เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 19 ต.ค.69 ที่ สภ.ชัยพฤกษ์ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พ.ต.อ.สอาด ดัดธุยะวัตร์ รรท.ผกก.สภ.ชัยพฤกษ์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน ร่วมกันจับกุม พระภิกษุสงฆ์ 3 รูป อายุ 66 ปี ชาวจังหวัดลพบุรี พร้อมผู้ต้องหาอีก 2 ราย เจ้าหน้าที่ตรวจพบยาบ้าทั้งหมด จำนวน 25 เม็ด จากทั้ง 3 ราย
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับเรื่องร้องเรียนผ่านระบบจัดการเรื่องราวร้องทุกข์ สายด่วน 1111 ของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ตามโดยผู้ไม่ประสงค์ออกนามแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการมี พระภิกษุสงฆ์ลักลอบจำหน่ายและเสพยาเสพติดประเภทยาบ้า บริเวณวัดดังริมแม่น้ำเจ้าพระยา ต.คลองพระอุดม อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน ลงพื้นที่ตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบพระรูปดังกล่าวยืนอยู่บริเวณหน้าห้องพักภายในศาลาวัด มีท่าทางลุกลี้ลุกลนและพยายามเดินหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวพร้อมแสดงบัตรเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. และขอตรวจค้น โดยก่อนตรวจค้นได้แสดงความบริสุทธิ์ใจให้ผู้ถูกจับกุมดูจนเป็นที่พอใจ
ผลการตรวจค้นพบยาบ้า จำนวน 23 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในลิ้นชักชั้นวางของข้างที่นอนภายในห้องพัก พระรูปดังกล่าวยอมรับว่ายาบ้าของกลางทั้งหมดเป็นของตนเอง ก่อนจะทำการสึกออกจากวัดทันที
จากนั้นพระรูปดังกล่าวสมัครใจส่งมอบปัสสาวะให้เจ้าหน้าที่ตรวจหาสารเสพติดเบื้องต้น ซึ่งให้ผลเป็นบวก เจ้าหน้าที่จึงนำตัวไปตรวจยืนยันที่โรงพยาบาลปากเกร็ด 2 โดยผลตรวจทางห้องปฏิบัติการยืนยันว่าพบสารเมทแอมเฟตามีนในปัสสาวะ
จากการสอบสวนขยายผล พระรูปดังกล่าว ให้การว่า ซื้อยาบ้ามาจากชายคนหนึ่ง อายุประมาณ 40 ปี ซึ่งเข้ามาทำงานภายในวัด โดยซื้อในราคาถุงละ 5,000 บาท มีจำนวนประมาณ 200 เม็ด และเสพไปแล้วบางส่วนจนเหลือ 23 เม็ด ตามที่เจ้าหน้าที่ตรวจ ส่วนอีก 2 รูป พบมียาเสพติดคนละ 1 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในตัวและกุฎิ
พระรูปดังกล่าว ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนเคยบวชเป็นพระอยู่เป็นเวลา 6 พรรษา หลังจากนั้นได้ทำงานช่วยดูแลและบำรุงวัด โดยอ้างว่าการทำงานมีความเหน็ดเหนื่อยใช้แรงเยอะ จึงตัดสินใจซื้อยาบ้ามาเสพเป็นประจำทุกวัน
พระรูปดังกล่าว กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากนี้ตั้งใจจะไม่กลับไปบวชอีก และต้องการเลิกใช้ยาเสพติด พร้อมกล่าวขอโทษที่ทำให้วัดและพระพุทธศาสนาเสื่อมเสียชื่อเสียง
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาทั้ง 3 ราย ได้แก่ มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยผู้ถูกจับกุมแจ้งว่าไม่ประสงค์เข้ารับการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้เสพติด