เจาะลึกปมร้อนวงการอีสปอร์ตไทย กรณี "โตเกียวเกิร์ล" ถูกตรวจสอบพบพิรุธกลางศึกซีเกมส์จนต้องถอนทีม เพื่อนร่วมทีมและนายกสมาคมฯ แฉพฤติกรรมสุดแปลก เชื่อตอนคัดตัวไม่ได้เล่นเอง ด้านหนุ่ม กรรชัย เผยพยายามติดต่อเจ้าตัวแล้วแต่ปฏิเสธที่จะชี้แจง
รายการโหนกระแสเริ่มต้นด้วยการพูดคุยถึงประเด็นร้อนแรงที่กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคม โดยเฉพาะในแวดวงอีสปอร์ต กรณีดราม่าในแคมป์ทีมชาติไทย ชุดสู้ศึกซีเกมส์ 2025 สำหรับการแข่งขันเกม RoV ประเภททีมหญิง เมื่อหนึ่งในนักกีฬาชื่อดังอย่าง "โตเกียวเกิร์ล" (Tokyogurl) ถูกตรวจสอบพบว่ามีความไม่โปร่งใสในการแข่งขัน หรือการทุจริต ส่งผลให้ทัพนักกีฬาไทยถูกมองในแง่ลบและเกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงของประเทศ จนนำไปสู่การถอนทีมนักกีฬาชุดนี้ออกจากการแข่งขันทั้งชุด ซึ่งเพื่อนร่วมทีมคนอื่น ๆ ต่างถูกสังคมตั้งคำถามว่ามีส่วนรู้เห็นเป็นใจกับการกระทำครั้งนี้หรือไม่
หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย ผู้ดำเนินรายการ เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาร่วมพูดคุยเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง ประกอบด้วย โค้ชป้อม จักรพล ป้อมปราณี ผู้ฝึกสอน, น้องโกด้า จอมพล พุ่มสีนิล กัปตันทีม, น้องโม ปฑิตตา บรรจงเกลี้ยง, น้องมุก สุริลา เอี่ยมสุวรรณ สมาชิกในทีม และนายสันติ โหลทอง นายกสมาคมกีฬาอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย โดยเริ่มต้นรายการ กลุ่มนักกีฬายืนยันด้วยความบริสุทธิ์ใจว่าพวกตนไม่มีส่วนรู้เห็นกับการกระทำของโตเกียวเกิร์ล และเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้เช่นกัน เพราะทุกคนต่างตั้งใจฝึกซ้อมเพื่อเป็นตัวแทนทีมชาติ แต่กลับต้องมาหมดสิทธิ์แข่งเพราะการกระทำของคนเพียงคนเดียว
นายสันติ โหลทอง นายกสมาคมฯ ปูพื้นฐานว่า กีฬาอีสปอร์ตได้รับการบรรจุในซีเกมส์และเอเชียนเกมส์มาหลายปีแล้ว แต่ซีเกมส์ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มีการบรรจุการแข่งขัน RoV ประเภททีมหญิง ทางสมาคมฯ ดำเนินการคัดเลือกตัวแทนทีมชาติอย่างเข้มข้น จากทีมที่สมัครเข้ามากว่า 15 ทีม คัดจนเหลือทีมที่ดีที่สุดเพียงทีมเดียว จำนวน 6 คน เพื่อเป็นตัวแทนประเทศไทย ซึ่งทีมที่ผ่านการคัดเลือกเข้ามาคือทีมที่นำโดยน้องโกด้า โดยมีสโมสรเอกชนอย่างทาลอนเข้ามาช่วยดูแลในฐานะพาร์ทเนอร์
ด้านน้องโกด้า กัปตันทีม เล่าถึงที่มาของการรวมทีมว่า เดิมทีตนมีความตั้งใจอยากทำทีมหญิงเพื่อลงแข่งรายการนี้ จึงชักชวนเพื่อน ๆ ที่รู้จักฝีมือกันอยู่แล้วมาร่วมทีม แต่ยังขาดสมาชิกอีกหนึ่งคนเพื่อมาเป็นตัวสำรองหรือหมุนเวียน สมาชิกในทีมชื่อวิ จึงไปชวนโตเกียวเกิร์ลมาร่วมทีม ซึ่งในขณะนั้นถือเป็นคนดังในวงการเกม เป็นอินฟลูเอนเซอร์และสตรีมเมอร์ที่มีชื่อเสียง มีภาพลักษณ์ว่าเป็นผู้เล่นฝีมือดี เล่นตำแหน่งป่า หรือตัวแบกทีมที่เก่งกาจ ทางทีมจึงตกลงรับเขามาร่วมทีมและเข้าสู่กระบวนการคัดเลือกของสมาคมฯ
ประเด็นความผิดปกติเริ่มปรากฏชัดเจนเมื่อเข้าสู่ช่วงการฝึกซ้อมและแข่งขันจริง โกด้าเล่าว่า ในช่วงการคัดเลือกและการซ้อม ส่วนใหญ่เป็นการซ้อมแบบออนไลน์ ต่างคนต่างเล่นอยู่ที่บ้าน ซึ่งผลงานของโตเกียวเกิร์ลในช่วงออนไลน์นั้นยอดเยี่ยมมาก เป็นตัวทำเกมที่ดุดัน สถิติการฆ่าศัตรูในเกมสูงถึง 15-20 ตัวต่อเกม เล่นได้อย่างคล่องแคล่วและแม่นยำ จนเพื่อนร่วมทีมและโค้ชต่างไว้วางใจว่านี่คือผู้เล่นกำลังหลักของทีม
ทว่าเมื่อถึงเวลาเดินทางไปแข่งขันจริงในมหกรรมซีเกมส์ ซึ่งเป็นการแข่งแบบออฟไลน์ที่ต้องเจอหน้ากันและเล่นในสถานที่จริง สถานการณ์กลับพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ ในนัดแรกที่เจอกับทีมชาติติมอร์-เลสเต แม้ทีมไทยจะเอาชนะไปได้ 2-0 เกม แต่เพื่อนร่วมทีมสังเกตเห็นความผิดปกติของโตเกียวเกิร์ลที่มีอาการตื่นเต้นอย่างรุนแรง มือสั่น หน้าซีด และเล่นไม่ออก ไม่เหมือนคนเดิมที่เคยซ้อมด้วยกัน โดยเจ้าตัวอ้างว่าตื่นเต้นสนาม
จุดแตกหักเกิดขึ้นในนัดที่สองที่ทีมชาติไทยต้องพบกับคู่แข่งสำคัญอย่างเวียดนาม ผลปรากฏว่าทีมไทยแพ้ไป 0-2 เกม โดยฟอร์มการเล่นของโตเกียวเกิร์ลตกต่ำถึงขีดสุด จากที่เคยเป็นตัวแบกทีมที่ฆ่าได้ 15 ตัว ในแมตช์นี้กลับทำไม่ได้เลยแม้แต่ตัวเดียว การเดินเกมผิดพลาด การใช้สกิลไม่แม่นยำ ราวกับเป็นคนละคนกับที่เคยเล่นในรอบคัดเลือก ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้กับเพื่อนร่วมทีมและโค้ชเป็นอย่างมาก
นายกสมาคมฯ ชี้ให้เห็นข้อพิรุธสำคัญว่า ในวงการอีสปอร์ต การที่ฝีมือของผู้เล่นจะตกลงเพราะความตื่นเต้นนั้นเป็นไปได้ แต่การที่ทรงบอลหรือสไตล์การเล่นเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง รวมถึงทักษะพื้นฐานที่หายไป ราวกับคนละคนมาเล่น เป็นเรื่องที่ผิดปกติวิสัย นำไปสู่ข้อสันนิษฐานที่มีน้ำหนักมากว่า ในช่วงการคัดเลือกและการซ้อมออนไลน์ที่ผ่านมา โตเกียวเกิร์ลอาจไม่ได้เป็นคนเล่นเอง แต่อาจมีการจ้างวานหรือให้ผู้อื่นเล่นแทนเพื่อสร้างโปรไฟล์และพาทีมเข้ารอบ แต่เมื่อต้องมาแข่งหน้างานจริงที่ไม่มีใครเล่นแทนได้ ความจริงจึงปรากฏ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริง ถือเป็นการหลอกลวงสมาคมฯ หลอกลวงเพื่อนร่วมทีม และเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ตัวแทนทีมชาติอย่างร้ายแรง
สำหรับสถานการณ์การแข่งขันในซีเกมส์ครั้งนี้ มีประเทศที่เข้าร่วมชิงชัยทั้งหมด 4 ประเทศ ได้แก่ ไทย ลาว ติมอร์-เลสเต และเวียดนาม โดยใช้รูปแบบการแข่งแบบไขว้สายหรือพบกันหมด ผลการแข่งขันที่ผ่านมา ทีมชาติไทยชนะ 2 ครั้ง และแพ้ 1 ครั้ง ทำให้ไทยต้องวนกลับไปเจอกับคู่ปรับสำคัญคือเวียดนามอีกครั้งในรอบไขว้ ซึ่งเป็นนัดชี้ชะตา หากไทยชนะจะได้เข้าไปรอชิงเหรียญทอง แต่ถ้าแพ้จะต้องตกรอบไปรอชิงเหรียญทองแดง หรืออาจจะไม่ได้เหรียญเลย
จากนั้นเข้าสู่ประเด็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นในวันแข่งขันจริง เพื่อนร่วมทีมอย่างน้องโกด้าและน้องโม เล่ารายละเอียดว่า ในช่วงก่อนเริ่มเกมแรกที่จะเจอกับเวียดนาม โตเกียวเกิร์ลมีพฤติกรรมแปลกไป เริ่มจากการเรียกร้องขอโทรศัพท์เครื่องที่ใช้สำหรับการแข่งขันจริงมาไว้กับตัวเพื่อจะทำการเซตค่าต่าง ๆ ซึ่งตามกฎกติกาแล้ว ทางสมาคมฯ และผู้จัดงานจะมีโทรศัพท์เตรียมไว้ให้ 5 เครื่องสำหรับการแข่งขันโดยเฉพาะ และจะไม่อนุญาตให้นำไปทำอย่างอื่น โค้ชและทีมงานจึงปฏิเสธและบอกให้ใช้โทรศัพท์ส่วนตัวซ้อมไปก่อน แต่โตเกียวเกิร์ลกลับให้เหตุผลว่าโทรศัพท์ส่วนตัวไม่มีอินเทอร์เน็ต ซึ่งเพื่อนร่วมทีมมองว่าเป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น เพราะสามารถขอแชร์สัญญาณจากเพื่อนหรือใช้ไวไฟได้
นอกจากนี้ ยังมีพฤติกรรมช่วงก่อนขึ้นเวทีที่น้องโมเล่าว่า โตเกียวเกิร์ลรีบวิ่งขึ้นไปบนเวทีเป็นคนแรกทั้งที่เพื่อนร่วมทีมคนอื่น ๆ ยังเตรียมตัวอยู่ด้านล่าง ดูมีอาการลุกลี้ลุกลน ตื่นตัวผิดปกติ และพยายามจะเข้าไปยุ่งกับเครื่องมือก่อนเวลาที่กำหนด ซึ่งนายกสมาคมฯ เสริมว่า โทรศัพท์ที่ใช้แข่งจะมีรหัสผ่านป้องกันและเปลี่ยนใหม่ทุกวัน การที่นักกีฬาจะขอเครื่องไปก่อนเวลาจึงทำไม่ได้ และเมื่อขึ้นไปบนเวที กรรมการก็ยังไม่อนุญาตให้จับเครื่อง
สิ่งที่ถือเป็นความผิดสังเกตและนำไปสู่การจับพิรุธครั้งสำคัญคือเหตุการณ์ขณะกำลังทำการเลือกตัวละคร หรือดราฟต์ บนเวทีแข่งขัน นายสันติเปิดเผยว่า กฎเหล็กของการแข่งขันคือ ห้ามสลับหน้าจอ ผู้เล่นจะต้องอยู่ที่หน้าจอเกมเท่านั้น แต่ปรากฏว่ากรรมการผู้ตัดสินตรวจพบว่า โตเกียวเกิร์ลได้ทำการสลับหน้าจอออกจากหน้าเกมไปยังหน้าจออื่น ซึ่งถือเป็นเรื่องผิดปกติวิสัยของนักกีฬาอาชีพ เพราะช่วงเวลาดราฟต์ตัวทุกคนต้องจดจ่ออยู่กับเกม การสลับหน้าจอออกไปจึงถูกตั้งข้อสงสัยว่าทำไปเพื่ออะไร อาจจะเป็นการออกไปดูข้อความ ดูสูตรเกม หรือรับคำสั่งจากภายนอกหรือไม่
เมื่อกรรมการเห็นเหตุการณ์จึงเข้าไปตักเตือนและขอดูโทรศัพท์ว่าสลับหน้าจอไปทำไม แต่โตเกียวเกิร์ลกลับมีท่าทีบ่ายเบี่ยงและไม่อยากให้กรรมการดู นายสันติย้ำว่าการกระทำนี้ผิดกฎการแข่งขันอย่างชัดเจน และเมื่อประกอบกับพฤติกรรมก่อนหน้านี้ที่พยายามจะขอเครื่องแข่ง ลุกลี้ลุกลนรีบขึ้นเวที และฟอร์มการเล่นที่ตกลงอย่างน่าใจหาย ทำให้ทางสมาคมฯ และทีมงานมั่นใจว่ามีความไม่โปร่งใสเกิดขึ้น แม้เจ้าตัวจะปฏิเสธว่าไม่ได้โกง แต่หลักฐานจากการกระทำผิดกฎเรื่องการสลับหน้าจอและพฤติกรรมแวดล้อมชี้ชัดว่าเชื่อถือไม่ได้
ช่วงท้าย หนุ่ม กรรชัย กล่าวเสริมว่า ตนได้พยายามติดต่อไปหาโตเกียวเกิร์ลตั้งแต่ช่วงเช้าเพื่อให้โอกาสมาชี้แจงในรายการ ตอนแรกมีการรับสายแต่ปฏิเสธที่จะมาโดยอ้างว่าไม่สบายและยังตื่นตระหนก และในระหว่างรายการสด ทีมงานได้พยายามโทรหาอีกครั้งเพื่อโฟนอินให้โอกาสเจ้าตัวได้พูดความจริง หากไม่ได้ทำผิดก็ให้ชี้แจง แต่หากทำผิดจริง การยอมรับและขอโทษสังคม ขอโทษเพื่อนร่วมทีม คือทางออกที่ดีที่สุด เพราะเรื่องนี้ไม่ได้กระทบแค่ตัวเขาหรือทีม แต่กระทบถึงชื่อเสียงของประเทศชาติ อย่างไรก็ตาม ปลายสายยังไม่ได้รับ ซึ่งหนุ่ม กรรชัย ทิ้งท้ายว่า การสลับหน้าจอระหว่างแข่งคือประเด็นสำคัญที่ทางสมาคมฯ ใช้ในการตัดสินว่ามีการกระทำผิดจริง เพราะไม่มีเหตุผลอันควรใด ๆ ที่นักกีฬาจะทำเช่นนั้นในระหว่างการแข่งขันระดับชาติ