ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Porpy Pypor อินฟลูฯ สายรีวิวและท่องเที่ยว ออกมาเล่าประสบการณ์หลังสามีมีอาการแปลกๆ พร้อมระบุว่า “เมื่อสามีป่วย แต่ไม่ได้ป่วย” โดยย้ำว่าเรื่องราวดังกล่าวเป็นความเชื่อส่วนบุคคล ขอให้ผู้อ่านใช้วิจารณญาณ
เจ้าของโพสต์เล่าว่า ก่อนหน้านี้ตนกับสามีจะตัวติดกันตลอด ไปทำงานด้วยกันเสมอ ไม่ค่อยห่างกัน แต่ระยะหลังเริ่มสังเกตว่าสามีมีกลิ่นตัวแปลกๆ คล้ายมีกลิ่นน้ำมันออกจากตัว และมีคราบน้ำมันติดอยู่บนหมอนที่นอนทุกวัน ย้ำว่าไม่ใช่เหงื่อ แม้ซักผ้าและใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มแล้วก็ยังมีกลิ่นคล้ายคนแก่ จนเจ้าตัวถึงกับคิดว่าตัวเองอาจเป็นโรคเหม็นผัวหรือไม่
ต่อมา ทั้งคู่ไปงานวันเกิดเพื่อนและกลับถึงบ้านช่วงตี 2 ก่อนที่คืนวันศุกร์ สามีจะมีอาการคล้ายกรดไหลย้อน ท้องอืด และนอนไม่ได้ จึงให้กินยาลดกรดที่มีอยู่ อาการดีขึ้นและตื่นมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ
แต่ตกกลางคืนอาการกลับมาอีกครั้ง สามีบอกว่าจะวูบ ใจสั่น และไม่ไหว จึงพาไปโรงพยาบาลใกล้บ้านที่สุด โดยวัดความดันได้สูงถึง 180 แพทย์ให้ยาฉีดแก้ปวดและยาลดกรด ก่อนอาการดีขึ้นและความดันลดลง จึงกลับบ้าน
หลังจากนั้นอาการยังเป็นๆ หายๆ ทั้งท้องอืด ตัวชา ใจสั่น และนอนไม่หลับ จนวันจันทร์อาการรุนแรงขึ้น ไม่มีอาการปวดท้อง แต่มีอาการปวดหัว ตัวร้อน มีไข้ ใจสั่น และหวิว นอนไม่ได้ตั้งแต่เที่ยงคืนจนถึง 2 ทุ่มของอีกวัน
เจ้าของโพสต์เล่าว่า สามีได้รับยานอนหลับถึง 4 ครั้ง ทั้งยาเม็ดและยาฉีดเข้าหลอดเลือดดำ แต่ก็ยังไม่หลับ แพทย์เฉพาะทางเข้ามาดูแลถึง 3 คน พร้อมให้ยาลดความดันและยาแก้อาการใจสั่น ตรวจคลื่นหัวใจและเอคโค่ แต่ไม่พบความผิดปกติรุนแรง มีเพียงอาการไซนัสที่เป็นอยู่เดิม และให้ยาฆ่าเชื้อ แต่ก็ยังไม่มีท่าทีดีขึ้น
จากนั้นได้แอดมิตที่โรงพยาบาล โดยระหว่างนั้นสามียังคงมีอาการเหนื่อย ใจหวิว สั่น และมีไข้ รวมถึงพูดกับตัวเองว่า “นอนสิ นอนเถอะ อยากนอน ออกไปได้มั้ย” ก่อนพูดว่า “ขอเถอะ ไม่ไหวแล้ว ออกไปได้มั้ย ไม่อยากตาย” ทำให้เจ้าของโพสต์เริ่มรู้สึกหวาดกลัว
ต่อมาสามีร้องไห้กับพยาบาล พูดถึงความทุกข์และความหลัง พร้อมขอให้โทรหาแม่และลูก เจ้าของโพสต์จึงโทรหาแม่ให้เอาพระมาให้ ก่อนสามีจะพูดกับแม่ว่า “ผีอยู่ในนี้ เอาออกไปหน่อยครับ”
แม่จึงแนะนำให้โทรหาปู่ที่ครอบครัวเคารพนับถือ เจ้าของโพสต์จึงโทรไปหา แต่ยังไม่ได้เล่าอะไร ปู่กลับถามว่าสามีมีอาการใจสั่นหรือไม่ ก่อนแม่จะรีบเดินทางไปหาปู่ และโทรกลับมาบอกว่า “จะหมดอายุขัยแล้ว เขาจะมารับเอาแล้ว” ซึ่งเจ้าของโพสต์ยอมรับว่าในตอนนั้นยังไม่เชื่อ
กระทั่งเวลาประมาณ 21.45 น. สามีเริ่มหลับได้เป็นครั้งแรก หลังจากไม่ได้นอนมาตั้งแต่เที่ยงคืน โดยหลับยาวถึง 06.30 น. เจ้าตัวเล่าว่า สามีตื่นมาบอกว่าเหมือนได้พักผ่อนและได้นอนสนิทจริงๆ เพราะก่อนหน้านี้ทุกครั้งที่กำลังจะหลับ จะรู้สึกเหมือนมีคนมาดึงหรือกระชากให้ตื่น
เช้าวันที่ 19 ส.ค. สามีตื่นมาอาการดีขึ้น ไม่มีใจสั่นหรือหวิว ก่อนแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านและให้ยากลับเพียง 3 ชนิด ได้แก่ ยาลดน้ำมูก ยาละลายเสมหะ และยาช่วยให้นอนหลับ
แต่ช่วงเย็นขณะออกไปรับลูก สามีกลับมีอาการอีกครั้ง ทั้งปวดหัว ใจสั่น และเหมือนจะเป็นลม จึงกลับไปโรงพยาบาลอีกครั้ง แต่ผลตรวจความดันและอุณหภูมิร่างกายกลับปกติ แพทย์อธิบายว่าไม่พบรอยโรคหรือความผิดปกติร้ายแรง จึงแนะนำให้ลองปรึกษาจิตแพทย์
ระหว่างเดินทางกลับ สามีขอให้พาไปหาปู่ เจ้าของโพสต์จึงตัดสินใจพาไป โดยเมื่อไปถึง สามียังมีอาการปากคล้ำ หน้าซีด รู้สึกเหมือนมีอะไรติดคอ และพยายามจะอาเจียนเป็นระยะ
จากนั้นจึงมีการทำพิธีตามความเชื่อของครอบครัว โดยเจ้าของโพสต์ขอไม่เปิดเผยรายละเอียด เพียงระบุว่าไม่ได้เป็นพิธีที่พิสดาร มีการดื่มน้ำมนต์และนอนทำพิธีประมาณ 30 นาที หลังเสร็จพิธี สามีบอกว่ารู้สึกเหมือนมีควันไหลออกจากปลายมือ ปลายเท้า จมูก และหู ก่อนจะรู้สึกโล่งและสบายขึ้น
เจ้าของโพสต์ยังเล่าว่า ตัวเองก็เข้าพิธีด้วย และระหว่างนั้นเกิดอาการปวดหลังอย่างรุนแรง ลุกแทบไม่ขึ้น แต่หลังเสร็จพิธีกลับลุกขึ้นมาได้ทันทีและอาการหายเป็นปกติ ทำให้เจ้าตัวซึ่งเดิมไม่เชื่อเรื่องลี้ลับถึงกับยกมือไหว้
ก่อนกลับ ปู่ผูกแขนให้สามี พร้อมบอกว่าให้ใส่ไว้จนถึงวันเสาร์เพื่อต่อชะตา และบอกว่าจะสามารถนอนหลับได้อย่างสนิท
เมื่อกลับถึงบ้านและเข้านอนเวลาประมาณ 21.00 น. สามีกลับหลับได้ภายในเวลาเพียง 1 นาที และนอนยาวจนถึงเช้า โดยไม่มีอาการนอนไม่หลับอีก
ปัจจุบันสามีสามารถตื่นไปทำงานได้ตามปกติ เจ้าของโพสต์ระบุว่า เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นภายในช่วงเวลาเพียงไม่กี่วัน และยอมรับว่าก่อนหน้านี้มีเหตุการณ์แปลกๆ หลายอย่างเกิดขึ้นในชีวิต ช่วงหลังเจ้าของโพสต์มักได้รับงานเดินป่าและขึ้นวัดบนเขาเพื่อถ่ายคลิป โดยปกติสามีเป็นคนแข็งแรงมาก แต่ครั้งหนึ่งขณะเดินขึ้นวัดแห่งหนึ่งใน จ.สกลนคร สามีกลับเดินไปได้ไม่ถึงครึ่งทาง ก่อนมีอาการใจสั่น คล้ายจะเป็นลม และต้องขอนั่งพักทันที ขณะที่เจ้าของโพสต์ยังเดินต่อได้ตามปกติ หลังจากนั้นไม่นานก็เกิดเหตุคนผูกคอเสียชีวิตในบริเวณดังกล่าว
ต่อมา ทั้งคู่ไปเดินป่าอีกแห่ง สามีก็มีอาการคล้ายเดิม เดินขึ้นไปได้ไม่ถึงครึ่งทาง ก่อนจะมีเหตุคนหัวใจวายเสียชีวิต และสามีได้เห็นเจ้าหน้าที่ช่วยกันนำร่างผู้เสียชีวิตลงมาต่อหน้าต่อตา โดยเจ้าของโพสต์ย้ำว่า เหตุการณ์เหล่านี้อาจเป็นเพียงความบังเอิญ และไม่ได้ยืนยันว่าเกี่ยวข้องกัน
หลังจากนั้นเจ้าของโพสต์เล่าว่า ภายในบ้านเริ่มมีเหตุการณ์แปลกๆ สามีมักบอกว่าเวลานอนเหมือนมีคนตัวใหญ่มายืนอยู่บริเวณข้างเตียง แม้จะเกิดขึ้นต่อเนื่องนาน 1-2 เดือน แต่เจ้าของโพสต์ก็คิดว่าสามีอาจคิดไปเอง
กระทั่งเจ้าของโพสต์เองก็เคยเจอเหตุการณ์ที่อธิบายได้ยาก โดยเคยเห็นคล้ายเด็กเดินเข้าไปหลบหลังตู้ในห้องนอนช่วงกลางดึก จึงรีบเปิดไฟและเรียกลูก เพราะคิดว่าลูกเดินเข้ามาในห้อง แต่กลับไม่พบใคร อีกครั้งหนึ่งเคยเห็นคล้ายแสงจากโทรศัพท์มือถือสะท้อนมาจากห้องเก็บของ ก่อนจะหายไปอย่างรวดเร็ว จึงเข้าใจว่าอาจเป็นเพียงแสงสะท้อน และยังไม่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องลี้ลับ
จนกระทั่งวันที่ 18-19 ส.ค. ซึ่งเป็นช่วงที่สามีมีอาการผิดปกติอย่างหนัก โดยตามความเชื่อของครอบครัว ปู่ได้ทักว่าสามีอาจถึงคราวหมดอายุขัย และแนะนำให้เดินทางไปหา อย่างไรก็ตาม ในตอนแรกเจ้าของโพสต์ยังเลือกที่จะให้สามีอยู่กับแพทย์และรักษาตามแนวทางทางการแพทย์ก่อน
แต่ในวันที่ 19 ส.ค. สามีกลับเป็นฝ่ายขอร้องให้พาไปหาปู่ เนื่องจากยังมีอาการไม่ดีขึ้น แม้ได้รับการตรวจและรักษาที่โรงพยาบาลแล้ว เจ้าของโพสต์จึงตัดสินใจพาสามีไป และเล่าว่าเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นตามที่ได้เผยแพร่ไว้ก่อนหน้านี้
หลังจากกลับจากบ้านปู่ เจ้าของโพสต์ระบุว่า อาการของสามีดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และสามารถกลับมานอนหลับได้ตามปกติ จนเจ้าตัวถึงกับไม่กล้านอนบริเวณขอบเตียงอีก
อย่างไรก็ตาม เจ้าของโพสต์ย้ำว่า เรื่องดังกล่าวเป็นประสบการณ์ส่วนบุคคล ขอให้ทุกคนใช้วิจารณญาณ พร้อมฝากให้หมั่นตรวจสุขภาพ ดูแลร่างกาย และอย่าใช้ชีวิตด้วยความประมาท เพราะเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้รู้สึกเหมือนได้ผ่านความตายมาด้วยกันเพียงข้ามคืน