เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2568 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านเลขที่ 16 หมู่ 1 บ้านดอนศาลา ต.เหล่าพัฒนา อ.นาหว้า จ.นครพนม ซึ่งเป็นบ้านเกิดของ พลทหารวรัญชิต ยวงสุวรรณ หรือ “น้องแม็ก” อายุ 23 ปี กำลังพลประจำการสังกัดกรมทหารราบที่ 13 (ร.13) ค่ายประจักษ์ศิลปาคม จ.อุดรธานี ซึ่งเสียชีวิตจากการปะทะบริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา พื้นที่บ้านโนนวันชัย ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 24 ก.ค. ที่ผ่านมา
ญาติๆ กำลังช่วยกันทำความสะอาดบ้านเพื่อจัดเตรียมสถานที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพ ขณะที่ร่างของพลทหารวรัญชิต กองทัพภาคที่ 2 เตรียมเคลื่อนย้ายกลับภูมิลำเนา เพื่อประกอบพิธีสดุดีวีรกรรมอย่างสมเกียรติในวันที่ 26 ก.ค.
ภายในบ้านมีตาและยาย เฝ้ารอหลานชายสุดที่รักกลับมา ขณะที่บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า พ่อของผู้เสียชีวิตประคองภรรยาที่ยังทำใจไม่ได้
มารดาของพลทหารวรัญชิตกล่าวทั้งน้ำตาว่า ลูกชายเป็นลูกคนเล็กในจำนวนลูกสองคน จบ ม.3 แล้วสมัครใจเป็นทหาร เพราะใฝ่ฝันอยากรับใช้ชาติ แม้จะสอบนายสิบไม่ติด ก็ยังเลือกเดินหน้าเส้นทางนี้ เข้ารับราชการที่อุดรธานี และกำลังจะปลดประจำการในอีกเพียง 3 เดือน โดยมีแผนจะสมัครสอบเป็นตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.)
เธอเล่าว่า ครั้งสุดท้ายที่ลูกกลับมาเยี่ยมบ้านคือตั้งแต่วันที่ 3 ถึง 8 กรกฎาคม ก่อนจะเดินทางกลับไปปฏิบัติหน้าที่ และในวันที่ 24 ก.ค. เวลา 09.00 น. ลูกชายได้โทรศัพท์มาบอกว่าจะมีการปะทะ โดยผู้บังคับบัญชาสั่งให้บรรจุกระสุน เธอขอให้พระคุ้มครอง ก่อนที่ลูกจะรีบวางสายไป
ต่อมา เห็นเพื่อนทหารโพสต์แสดงความเสียใจในเฟซบุ๊ก เธอถึงกับแสดงความไม่เชื่อ และแสดงความคิดเห็นว่าอย่าเพิ่งโพสต์ข่าวมั่ว เพราะเพิ่งพูดกับลูกไม่นาน แต่สุดท้ายเวลาประมาณ 18.00 น. เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานมาที่บ้านเพื่อแจ้งข่าวร้าย ทำให้ทุกคนช็อกและไม่อยากเชื่อจนกว่าจะเห็นศพ
แม้จะเสียใจอย่างหนัก แต่ครอบครัวยังรู้สึกภาคภูมิใจที่ลูกชายได้สละชีพเพื่อชาติ ปกป้องอธิปไตยของไทย พร้อมขอบคุณประชาชนที่ส่งกำลังใจมาอย่างล้นหลาม โดยคุณแม่ของพลทหารระบุว่า ลูกชายมักส่งเงินเดือนให้แม่เดือนละ 5,000 บาทเพื่อช่วยสร้างบ้าน แต่ตอนนี้คงต้องชะลอแผนไว้ก่อน รอให้สภาพจิตใจเข้มแข็งกว่านี้
ด้านพี่สาวของพลทหารวรัญชิต ซึ่งมีเพียงน้องชายคนเดียว ก็อยู่ในอาการโศกเศร้าไม่ต่างกัน แต่ยังรู้สึกภาคภูมิใจ และบอกว่าจะจดจำเรื่องราวของน้องชายไว้เป็นบทเรียนให้ลูกหลานในอนาคต
สำหรับศพของพลทหารวรัญชิต คาดว่ากองทัพภาคที่ 2 จะส่งมอบให้ญาติในวันเสาร์ที่ 26 กรกฎาคมนี้ พร้อมจัดพิธีสดุดีวีรบุรุษอย่างสมศักดิ์ศรี