จากกรณีที่นายก อบจ.ลำพูนโพสต์ข้อความว่า พระวัดดังพาลูกหลานรดน้ำมนต์แล้วแอบลวกกวยเตี๋ยว ล่าสุด ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ พบหญิง อายุ 38 ปี ซึ่งเป็นญาติของผู้เสียหาย คือ หลานชาย อายุ 18 ปี นำแชตที่พระรูปหนึ่งทักมาว่าจะรดน้ำมนต์ให้ พร้อมเปิดเผยว่า เมื่อหลังสงกรานต์ปีที่แล้ว หลานชายตอนนั้นอายุ 17 ปี เกิดอุบัติเหตุและพระรูปดังกล่าว ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสก็ทักแชตมาและบอกว่าจะเข้ามารดน้ำมนต์ให้ ตนเองก็คิดดีจึงตอบรับไป
ต่อมาวันที่ 24 เม.ย.68 พระรูปดังกล่าวมาหาที่บ้านและมารดน้ำมนต์ให้ โดยสั่งให้หลานถอดเสื้อผ้าเหลือแต่กางเกงในตัวเดียวแต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตอนกลับท่านบอกว่าพรุ่งนี้ให้ไปรดน้ำมนต์ที่วัด พอวันต่อมาหลานก็ไปที่วัดพร้อมกับญาติ แต่พระห้ามญาติเข้าไปดูตอนรดน้ำมนต์ โดยพระพาหลานไปรดน้ำมนต์กันสองคนในห้องน้ำ หลังจากออกมา หลานก็หน้าเสียแต่ก็ไม่พูดอะไร
ต่อมา พระนัดให้ไปรดน้ำมนต์เป็นครั้งที่ 3 คราวนี้หลานตนบอกว่าไม่อยากไป และยอมบอกความจริงว่า ตอนอยู่ในห้องน้ำกับพระสองต่อสอง พระได้จับของลับและทำการสไลด์หนอน ตอนนั้นหลานตกใจมาก ทำอะไรไม่ถูก แต่ก็ไม่กล้าบอกใคร เพราะอาย เมื่อญาติรู้ความจริงจึงไปแจ้งความที่ สภ.เมืองลำพูน แต่หลักฐานไม่เพียงพอ กระทั่งมีเคสพระบวชใหม่ถูกกระทำในลักษณะเดียวกัน
ตนเองจึงนำเรื่องราวไปโพสต์ ตอนแรกเหมือนทางเจ้าคณะตำบลจะให้เจ้าอาวาสรูปดังกล่าวสึก แต่สักพักก็บอกว่าโทษทางสงฆ์ไม่ถึงขั้นปราชิก จึงได้แค่ปลดออกจากตำแหน่งเท่านั้น ก่อนที่ต่อมาพระรูปดังกล่าวจะออกจากวัด โดยไม่รู้ว่าไปที่ไหน ตนอยากบอกพระรูปดังกล่าวว่าท่านควรจะสึกเถอะ อย่าทำให้วงการสงฆ์เสื่อมเพราะท่านเลย
ผู้สื่อข่าวได้คลิปการสนทนาระหว่างพระบวชใหม่และพระรูปดังกล่าว ความยาวกว่า 13 นาที จับใจความสำคัญได้ว่า พระบวชใหม่ถูกเจ้าอาวาสรูปดังกล่าวจับของสงวนและพยายามสไลด์หนอน โดยพระรูปดังกล่าวอธิบายว่าเป็นวิชาที่ได้ร่ำเรียนมาจากทางเมียนมา เพื่อช่วยคน
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้สอบถามพระบวชใหม่และครอบครัวของพระ เบื้องต้นยอมรับว่าเรื่องราวดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นจริง โดยพระบวชใหม่ อายุ 32 ปี กลับจากทำงานที่เกาหลีมาครอบครัวจึงอยากให้บวช จึงไปบวชที่วัดดังกล่าวเมื่อวันที่ 27 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยวันที่ 27-28 พระรูปดังกล่าวเรียกให้พระบวชใหม่ไปหา และอ้างว่าจะช่วยสอนแต่งกายวันละ 4-5 ครั้ง และชอบเรียกให้ไปคุยจนดึกที่กุฏิ
จากการสอบถามไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดลำพูน ทราบว่าเจ้าคณะตำบลได้เรียกเจ้าอาวาสรูปดังกล่าวมาสอบถามแล้ว และพระก็ยอมรับว่าทำจริงแต่เป็นการสะเดาะเคราะห์ตามวิชาที่ได้ร่ำเรียนมา แต่ด้วยการที่โทษทางสงฆ์ยังไม่ถึงขั้นปราชิก จึงแค่ปลดออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสและตำแหน่งอื่นๆ เท่านั้น และตอนนี้ก็ไม่มีใครรู้ว่าพระรูปดังกล่าวนั้นไปอยู่ที่ไหน