ทารก 5 วันเสียชีวิต
โดยโพสต์ระบุข้อความว่า จัดโต๊ะจีนใน NICU เด็กเสียชีวิตวันรุ่งขึ้น เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ? หลายท่านอาจได้ชมคลิปที่ผมวิเคราะห์กรณีเด็กแรกเกิดเสียชีวิตใน NICU ของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ซึ่งผมบันทึกไว้เมื่อ 3 วันที่แล้ว โดยอ้างอิงจากข้อมูลและข่าวที่มีอยู่ในขณะนั้น
ล่าสุด มีข้อมูลและคำชี้แจงเพิ่มเติมจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะประเด็นที่มีรายงานก่อนหน้านี้ว่า น้องมีกะโหลกศีรษะยุบและข้อเท้าหัก ซึ่งข้อมูลล่าสุดระบุว่า ยังไม่เป็นไปตามที่มีการรายงานในช่วงแรก ดังนั้นหากข้อเท็จจริงสุดท้ายยืนยันว่าไม่มีการบาดเจ็บดังกล่าวจริง ผมก็พร้อมปรับความเข้าใจตามหลักฐานใหม่ เพราะการวิเคราะห์ทางการแพทย์ควรตั้งอยู่บนข้อเท็จจริง ไม่ใช่ยึดติดกับข้อมูลเดิม
อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญที่สุดของเรื่องนี้ ไม่ได้เปลี่ยนแปลง นั่นคือ การจัดกิจกรรมรับประทานอาหาร หรือการนำโต๊ะเลี้ยงเข้าไปในพื้นที่ NICU
ผมอยากย้ำให้ชัดว่า ประเด็นนี้ไม่ใช่เรื่องของการพิสูจน์ว่า โต๊ะจีนทำให้เด็กเสียชีวิตหรือไม่ ต่อให้ในท้ายที่สุด เด็กเสียชีวิตจากโรคประจำตัวเพียงอย่างเดียว ผลเพาะเชื้อยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก หรือพิสูจน์ได้ว่าการติดเชื้อไม่ได้เกิดจากเหตุการณ์ดังกล่าว การจัดงานเลี้ยงใน NICU ก็ยังถือว่าเป็นเรื่องที่ผิดอย่างร้ายแรงอยู่ดี เหตุผลก็เพราะมาตรฐานการควบคุมการติดเชื้อในหอผู้ป่วยวิกฤต ไม่ได้มีไว้รอให้เกิดการติดเชื้อก่อนแล้วค่อยมารับผิดชอบ แต่มีไว้เพื่อลดความเสี่ยงตั้งแต่แรก NICU เป็นพื้นที่ที่เปราะบางที่สุดของโรงพยาบาล
ทั้งนี้เด็กที่นอนอยู่ที่นั่นจำนวนมากยังไม่มีภูมิคุ้มกันที่สมบูรณ์ หลายคนต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ สายสวน และอุปกรณ์ช่วยชีวิตต่าง ๆ ด้วยเหตุนี้ โรงพยาบาลทั่วโลกจึงมีมาตรการเข้มงวดมาก ไม่ว่าจะเป็นการจำกัดผู้เข้าออก การล้างมือ การสวมอุปกรณ์ป้องกัน และการควบคุมสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด แม้แต่พ่อแม่ของเด็กเอง ยังต้องปฏิบัติตามมาตรการเหล่านี้ทุกครั้งก่อนเข้าเยี่ยมลูก
ดังนั้น หากมีการนำกิจกรรมรับประทานอาหาร หรือบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องกับการรักษาเข้ามาในพื้นที่ดังกล่าวจริง นั่นก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้น และควรได้รับการตรวจสอบอย่างจริงจัง โดยไม่จำเป็นต้องรอพิสูจน์ว่าทำให้เกิดการเสียชีวิตหรือไม่
การสืบสวนควรตอบให้ได้ทั้งสองเรื่อง เรื่องแรก คือ สาเหตุการเสียชีวิตของน้อง ซึ่งต้องอาศัยผลชันสูตร ผลเพาะเชื้อ และข้อมูลทางการแพทย์ทั้งหมด ส่วนอีกเรื่อง คือ เหตุใดจึงเกิดเหตุการณ์ที่ขัดต่อมาตรฐานการควบคุมการติดเชื้อใน NICU ได้ ใครเป็นผู้อนุมัติ ใครรับทราบและระบบมีช่องโหว่อย่างไร สองประเด็นนี้เป็นคนละเรื่องกัน และไม่ควรถูกนำมาปะปนกัน
ท้ายที่สุด ผมยังคงขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของน้องเช่นเดิม และหวังว่าการตรวจสอบครั้งนี้จะเป็นไปอย่างโปร่งใส เพื่อให้ได้คำตอบที่ชัดเจนกับครอบครัว และที่สำคัญยิ่งกว่า คือเพื่อให้เกิดการปรับปรุงระบบความปลอดภัยของผู้ป่วย เพราะไม่ว่าจะผลสุดท้ายจะเป็นอย่างไร มาตรฐานในพื้นที่วิกฤตอย่าง NICU ไม่ควรมีข้อยกเว้นครับ