จากกรณีรายการโหนกระแสนำเสนอเรื่องราวของ ‘คุณแม่ภัทร’ ที่ร้องเรียนว่าถูกลูกชายส่งไปอยู่ศูนย์ดูแลที่ จ. กาญจนบุรี นานกว่า 2 ปีครึ่ง แล้วยึดกิจการไป โดยคุณแม่เล่าถึงสภาพในศูนย์ดูแลที่ถูกขังในกรงคล้ายกรงสุนัขหรือมีตะแกรงครอบ ไม่มีห้องน้ำ ต้องขับถ่ายใส่ถัง จะออกได้ก็ต่อเมื่อมีเจ้าหน้าที่พาไปอาบน้ำ
เมื่อมีคำถามว่า สถานที่ดังกล่าวผ่านการตรวจสอบและได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่ควบคุมดูแลได้อย่างไร ผอ. ศบส. 5 ได้ชี้แจงในรายการโหนกระแสวันที่ 7 ต.ค. 2569 ว่าเจ้าหน้าที่เข้าตรวจเฉพาะพื้นที่ด้านหน้า 1,600 ตารางเมตร ตามที่ผู้ประกอบการยื่นขออนุญาตสำหรับรองรับผู้สูงอายุกลุ่มสีเขียวไม่เกิน 50 คน ไม่ได้เข้าไปตรวจพื้นที่ส่วนขยาย ซึ่งมีพื้นที่รวมกว่า 4,000 ตารางเมตร ยืนยันว่า ไม่เคยเห็นเตียงปลาปิ้งหรืออุปกรณ์พันธนาการขึงลวดหนาม
ล่าสุดวันนี้ (8 ต.ค. 2569) ‘เจแปน’ ลูกชายของป้าแมว เจ้าของศูนย์ มาร่วมพูดคุยเพื่อเปิดเผยเรื่องราวในรายการโหนกระแส ยืนยันว่า ลูกกรงและลวดหนามอยู่ในบริเวณ 1,600 ตารางเมตร ที่ทำการขออนุญาตจาก ศบส. 5 เรื่องเตียงปลาปิ้ง ตนเคยแย้งคุณแม่แล้ว แต่คุณแม่ระบุว่า ทาง ศบส. 5 เข้ามาตรวจแล้วบอกว่าผ่าน
นอกจากเรื่องศูนย์ดูแลแล้ว หลังปรากฏเป็นข่าวเผยแพร่ออกไป ก็มีชาวเน็ตไปขุดประวัติต่าง ๆ นานา รวมถึงตัวแม่ภัทร ก่อนจะพบว่าแม่ภัทรและลูกสาว (บีม) เคยมาออกรายการโหนกระแสแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อประมาณ 8 ปีก่อน
แม่ภัทรได้ยอมรับว่าเป็นความจริง โดยเล่าว่าเรื่องราวในอดีตเมื่อ 8 ปีที่แล้วเป็นคดีเกี่ยวกับการนำรถยนต์ไปซ่อมที่อู่ แล้วทางอู่ไม่ยอมซ่อมให้ พร้อมทั้งจะเรียกเก็บเงินส่วนต่าง ทั้งที่รถของตนเองมีประกันภัยอยู่
สำหรับเหตุผลที่ไม่ได้บอกกล่าวหรือเอ่ยถึงเรื่องที่เคยมาออกรายการโหนกระแสมาก่อนนั้น แม่ภัทรอธิบายว่า เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นและผ่านพ้นมานานถึง 8 ปีแล้ว จึงหลุดออกไปจากหัวและความทรงจำโดยสิ้นเชิง ประกอบกับในปัจจุบันตนเองเพิ่งได้รับการช่วยเหลือให้ออกจากศูนย์มาได้ยังไม่ถึง 2 เดือน สภาพจิตใจยังคงมึนงงและต้องคิดรับมือเรื่องราวอันหนักอึ้งหลายด้านพร้อม ๆ กัน ทั้งการคิดเรื่องสถานที่เดินทางไปแจ้งความดำเนินคดี การหาทางช่วยเหลือผู้ป่วยคนอื่น ๆ ที่ยังติดอยู่ภายในศูนย์ การหาทางเอาโรงงานคืน มีความกังวลเรื่องต่าง ๆ มากมาย
แม่ภัทรจึงมองว่า เรื่องการเคยมาออกรายการในอดีตไม่ใช่ประเด็นสำคัญ และไม่เห็นว่ามีความจำเป็นต้องแจ้งให้ทราบ และมองว่าตนเองไม่ได้มีความสำคัญอะไรมากมายที่ หนุ่ม กรรชัย จะต้องมาจดจำตนเองได้ เนื่องจากตลอดระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมา รายการโหนกระแสเติบโตขึ้นมาก ได้ช่วยเหลือสังคมและพบเจอผู้คนมากมายนับไม่ถ้วนในแต่ละวัน เรื่องของตนจึงเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยมาก
อีกทั้งในช่วงที่ถูกกักขัง ตนเคยพยายามติดต่อไปขอความช่วยเหลือหลายเพจ แต่กลับถูกปฏิเสธและถูกมองว่าเป็นคนบ้า แม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังคิดว่าตนเป็นบ้า ในวันที่ติดต่อไปขอความช่วยเหลือเพื่อมาออกรายการโหนกระแสในครั้งนี้ ตั้งใจเพียงแค่มาขอความช่วยเหลือ และไม่ได้คิดเลยว่าจะต้องมาพูดอ้างเรื่องที่เคยออกรายการเมื่อ 8 ปีก่อนเพื่อเรียกร้องความสนใจหรือขอสิทธิ์ในการออกอากาศ โดยหลุดออกไปจากความคิดและนึกไม่ออกด้วยซ้ำว่าเคยมีเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น