ช่วงสายวันนี้ ( 18 ต.ค.69 ) นายสัญญารัก สมบุญ หัวหน้าหน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา จุดสุวินทวงศ์ ได้รับการประสานจากชาย อายุ 49 ปี ขอความช่วยเหลือเคลื่อนย้ายร่างของแม่ อายุ 82 ปี ซึ่งเสียชีวิตด้วยโรคชรา ภายในบ้านพักในพื้นที่หมู่ที่ 7 ตำบลคลองอุดมชลจร อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมขังที่ยังไม่คลี่คลาย ทำให้ไม่สามารถนำร่างออกจากบ้านได้ตามปกติ เจ้าหน้าที่ต้องนำรถยกสูงพร้อมกำลังอาสาสมัครลุยน้ำเข้าไป เนื่องจากถนนตลอดสองข้างทางถูกน้ำท่วม รถเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านได้
เมื่อไปถึงบ้านผู้เสียชีวิต ลักษณะเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น ภายในบ้านน้ำท่วมสูงประมาณ 40 เซนติเมตร ซึ่งเตียงนอนของผู้เสียชีวิตตั้งอยู่กลางบ้านท่ามกลางน้ำที่ท่วมขัง โดยระดับน้ำอยู่ต่ำกว่าขอบเตียงเพียงประมาณ 15-20 เซนติเมตรเท่านั้น
ลูกชายของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า บ้านถูกน้ำท่วมมาตั้งแต่วันที่ 22 ก.ย.69 ช่วงแรกพยายามจะย้ายแม่ขึ้นไปอยู่ชั้น 2 แต่แม่มีสุขภาพไม่แข็งแรง ต้องใช้ไม้ค้ำยันสี่ขาช่วยเดิน ตอนน้ำท่วมแรกๆ ก็ยังพอเดินในบ้านได้ แต่พอน้ำเริ่มสูงขึ้น แม่ก็ไม่ได้เดินไปไหนจึงนอนอยู่บนเตียงมานานกว่า 20 วันแล้ว ตนพยายามพาแม่ขึ้นไปบนชั้น 2 ของบ้าน แต่แม่ไม่ต้องการย้ายออกจากเตียงที่นอนมานานหลายสิบปี แม้ตนจะพยายามเกลี้ยกล่อมอีกครั้งเมื่อน้ำเริ่มสูงขึ้น แต่แม่ก็ยังไม่ยอม กระทั่งช่วงเช้าที่ผ่านมา แม่ก็เสียชีวิตด้วยโรคชรา ขณะนอนหลับแม่นอนอยู่บนเตียงภายในบ้านที่ถูกน้ำท่วมเป็นวาระสุดท้ายของชีวิต
หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยกันเคลื่อนย้ายร่างของผู้เสียชีวิตฝ่าน้ำออกจากบ้านขึ้นรถยกสูง เพื่อนำไปเปลี่ยนถ่ายขึ้นรถตู้ที่จอดรออยู่ในจุดเปลี่ยนถ่าย โดยมีญาติเดินทางมาด้วย ก่อนมุ่งหน้าไปยังวัดคู้เกษมสโมสรเพื่อประกอบพิธีทางศาสนา แต่ระหว่างทางขณะรถตู้บรรทุกร่างของผู้เสียชีวิตผ่านบริเวณหน้าวัดไชยธาราประชาบำรุง ล้อหน้าด้านซ้ายกลับเหยียบหินขนาดใหญ่จนยางแตกเป็นรู ทำให้รถไม่สามารถเดินทางต่อได้ เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ลูกสาวของผู้เสียชีวิตเข้าไปกอดร่างแม่ พร้อมบอกให้แม่เดินทางไปยังวัดคู้เกษมสโมสรและยืนยันว่าจะตามไปนอนเฝ้าด้วย ไม่ทอดทิ้งแม่ไว้เพียงลำพัง
ลูกสาวของผู้เสียชีวิต เปิดเผยด้วยความโศกเศร้าว่า ก่อนเสียชีวิตแม่เคยสั่งเสียว่า แม่เป็นคนกลัวผี หากเสียชีวิตแล้วขอให้ลูกไปนอนเฝ้าและอยู่เป็นเพื่อน โดยปกติแม่เคยไปทำบุญและบวชชีที่วัดไชยธาราประชาบำรุง ซึ่งเป็นวัดใกล้บ้าน แต่เนื่องจากวัดไชยธาราประชาบำรุงถูกน้ำท่วม จึงจำเป็นต้องนำร่างไปประกอบพิธีที่วัดคู้เกษมสโมสรแทน ซึ่งตนเชื่อว่าแม่อาจไม่อยากจากวัดที่เคยไปทำบุญ และเมื่อรถแล่นผ่านวัดเดิมก็เกิดเหตุยางแตกจนต้องหยุดรถ จึงรู้สึกเหมือนแม่อาจมีบางอย่างดลใจให้รถหยุดลงเพราะผ่านวัดมาแล้ว ซึ่งระหว่างที่รถจอดเสียอยู่ข้างทาง มีชาวบ้านในบริเวณดังกล่าว ได้เข้ามาช่วยนำยางอะไหล่มาเปลี่ยนให้ จนสามารถเดินทางต่อ และนำร่างของผู้เสียชีวิตไปถึงวัดคู้เกษมสโมสรได้สำเร็จ
ด้านนายสัญญารัก หัวหน้าหน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา จุดสุวินทวงศ์ เปิดเผยว่า รู้สึกประหลาดใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะตลอดการปฏิบัติงานและเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตมาแล้วนับหมื่นราย ไปมาทั่วประเทศ ก็ไม่เคยพบเหตุการณ์ลักษณะนี้มาก่อน ที่รถบรรทุกร่างผู้เสียชีวิตจะต้องหยุดเดินทางเพราะยางแตกอย่างกะทันหัน แต่ท้ายที่สุดก็ได้รับความช่วยเหลือจากชาวบ้าน จนสามารถนำร่างไปส่งยังวัดตามกำหนดได้สำเร็จ