แม่ช็อกหมดสติหามส่งโรงพยาบาล หลังทราบข่าวลูกชายพลทหารเสียชีวิตจากเหตุปะทะชายแดน น้องสาวเผยพี่ชายสั่งเสียเหมือนลางบอกเหตุ ยอมสละชีพเพื่อชาติ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ด้านสมรภูมิเนิน 350 ใกล้ปราสาทตาควาย จังหวัดสุรินทร์ เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 ส่งผลให้ทหารไทยเสียชีวิต 2 นาย ได้แก่ จ.ส.อ.เริง คลังประโคน และ พลทหารภานุพัฒน์ เสาร์สา สังกัดกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 23
ล่าสุดผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังโรงพยาบาลวังหิน พบครอบครัวของพลทหารภานุพัฒน์ หลังมารดาทราบข่าวการเสียชีวิตของลูกชาย ทำให้เกิดอาการช็อกอย่างรุนแรง ต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลเป็นการด่วน แพทย์ให้การช่วยเหลือจนขณะนี้อาการปลอดภัยแล้ว แต่ยังอยู่ในความโศกเศร้าเสียใจอย่างหนัก
มารดาของพลทหารภานุพัฒน์ วัย 41 ปี เปิดใจทั้งน้ำตาว่า ตนมีบุตรทั้งหมด 3 คน โดยพลทหารภานุพัฒน์เป็นลูกชายคนโต สมัครเป็นทหารผ่านระบบออนไลน์ตั้งแต่อายุ 18 ปี เพราะมีความฝันอยากเป็นทหาร อยากเรียนต่อให้มียศมีตำแหน่งสูง และอยากเป็นเสาหลักส่งเสียให้น้องทั้งสองคนได้เรียนหนังสือสูงๆ
มารดาเล่าว่า ปกติลูกชายจะโทรศัพท์มาหาเกือบทุกวัน แต่ก่อนเกิดเหตุขาดการติดต่อไป 2 วัน ครั้งสุดท้ายที่ได้คุย ลูกบอกว่ากำลังขนระเบิดขึ้นแนวหน้า และจะมีการรบหนัก พร้อมกำชับแม่ว่า แม่ต้องเผื่อใจ ถ้าลูกเป็นอะไรไป แม่ต้องเข้มแข็ง
นอกจากนี้ มารดายังเล่าทั้งน้ำตาว่า ก่อนเสียชีวิตไม่ถึง 1 เดือน ลูกชายเคยเล่าความฝันว่า เห็นผู้เฒ่าผู้แก่ในบ้านมาขอให้กลับบ้าน แต่ลูกตอบในฝันว่า ผมจะกลับได้อย่างไร ในเมื่อผมทำหน้าที่รับใช้ชาติอยู่ พร้อมบอกกับแม่ว่าจะขอสู้เพื่อทวงปราสาทตาควายคืนให้คนไทย แม้ต้องแลกด้วยชีวิตก็ยอม ซึ่งแม่รู้สึกว่ามันเป็นลางร้าย แต่ไม่กล้าบอกลูก วันนี้ลูกทำตามคำพูดของตัวเองแล้ว แม่ภูมิใจที่ลูกได้เสียสละเพื่อชาติ พร้อมระบุว่าลูกยังสั่งเสียให้แม่กินข้าว กินยา และพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อจะได้มีแรงทำบุญให้เขา
ด้านน้องสาวของ พลทหารภานุพัฒน์ วัย 15 ปี เปิดใจด้วยเสียงสั่นเครือว่า พี่ชายเป็นคนดี ขยัน อดทน ทำงานหนักเพื่อส่งเสียให้น้องๆ ได้เรียนหนังสือ ครั้งล่าสุดที่พี่ชายกลับบ้าน ยังพาครอบครัวไปเที่ยว และพูดไว้เหมือนลางบอกเหตุว่า หากเกิดสงครามอีก แล้วพี่เสียชีวิต ก็จะไม่ได้กลับมานั่งคุยกันอีก ซึ่งตนรักพี่มาก ภูมิใจในพี่ชายคนนี้ที่สุด ถ้าเป็นไปได้อยากได้พี่ชายกลับคืนมา