จากกรณี ‘คุณแอม’ แม่ค้าปลาสลิด ชีวิตพัง! หลังถูกเจ้าหน้าที่ที่ดินเรียกรับเงิน ต้องวิ่งร้องเรียนต่อสู้คดีจนหมดตัว โดยไปร้องขอความเป็นธรรมจากหลายหน่วยงาน แต่ไม่ได้รับการช่วยเหลือ จนกระทั่งมาร้องเรียนกับ ดร. ธนกฤต จิตรอารีรัตน์ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แต่ปัญหายังไม่จบ เนื่องจากผู้เสียหายยังไม่ได้รับการชดเชยเยียวยา ตามที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น
ล่าสุด วันที่ 25 ก.ย. 2569 นายกองตรี ดร. ธนกฤต จิตรอารีรัตน์ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และทีมงานธนกฤตจิตอาสา พาคุณแอมเข้ายื่นหนังสือที่ศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงมหาดไทย เพื่อตรวจสอบกรณีอ้างว่ามีเจ้าหน้าที่สังกัดกระทรวงมหาดไทย มีพฤติกรรมใช้คำพูดไม่เหมาะสม โดยพูดจาในทำนองว่า มันไม่มีแสง เขาก็เลยไม่ได้สนใจ อยากมีแสงไหม ให้ไปด้วยกันสองคน ไปทำท่าโดดสะพานซะ แล้วให้คนนึงถ่ายคลิปไลฟ์ รวมถึงไปติดตามในประเด็นอื่น ๆ รวม 3 ประเด็น คือ เจ้าหน้าที่ใช้คำพูดไม่เหมาะสม , ปลาสลิด และที่ดิน
ประเด็นเจ้าหน้าที่ใช้คำพูดไม่เหมาะสม คุณแอม เปิดเผยถึงกรณีเจ้าหน้าที่สังกัดกระทรวงมหาดไทยใช้คำพูดไม่เหมาะสมขณะที่มาร้องทุกข์ โดยบอกว่าไม่ติดใจแล้ว แต่ถามว่าเป็นความเข้าใจผิดหรือไม่ คุณแอม ระบุว่า “ไม่เข้าใจผิดหรอกค่ะ พี่เขาอาจจะพูดให้ตนคลายเครียด แล้วหลังจากที่พูดเสร็จปุ๊บ พี่ออม (เจ้าหน้าที่รับเรื่องของกระทรวงมหาดไทย) ที่ได้ยิน ก็ไม่ได้นิ่งดูดาย ได้เข้ามาปลอบโยน และรับเอกสารรับอย่างดีเยี่ยม”
ด้าน ดร. ธนกฤต เปิดเผยว่า เรื่องของเจ้าหน้าที่ที่อาจจะพูดจาดูไม่เหมาะสม แต่อย่างไรก็ตามยังมีน้องออมที่อยู่ในเหตุการณ์ บอกว่าเจ้าหน้าที่คนนั้นวันนั้นพูดด้วยความทีเล่นทีจริงไป ก็เลยถือว่าเรื่องนี้น้องแอมเขาก็ไม่ได้ติดใจอะไร คิดว่าเป็นเรื่องของการเป็นคอนเทนต์มากกว่า
แต่ว่าโดยหลัก ๆ แล้ว ศูนย์ดำรงธรรมของกระทรวงมหาดไทย ก็ยังยืนยันที่จะรับเรื่องราวของพี่น้องประชาชนตามปกติ ตนได้ฝากท่านผู้ช่วยและเรียนท่านปลัดกระทรวงมหาดไทยว่า ตรงนี้เป็นหน้าตาของกระทรวง อยากให้มีการดูแลรับเรื่องของพี่น้องประชาชน ให้เป็นกระทรวงมหาดไทยที่เป็นศูนย์ดำรงธรรมที่พึ่งได้เนี่ย ตรงนี้จะเป็นมุมที่น่าสำคัญกว่า
ประเด็นปลาสลิด คุณแอม ระบุว่า ปลาสลิดตนไม่ได้ติดใจ อยากพูดตรงนี้ว่า สมมติว่าถ้ามันออกจากบ่อ 1,200 กิโลกรัม หรือจะออก 10 กิโลกรัม ท้ายที่สุดมันถึงแล้ว ก็ช่างมันเถอะ เพราะว่าใจจริงลึก ๆ ตนไม่ได้ต่อสู้เรื่องปลาสลิด แต่ต่อสู้เรื่องที่ดินและประชาชนชาว จ. ตาก ไม่ได้อยากให้เอาประเด็นตรงนั้นไปทำร้ายใคร หรือว่าทำให้ใครไม่สบายใจ
ตนเป็นประชาชน การทำดีไม่คิดว่าจะต้องเก็บหลักฐานแล้วบันทึกอะไรทุกอย่างตลอด มันไม่ใช่วิสัยของประชาชนทั่วไป ให้ก็คือให้ ให้แล้วก็ให้กัน เท่านี้
ปลาสลิด 1,200 กิโลกรัม หรือ 1.2 ตัน ตนเอาขึ้นมาจากบ่อ ตัดหัว ผ่าไส้ แล้วก็ตากแห้ง แถมยังต้องทอดอีก ความจริงคือตนไม่ได้คิดจะเก็บหลักฐาน หรือจะแบล็กเมลอะไรใคร ไม่ได้คิดอะไร ตั้งใจจะให้อยู่แล้ว คนเราทำอะไรถ้าคิดว่ามันจะต้องทำดี มันไม่ต้องเก็บหลักฐานอะไรขนาดนั้น สำหรับตนก็ยืนยันเหมือนเดิม ให้ก็คือให้ มันจะเท่าไหร่ในเมื่อมันถึงก็คือถึง
ยืนยันว่าที่มีการสนทนากับเจ้าหน้าที่มูลนิธิเป็นเรื่องจริง เพราะถ้าไม่จริง พี่คนนึงเขาจะไปถูกได้ไง เพราะเขาหลงทางไปแล้ว แล้วตอนที่เอาไปส่ง มันมีการรับไปแล้ว
ถ้ามันมีเรื่องอะไรที่ทำให้ใครไม่สบายใจก็ขอโทษด้วย ส่วนเรื่องหลักฐานหรือการพูดคุย คลิปเสียง ตนไม่ได้บันทึกไว้หรอก เพราะตอนนั้นทำหลายอย่างจริง ๆ ตนกังวลเรื่องคดีความของตัวเองมากกว่า
ประเด็นที่ดิน ตนขอบคุณนายกฯ อนุทิน ที่ตระหนักและให้ความเป็นธรรมกับพวกตนที่สู้มาตลอด และขอบคุณพี่ธนกฤตที่ไม่ได้ทิ้งตน แล้วก็ยังต้องขอบคุณพี่พงศ์กิต สำนักงานกฎหมาย ที่กรมที่ดิน ท่านช่วยประสานงานตลอด หากบอกว่าเดือดร้อนหรือว่าต้องการให้ช่วย ท่านไม่เคยบ่ายเบี่ยงเลย แล้วก็ขอบคุณพี่ออม เจ้าหน้าที่รับเรื่องของกระทรวงมหาดไทย ในวันนั้นที่อาจจะมีการสื่อสารกับพี่ ๆ คนอื่นที่ผิดพลาดไป แต่พี่ออมได้ทำหน้าที่ดูแลประชาชนอย่างแท้จริง และปลอบโยน
วันนี้ตนไม่ได้ติดใจอะไรใครแล้ว เพราะว่าค่อนข้างจะสบายใจเรื่องที่ดินมากกว่า ได้รับความเป็นธรรมแล้ว และขอบคุณพี่หนุ่ม กรรชัย ขอบคุณรายการโหนกระแสเป็นที่สุดเลย ขอบคุณทุก ๆ คน และพี่นักข่าวทุกคนที่ช่วยกันตีแผ่ออกไปว่า จ. ตาก ยังต้องการความช่วยเหลือแบบนี้อีกเยอะมาก ประชาชน พี่ ๆ ป้า ๆ ลุง ๆ ก็ฝากขอบคุณมาด้วย ขอบคุณทั้งจังหวัดเลย ขอบคุณทุกคน
สุดท้ายแล้ว ตนเชื่อว่ามันยังคงต้องตรวจสอบ แล้วก็อยู่ในการดูแลของพี่ธนกฤต ช่วยเหลืออีกยาว แต่ที่ทำมามันไม่สูญเปล่า อย่างน้อยวันนี้คน จ. ตาก และตนก็รู้อยู่ว่าความเป็นธรรมมันมีอยู่จริง แต่บางทีมันอาจจะช้ามาก ๆ จนทำให้ผลิกผันชีวิตตัวเอง หรืออาจจะเกิดสิ้นชีวิตไปเลย ตนต้องขอบคุณทุกคน แล้วก็อินฟลูฯ หลายท่านที่ไม่ได้ช่วยเหลือในวันนั้น ถ้าช่วยในวันนั้น บางทีตนก็อาจจะไม่ได้มาถึงในวันนี้ ที่รับมอบเอกสารที่ดิน มันอาจจะเป็นไปไม่ได้แล้ว จึงได้คุณธนกฤต พี่ปอง พาไปให้ถึงท่านนายกฯ พอเรื่องถึงหูท่านก็ช่วยเหลือ ตนดีใจมาก ๆ เพราะว่าไม่รู้ว่าถ้าดำเนินการเอง ตนตายไปแล้วมันยังจะกลับมาได้เป็นที่ครุฑแดงเหมือนเดิมหรือเปล่า ขอบคุณพี่ ๆ ทุกคน แล้วก็ยังขอบคุณทุกคนเหมือนเดิม ขอบคุณจริง ๆ ดีใจมากๆ
จากนั้น คุณแอมชูเอกสาร พร้อมกล่าวว่า “ได้ที่คืนแล้วค่ะ... ได้คืนแล้วค่ะ”
ด้าน ดร. ธนกฤต ได้กอดให้กำลังใจคุณแอม พร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่า น้องเขาต่อสู้จริง ๆ มันเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเขา แล้วข้อสำคัญคือ ทางกระทรวงก็อาจจะต้องกลับไปทบทวนในหลายประเด็นที่ตนฝากทางกระทรวงไป ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ทั้งหลายที่ทำดีอยู่แล้วก็อยากให้เป็นรูปธรรมมากขึ้นกว่าเดิม วันนี้ก็คิดว่าแฮปปี้เอนดิ้งเนอะ
เรื่องที่น้องทุกข์ใจที่มากที่สุดก็คือเรื่องของที่ดิน ที่ต่อสู้กันมาโดยตลอด กระทั่งเรื่องของการยื่นขอถวายฎีกาไปก็ตาม ได้รับคำตอบเป็นเอกสารเบื้องต้นจากสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นข้อความมีใจความสำคัญว่า “พื้นที่ดังกล่าวตามเอกสารสิทธิ์ที่เราได้เห็นในรายการของคุณหนุ่ม โหนกระแส ว่าเป็นเอกสารสิทธิ์ออกมาแล้ว เป็นพื้นที่อยู่ในเขตป่าถาวร ได้รับการกันพื้นที่ออกจากเขตป่าถาวรแล้ว วันนี้เท่ากับว่าทางน้องมีสถานะเป็นเจ้าของที่ดินตามกฎหมายต่อไป”
เพราะฉะนั้น วันนี้ที่น้องมาก็มีความดีใจที่ได้ที่ดินคืนกลับมาแล้ว ต้องขอบคุณรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล แล้วก็อีกท่านนึงก็คือ ท่านปลัด ท่านอยู่ที่นิวยอร์ก แต่ท่านก็สั่งการตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ให้เร่งติดตามเรื่องนี้มา ต้องขอบคุณทางกระทรวงมหาดไทยเป็นอย่างมาก ที่ให้ความดูแลพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนตรงนี้จริง ๆ